ข่าว

เปิดห้องกิจกรรมเสริมความรู้ผ้าไทย

เปิดห้องกิจกรรมเสริมความรู้ผ้าไทย

01 ก.ค. 2556

เปิดห้องกิจกรรมเสริมความรู้ผ้าไทย

                ด้วยกฎเกณฑ์ของการจัดนิทรรศการส่วนใหญ่ระบุว่า "ดูแต่ตา มืออย่างต้อง เดี๋ยวของจะเสีย" ทำให้ผู้เข้าชมทุกระดับไม่สามารถสัมผัสชิ้นงานได้อย่างลึกซึ้ง ปิยวรา ทีขะระ หัวหน้าโครงการพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงได้จัดทำ "ห้องกิจกรรม" ขึ้นบริเวณชั้น 1 พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องผ้าไทย และเพื่อให้มีส่วนร่วมและได้รับความสนุกสนานจากกิจกรรมต่างๆ โดยได้รับเกียรติจาก ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา และ ดร.จรัลธาดา กรรณสูต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการบริหารงาน เข้าร่วมงาน เมื่อวันก่อน

                ปิยวรา ทีขะระ เผยถึงที่มาของการเปิดห้องกิจกรรมว่า เป็นการเชื่อมโยงและสัมพันธ์กับนิทรรศการหลักของพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ซึ่งผู้เข้าชมไม่สามารถจับต้องผลงานที่จัดแสดงได้ จึงตั้งใจให้ห้องดังกล่าวเป็นพื้นที่ประกอบกิจกรรมส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ผู้เข้าชมจะได้ร่วมทำกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ต่างๆ ผ่านการทดลอง สัมผัส และการปฏิบัติจริง รวมทั้งการได้ลองทำกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้เข้าชมได้รับความบันเทิงและความสนุกสนาน หากยังได้รับความรู้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ถือเป็นการส่งเสริมให้ผู้เข้าชมได้จดจำและเข้าใจเนื้อหาของนิทรรศการหลักได้มากขึ้น

                "ภายในห้องประกอบด้วยกิจกรรม 4 ส่วน คือ ส่วนแรก "มาแต่งตัวแบบไทยให้ตุ๊กตากันเถอะ" ผู้เข้าชมจะได้สนุกสนานไปกับการแต่งตัวตุ๊กตาด้วยเครื่องแต่งกายของสตรีไทยในสมัยต่างๆ รวมถึงชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ และเครื่องแต่งกายชายไทยในโอกาสต่างๆ ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องการแต่งกายในแต่ละสมัยว่ามีรูปแบบเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรกับการแต่งกายในยุคปัจจุบัน ส่วนที่สอง "อะไรอยู่ในกล่อง" เป็นกิจกรรมทดสอบความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับผ้า ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสและดูแบบจำลอง วัตถุดิบตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งอยู่ในกล่องคำถามทั้ง 8 กล่อง เพื่อหาคำตอบว่าสิ่งที่อยู่ในนั้นคืออะไร" หัวหน้าโครงการพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ กล่าว

                สำหรับส่วนที่สามซึ่งนับว่าเป็นไฮไลท์ของห้องปิยวรา เล่าว่าเป็นมุม "นุ่งโจงห่มสไบ แต่งกายสีตามวัน" ส่วนนี้ผู้เข้าชมจะได้สนุกสนานกับการแต่งกายแบบไทยด้วยสีตามวันตามบันทึกความทรงจำในหม่อมเจ้าหญิงจงจิตรถนอม ดิศกุล โดยการแต่งกายแบบไทย คือ ผู้หญิงห่มสไบและนุ่งโจง ส่วนผู้ชายนุ่งโจง นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังได้จัดเตรียมอุปกรณ์ประกอบฉาก ไว้สำหรับถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกับฉากย้อนยุคภายในห้องกิจกรรมอีกด้วย ส่วนกิจกรรมสุดท้าย คือ "ตราประทับลายผ้า" ประเภทต่างๆ อาทิ ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าแพรวา ผ้ายก ผ้าจก ผ้าขิด และผ้าชาวเขา ซึ่งเข้าผู้ชมสามารถนำตราประทับที่จัดเตรียมไว้ให้มาออกแบบลวดลายบนกระดาษการ์ดตามความชอบ และนำกลับไปเป็นที่ระลึกจากทางพิพิธภัณฑ์ฯ ได้

                ทั้งนี้ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ได้กล่าวฝากเกี่ยวกับผ้าว่า สิ่งที่เป็นสมบัติของชาติ เป็นภูมิปัญญาของคนไทย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรักษาไว้ด้วยความยากลำบาก ในขณะที่คนไทยกลับละเลย ทั้งที่ช่วยสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้คนไทยมีความเป็นอยู่ดีขึ้น จึงอยากเชิญชวนให้ร่วมกิจกรรมดังกล่าว อย่างน้อยก็เพื่อช่วยกันปลูกฝังให้ลูกหลานได้เรียนรู้ จนเกิดเป็นความสนใจและหวงแหนภูมิปัญญาของคนไทยที่มีมานานตั้งแต่รุ่นโบราณไม่ให้สูญหายไป

                พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. โดยบัตรผ่านประตูสำหรับผู้ใหญ่ 150 บาท ผู้สูงอายุ 80 บาท นักเรียน 50 บาท