ข่าว

3กลุ่มล้มถกเจรจาสันติภาพ'ไล่ล่าเจ้าหน้าที่รัฐ'

3กลุ่มล้มถกเจรจาสันติภาพ'ไล่ล่าเจ้าหน้าที่รัฐ'

30 มิ.ย. 2556

3กลุ่มล้มถกเจรจาสันติภาพ'ไล่ล่าเจ้าหน้าที่รัฐ' : ทีมข่าวความมั่นคง


                สำหรับเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่มีน้ำหนักมากกว่า 50 กิโลกรัม บนถนนบ้านตูปา ต.ห้วยกระทิง จ.ยะลา เมื่อเช้าตรู่วันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารจากชุด ร้อย.ร.4021 ฉก.ยะลา 13 สังกัด ร.5 พัน.2 ค่ายจิระประวัติ จ.นครสวรรค์ เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 8 นาย และบาดเจ็บ 2 นาย ระหว่างโดยสารรถยูนิม็อกเพื่อเดินทางกลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในพื้นที่

                เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แม้ว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงจะมีการวางมาตรการในการดูแลเข้มตลอด 24 ชั่วโมงแล้วก็ตาม

                หากนับย้อนหลังอีก 1 เหตุการณ์ ได้ว่า เมื่อคืนวันอังคารที่ 18 มิถุนายน ทำให้ ร.ต.อ.สะมะแอ ลือแม รองสารวัตรปราบปราม (รอง สวป.) สภ.กรงปินัง เสียชีวิต และมีตำรวจได้รับบาดเจ็บอีก 6 นาย

                ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ต้องมาทบทวนว่า เกิดอะไรขึ้นที่ อ.กรงปินัง จ.ยะลา

                เพราะเป้าหมายสำคัญที่กลุ่มก่อความไม่สงบต้องการปฏิบัติการมากที่สุดในยามนี้คือ “ทหาร-ตำรวจ” เพื่อหวังกดดันให้ “รัฐบาล-กองทัพ” รับเงื่อนไขของกลุ่มบีอาร์เอ็น แม้ว่าจะไม่ใช่ 100 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม เพราะยังมี "กลุ่มที่เห็นต่าง" จากการพูดคุยกัน และไม่พอใจในการเจรจา "สันติภาพ"

                ทั้งนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่มีการตั้งสมมุติฐานไว้ 3 กลุ่ม คือ

                1.กลุ่มที่เห็นต่างจากการเจรจาพูดกับระหว่าง สมช. กับ บีอาร์เอ็น

                2.กลุ่มที่ผสมโรงเพื่อหวังสร้างเงื่อนไขให้รัฐบาลหันมาพูดคุยเหมือนกลุ่มบีอาร์เอ็น

                3.กลุ่มแนวร่วมที่หวังต้องการให้รัฐบาล และกองทัพ ถอนกำลังทหารออกนอกพื้นที่

                ขณะที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ จ.ยะลา เปิดเผยว่า เป้าหมายของกลุ่มก่อความไม่สงบอยู่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเห็นต่างระดับหัวรุนแรงกับเรื่องการเจรจาพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น จึงมีการกระทำรุนแรงกับเจ้าหน้าที่รัฐอยู่แล้ว

                โดยเฉพาะจะปฏิบัติการในช่วงที่มีโอกาส นอกจากนี้กลุ่มที่เห็นต่างพยายามจะสร้างความรุนแรง และเป็นการป้องปรามไม่ให้ภาคประชาชนแนวร่วมของกลุ่มก่อความไม่สงบตีตัวออกห่าง จึงต้องสร้างความแข็งแรงให้เกิดขึ้น

                "กลุ่มที่มีความเห็นต่าง ได้ใช้หลักคิดความรุนแรงมาปฏิบัติ แต่ว่าจะไม่ปฏิบัติกับประชาชน แต่จะปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่รัฐมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้เกิดความรู้สึกว่าอย่าไปกังวลกับพวกกลุ่มเห็นต่างเหล่านี้ ทั้งนี้การปฏิบัติจะทำในลักษณะรูปแบบเดิม และยิ่งสำคัญในช่วงที่จะใกล้เดือนรอมฎอน กลุ่มที่เห็นต่างก็คงจะต้องปฏิบัติรุนแรงมากยิ่งขึ้น และเพิ่มดีกรีความรุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ไม่จำเป็นจะต้องหามาตรการเพิ่มเติม เพราะหน่วยงานด้านความมั่นคงได้มีการวางมาตรการเข้มข้นอยู่แล้ว เพียงแต่จะต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น”

                เลขาฯ สมช. กล่าวอีกว่า ได้มีการแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะกลุ่มที่เห็นต่างได้มุ่งต่อการทำลายเป้าหมายเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ ทั้งนี้เราคงจะต้องกำชับในเรื่องการดูแลให้มากขึ้น ได้มีการประชุมและหามาตรการป้องกัน โดยในส่วนของกองทัพภาคที่ 4 ก็ได้มีการกำชับและสั่งการเจ้าหน้าที่ดูแลในพื้นที่ และระมัดระวังในระหว่างการปฏิบัติงานอยู่แล้ว

                หน่วยงานด้านความมั่นคง มองว่า กลุ่มก่อความไม่สงบพยายามเร่งสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยในช่วงก่อนถึงเดือนรอมฎอน ซึ่งก็จะต้องติดตามสถานการณ์ว่าการปฏิบัติการของกลุ่มบีอาร์เอ็นจะสามารถทำได้อย่างที่ได้มีการสัญญากันหรือไม่ว่าจะลดเหตุความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงเดือนรอมฎอน ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ในพื้นที่กลุ่มก่อความไม่สงบยังคงปฏิบัติการในลักษณะเดิม โดยจะพุ่งเป้าหมายมาที่เจ้าหน้าที่รัฐเป็นหลัก โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่

                “ในช่วงนี้กลุ่มก่อความไม่สงบจะก่อเหตุกับทหารเป็นส่วนใหญ่ โดยการปฏิบัติก็จะลักษณะเดิมๆ คือการลอบวางระเบิดตามถนนที่เป็นสายหลัก และสายรอง ที่มีเจ้าหน้าที่ทหารปฏิบัติงานอยู่ ทหารคือเป้าหมายหลักที่กลุ่มก่อความไม่สงบเลือกที่จะปฏิบัติการ เพราะส่วนหนึ่งกลุ่มก่อความไม่สงบเสียงานทางด้านการเมืองมาแล้ว กลุ่มก่อความไม่สงบเห็นว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ทหารเป็นเป้าหมายที่อ่อนแอ กลุ่มก่อความไม่สงบก็จะได้เปรียบงานทางด้านการเมือง จึงพยายามดำเนินการให้มากขึ้น ดังนั้นทหารจะต้องระมัดระวังในการเคลื่อนย้ายกำลังในการปฏิบัติการ รวมถึงยุทธศาสตร์ในการปฏิบัติการด้วย”
กลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่มีความแข็งเกร่งมาก กล้าตอบโต้เจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง ที่สำคัญรัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหามากกว่า เพราะที่ผ่านมาเหตุการณ์มักจะเกิดขึ้นในลักษณะเดิมๆ ทั้งการขุดถนนฝังระเบิด หรือการลอบวางระเบิดตามจุดต่างๆ และที่สำคัญเจ้าหน้าที่ทหารที่สังเวยกับเหตุการณ์ในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ได้เสียชีวิตจากการปะทะกับกลุ่มก่อความไม่สงบ แต่จะเสียชีวิตในลักษณะที่กลุ่มก่อความไม่สงบซุ่มโจมตีด้วยการวางระเบิดตามเส้นทางต่างๆ เท่านั้น


.........................................

(หมายเหตุ : 3กลุ่มล้มถกเจรจาสันติภาพ'ไล่ล่าเจ้าหน้าที่รัฐ' : ทีมข่าวความมั่นคง)