
ปชช.เทใจหนุน'เจ๊ปิ๊ก-ปู'คุมพม.-ควบกห.
'เอแบคโพลล์'ชี้แกนนำชุมชนทั่วปท.ยกมือเชียร์'เจ๊ปิ๊ก'นั่งรมว.พัฒนาสังคม เชื่อ'ปู'นั่งควบกห.ขณะที่'ดุสิตโพล'เผย'ปวีณา-จาตุรนต์'นั่งเก้าอี้ขวัญใจโผ'ครม.ปู5'
30 มิ.ย.56 สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เสนอผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่องแกนนำชุมชนคิดอย่างไรต่อข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี กรณีศึกษาตัวอย่างแกนนำชุมชนทั่วประเทศ
ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง แกนนำชุมชนคิดอย่างไรต่อข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี กรณีศึกษาตัวอย่างแกนนำชุมชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 467 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 27 - 29 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา โดยใช้การเลือกตัวอย่างจากบัญชีรายชื่อแกนนำชุมชนทั่วประเทศค่าความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 7 พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.4 ทราบข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้
ที่น่าสนใจคือ แกนนำชุมชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87.5 สนับสนุน นางปวีณา หงสกุล เป็นรัฐมนตรีในการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ รองลงมาคือร้อยละ 79.3 สนับสนุน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ร้อยละ 70.6 สนับสนุน นายจาตุรนต์ ฉายแสง และร้อยละ 61.4 สนับสนุน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ตามลำดับ
และเมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อตำแหน่งรัฐมนตรีของแต่ละกระทรวงตามกระแสข่าว พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.6 สนับสนุน นางปวีณา หงสกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯ รองลงมาคือ ร้อยละ 81.1 สนับสนุน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร้อยละ 71.7 สนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร้อยละ 70.1 สนับสนุน นายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร้อยละ 66.6 สนับสนุน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และร้อยละ 41.9 สนับสนุน ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 58.1 ไม่สนับสนุน
เมื่อสอบถามเพิ่มเติมต่อนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่าจะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรัฐบาลกับกองทัพหรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.5 ของแกนนำชุมชนทั่วประเทศคิดว่าจะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ ในขณะที่ร้อยละ 29.5 ไม่คิดว่าจะมีผลอะไร
นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.4 ของแกนนำชุมชนระบุการปรับคณะรัฐมนตรีตามกระแสข่าวในครั้งนี้น่าจะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพดีขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 28.3 ระบุเหมือนเดิม และร้อยละ 10.3 ระบุแย่ลง
ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 72.9 ระบุ การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้แสดงถึงความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีได้ ในขณะที่ร้อยละ 27.1 ระบุไม่ได้แสดงถึงความเป็นผู้นำอะไร
ที่น่าพิจารณา คือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 80.4 ต้องการให้ปรับคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ในขณะที่ร้อยละ 19.6 ไม่ต้องการ อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.3 ของแกนนำชุมชนทั่วประเทศยังให้โอกาสรัฐบาลทำงานต่อจนครบวาระ ในขณะที่ร้อยละ 14.7 ไม่ให้โอกาส
สำหรับปัญหาเร่งด่วนที่ต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไขโดยตอบได้มากกว่า 1 ปัญหา พบว่า ที่มากที่สุดหรือร้อยละ 82.8 ระบุปัญหาปากท้อง สินค้าราคาแพง หมายถึงว่า ราคาสูงเกินกำลังซื้อของประชาชน รองลงมาคือร้อยละ 76.6 ระบุ ปัญหาด้านการศึกษา ร้อยละ 74.8 ระบุปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ร้อยละ 70.9 ปัญหาสุขภาพของประชาชน ร้อยละ 69.2 ปัญหายาเสพติด ร้อยละ 68.9 ปัญหาชายแดนภาคใต้ และร้อยละ 61.2 ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ ตามลำดับ
ดร.นพดล กล่าวต่อว่า ไม่มีเวลาสำหรับการฮันนีมูนหรือช่วงเวลาของความสุขความรื่นเริงในตำแหน่งรัฐมนตรีของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองในเวลานี้แกนนำชุมชนและชาวบ้านทั่วไปต่างก็ต้องการให้เร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนก่อน อย่างไรก็ตาม ยังมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้คณะรัฐมนตรีได้รับความเชื่อมั่นศรัทธาจากสาธารณชนกลับคืนมาถ้ารัฐบาลมี “วิธีการ” แสดงให้สาธารณชนรับทราบว่าการบริหารราชการแผ่นดินและแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นไปด้วยความโปร่งใส สาธารณชนทั่วไปสามารถแกะรอยตรวจสอบรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐได้ในรายละเอียด ดึงทุกภาคส่วนมาเป็นหุ้นส่วน (Partnership) ของรัฐบาลและของประเทศ ผ่านการจัดวาง “คนดีและเก่ง” มาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและคุ้มค่าคุ้มทุนของการใช้ทรัพยากร แต่ถ้ารัฐบาลยังคงเพิกเฉยต่อหลักธรรมาภิบาลที่จับต้องได้แล้ว รัฐบาลกำลังเข้าสู่โหมดของการเป็นต้นเหตุความรุนแรงในหมู่ประชาชนที่ยากจะเรียกความเชื่อมั่นของสาธารณชนกลับคืนมาได้
จากการพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 81.5 เป็นชาย ร้อยละ 18.5 เป็นหญิง ตัวอย่างร้อยละ 0.6 อายุน้อยกว่า 30 ปี ร้อยละ 2.8 อายุระหว่าง 30-39 ปี ร้อยละ 16.9 อายุระหว่าง 40-49 ปี ร้อยละ 79.7 อายุ 50 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 50.6 สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 30.3 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และร้อยละ 19.1 สำเร็จการศึกษาสูงกว่า ปริญญาตรี
"ดุสิตโพล"เผย"ปวีณา-จาตุรนต์"นั่งเก้าอี้ขวัญใจโผครม.ปู 5
จากที่มีการปรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หลังจากที่รัฐบาลทำงานมาเกือบครบ 2 ปี ซึ่งมีหลายกระแสที่พูดถึงการปรับเปลี่ยน ครม. ครั้งนี้ว่าเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อเข้ามาแก้ปัญหาให้กับประชาชนหรือเพื่อต้องการลดกระแสทางการเมืองกันแน่ ทั้งนี้ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังคาดหวังกันว่าการปรับ ครม. ครั้งนี้ จะทำให้รัฐบาลทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นและเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมทางการเมือง
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,416 คน ระหว่างวันที่ 27 - 29 มิถุนายน 2556 สรุปผลดังนี้
1. 10 อันดับ โผรายชื่อ “รัฐมนตรีใหม่” ที่ถูกใจประชาชน
อันดับ 1 นางปวีณา หงสกุล รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 82.30 % เพราะเคยทำงานลักษณะนี้มาก่อน มีผลงานเด่นชัด รู้และเข้าใจปัญหาดี ฯลฯ อันดับ 2 นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ 80.38 % เพราะเคยเป็นรมต.กระทรวงศึกษาฯมาก่อน น่าจะรู้และเข้าใจระบบการทำงานได้ดี เป็นที่เคารพของ จนท.ในกระทรวง ฯลฯ อันดับ 3 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรมต.ควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม 77.83 % เพราะ มีอำนาจในการสั่งการ มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน ละเอียดอ่อน น่าจะแก้ปัญหาได้ดี ฯลฯ อันดับ 4 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน 70.18 % เพราะเป็นคนคล่องแคล่ว พูดจริงทำจริง มีประสบการณ์ทางการเมืองมานาน เป็นที่เคารพเกรงใจของหลายคน ฯลฯ
อันดับ 5 นายวราเทพ รัตนากร รมต.สำนักนายกฯ ควบ รมช.เกษตรและสหกรณ์ 58.37 % เพราะ เป็นคนหนุ่มที่มีแนวคิดดี มีความรู้ความสามารถ เป็นกำลังสำคัญคนหนึ่งของรัฐบาล ฯลฯ อันดับ 6 นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมว.พาณิชย์ 58.05 % เพราะเป็นผู้ที่นายกฯให้ความไว้วางใจ มีความอาวุโส เป็นผู้ใหญ่ในรัฐบาล น่าจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้ ฯลฯ อันดับ 7 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม 47.21 % เพราะเป็นคนเก่ง มีฝีมือ มีความสามารถ มีคุณสมบัติเหมาะสม รู้เรื่องทหารดี ฯลฯ อันดับ 8 พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี 43.70 % เพราะเป็นคนดี ตั้งใจทำงาน มีความอาวุโส เป็นกำลังสำคัญคนหนึ่งของรัฐบาล ฯลฯ อันดับ 9 นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ 41.79 % เพราะเคยเป็นอดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ มีประสบการณ์ตรงตามสายงานและตำแหน่ง เป็นที่เคารพของเจ้าหน้าที่ในกระทรวง ฯลฯ อันดับ 10 นายพีรพันธุ์ พาลุสุข รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 40.19 % เพราะเป็นคนดี ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา มีความรู้ความสามารถ ฯลฯ
2. เมื่อปรับครม. แล้วประชาชนคิดว่าจะทำให้คะแนนนิยมของรัฐบาลเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ ?
อันดับ 1 เหมือนเดิม 58.04 % เพราะเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนเพื่อลดกระแสความขัดแย้งทางสังคมและทางการเมือง ปรับครม.ใหม่ครั้งนี้อาจทำเพื่อหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนตำแหน่งเท่านั้น ฯลฯ อันดับ 2 เพิ่มมากขึ้น 26.74 % เพราะช่วยลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของรัฐบาลและบางกระทรวงที่มีปัญหา มีรมต.ใหม่เข้ามาหลายคนอาจทำให้การทำงาน ดีขึ้นกว่าเดิม ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงานของรัฐบาล ฯลฯ อันดับ 3 ลดลง 15.22 % เพราะถึงแม้จะมีการปรับครม.ใหม่ แต่โครงการหลักๆยังคงมีปัญหาอยู่และยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เช่น รับจำนำข้าว บริหารจัดการน้ำ และการทุจริตโครงการต่างๆ ฯลฯ
3. เมื่อเปรียบเทียบการ ปรับ ครม. ครั้งนี้ กับครั้งที่ผ่านมา ประชาชนคิดว่าเป็นอย่างไร?
อันดับ 1 เหมือนเดิม 55.31 % เพราะยังคงเป็นนักการเมืองที่มาจากกลุ่มเดียวกัน ไม่ว่าจะเปลี่ยนอีกกี่ครั้งรูปแบบการทำงานก็ยังเหมือนเดิม ฯลฯ อันดับ 2 ดีขึ้น 28.10 % เพราะดูจากรายชื่อแล้วจะเห็นได้ว่ามีผู้ที่เหมาะสม มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และมีผลงานเป็นที่ยอมรับ เป็นที่รู้จักกันดี ฯลฯ อันดับ 3 แย่ลง 16.59 % เพราะจากที่รัฐบาลทำงานมาเกือบครบ 2 ปีแล้ว ก็ยังมีปัญหา มีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขอยู่ตลอด และล่าสุดก็ยังมีการปรับ ครม.ครั้งใหม่อีก ทำให้การทำงานไม่ต่อเนื่องโดยเฉพาะการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ฯลฯ



