
ม็อบต้าน-หนุนผู้นำอิยิปต์ปะทะเดือด!
อิยิปต์เดือด ประชาชนนับล้านหลั่งไหลประท้วงขับไล่ประธานาธิบดี และเกิดการปะทะกันระหว่างผู้สนับสนุนและต่อต้านประธานาธิบดี
1 ก.ค.56 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวอิยิปต์นับล้านคน ได้ชุมนุมกันอย่างเนืองแน่นบนถนนสายต่าง ๆ ในกรุงไคโรและทั่วประเทศเมื่อวันอาทิตย์ และมุ่งหน้าไปยังทำเนียบประธานาธิบดี เพื่อกดดันให้ประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ตัวแทนจากองค์กรมุสลิมสุดโต่ง " มุสลิมภารดรภาพ " ลาออกจากตำแหน่ง และนับเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในอิยิปต์ นับตั้งแต่เกิดการปฏิวัติโค่นอำนาจประธานาธิบดีฮอสนีย์ มูบารัคเมื่อปี 2554 และการอยู่ในอำนาจครบ 1 ปี ของประธานาธิบดีมอร์ซี
ทั้งนี้ ยิ่งนานวัน ความผันผวนทางการเมือง และความแตกแยกภายในประเทศ ได้ถูกแสดงออกด้วยความรุนแรง เมื่อกลุ่มวัยรุ่นที่ต่อต้านอำนาจประธานาธิบดี แตกฮือออกจากขบวนผู้ประท้วง เข้าโจมตีที่ทำการของกลุ่มมุสลิมภารดรภาพ ใช้ทั้งก้อนหินและระเบิดเพลิงข้างปา จนเเกิดเพลิงไหม้ ขณะที่ผู้สนับสนุนกลุ่มมุสลิมภารดรภาพ ตอบโต้ด้วยการยิงใส่ผู้ประท้วง
รายงานยังระบุว่า ความรุนแรงที่เกิดจากการปะทะกัน ยิ่งลุกลามบานปลาย เมื่อประธานาธิบดีมอร์ซี แสดงจุดยืนผ่านทางโฆษกของเขาว่า จะไม่ยอมลงจากอำนาจ และผู้สนับสนุนเขา ก็ประกาศเช่นกันว่า จะไม่ยอมให้ผู้ประท้วงโค่นอำนาจประธานาธิบดีของพวกเขา ที่มาจากการเลือกตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย และพบว่า มีผู้สนับสนุนประธานาธิบดีมอร์ซีหลายพันคน ชุมนุมกันอยู่ไม่ไกลจากทำเนียบประธานาธิบดี บางคนเตรียมต่อสู้ด้วยไม้และเกราะที่ทำเอง
ด้านนายฮัมดีด ซับบาฮี ผู้มีแนวคิดชาตินิยมปีกซ้าย และมีคะเแนนมาเป็นที่ 3 ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ปี 2555 ได้เรียกร้องให้กองทัพเข้าแทรกแซง เนื่องจากถูกมองว่า อยู่เคียงข้างประชาชนที่แสดงให้เห็นถึงปณิธานของพวกเขา และชาวอิยิปต์ก็เชื่อมั่นในกองทัพ และในตัวของพลเอกอับเดล ฟัททาห์ อัล ซีซี่ ผู้บัญชาการทหาร ที่เคยบอกว่า ให้ความเคารพต่อปณิธานของประชาชน และตอนนี้ประชาชนกำลังสงสัยว่า กองทัพอยู่ไหน พวกเขากำลังรอคอยว่าพลเอกซีซี่ จะรักษาคำพูดหรือไม่
พลเอกซีซี่ ซึ่งรั้งตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมด้วย ได้เตือนว่า กองทัพอาจเข้าแทรกแซง ถ้าเกิดความรุนแรงระหว่างผู้ประท้วงและผู้สนับสนุนประธานาธิบดีมอร์ซี เนื่องจากกองทัพมีพันธกิจในการเข้าแทรกแซง เพื่อขัดขวางไม่ให้อิยิปต์ดำดิ่งลงไปสู่ความขัดแย้งและการเข้าห้ำหั่นกัน
ผู้ประท้วงคนหนึ่ง บอกว่า อดีตประธานาธิบดีมูบารัค เจอการประท้วงแค่ 18 วัน ก็ก้าวลงจากอำนาจ ทั้งที่มีหน่วยงานข่าวกรอง , ความมั่นคงและผู้สนับสนุนอีกจำนวนมาก ดังนั้น มอร์ซีจึงน่าจะอยู่ได้ไม่นาน และพวกเขาก็พร้อมที่จะแลก ซึ่งการประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีมอร์ซีนำมาซึ่งคำถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ผู้ประท้วงยืนกรานจะปักหลักสู้บนถนนจนกว่าเขาจะยอมถอย และแกนนำในการประท้วงก็เรียกร้องให้สภาพแรงงานต่าง ๆ นัดหยุดงานในวันนี้เป็นวันแรกด้วย
แม้ว่า ฝ่ายตรงข้ามจะโทษว่า การประท้วงครั้งนี้ มีผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีมูบารัคอยู่หลังฉาก แต่ข้ออ้างนี้ก็ถูกทำลายลง เมื่อพบว่า การประท้วงได้กระจายไปทั่วประเทศ นอกจากที่กรุงไคโร ก็ยังมีอีกหลายเมืองใหญ่ รวมทั้งสามเหลี่ยมแม่น้ำไนล์ และชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และจำนวนผู้เข้าร่วมก็ยังมากกว่าเหตุลุกฮือ 18 วัน เมื่อปี 2554 ที่ทำให้ประธานาธิบดีมูบารัค ก้าวลงจากอำนาจ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม การประท้วงครั้งนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายคน ทั้งที่แบบยิงกันซึ่งหน้าและดักยิงมาจากภายในอาคาร ส่วนผู้บาดเจ็บทั่วประเทศ มีอย่างน้อย 400 คน



