
'ประยุทธ์'เสียใจ8ทหารยะลาดับ
"ประยุทธ์" เสียใจ 8 ทหารใต้พลีชีพ ทบ.ยกย่องวีรกรรมกล้าหาญ สั่งคุมเข้มแผนรปภ. เผยไม่เคยวางใจแม้มีการคุยกับ"บีอาร์เอ็น" วอนสังคมช่วยประนามโจรเหี้ยมผิดวิสัยมนุษย์
วันที่ 29 มิ.ย.56 พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เหตุการณ์กลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารจากชุด ร้อย ร.4021 ฉก.ยะลา 13 สังกัด ร.5 พัน 2 ค่ายจิระประวัติ จ.นครสวรรค์ เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 8 นาย และบาดเจ็บ 2 นาย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ตลอดเวลา และแสดงความเสียใจกับกำลังที่ปฏิบัติหน้าที่เสียชีวิต ทั้งนี้กองทัพบกจะดูแลครอบครัวผู้ที่เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ของผู้บัญชาการทหารบกในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการสั่งการให้เร่งรัดกับหน่วยงานในพื้นที่ โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมาย คือ 1.กลุ่มเยาวชนให้หน่วยงานต่าง ๆ บูรณาการกับหน่วยงานอื่นเพื่อที่จะดึงกลุ่มเยาวชนเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้เข้าใจหลักการทางศาสนาที่ถูกต้อง และให้เข้าใจในความปราถนาดีในความตั้งใจดีของเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนเหล่านี้ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ 2.กลุ่มประชาชนเป็นเป็นหูเป็นตาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ที่จะต้องให้ความสำคัญและมั่นพบพูดคุยทำความเข้าใจ และอำนวยความสะดวก 3.กลุ่มแนวร่วม จะต้องกำหนดความเร่งด่วน โดยใช้มาตรการกดดันทางกฎหมาย และชี้แจงทำความเข้าใจ รวมถึงวิธีการที่กลุ่มผู้ก่อเหตุมอบหมายเพื่อดำเนินการทางกฎหมาย และ 4.กลุ่มผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งมาตรการในการปิดล้อมตรวจค้น เพื่อกดดันตามมาตรการทางยุทธการควบคุมกับกฎหมาย
เมื่อถามว่า เหตุการณ์ลอบสังหารเจ้าหน้าที่ทหาร 8 นายจะเชื่อมโยงกับข้อเสนอของกลุ่มบีอาร์เอ็นที่ต้องการให้ถอนทหารออกนอกพื้นที่หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้หลายเรื่อง ทั้งการคุมกันเองไม่ได้ ความไม่จริงใจ หรืออาจจะมีความเป็นไปได้ที่กลุ่มบีอาร์เอ็นยื่นเงื่อนไขมาแล้วไม่ยอมรับ ซึ่งข้อเสนออยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานด้านความมั่นคง แต่เสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ดังนั้นกลุ่มก่อความไม่สงบจึงได้พยายามก่อเหตุให้สอดคล้องกับสิ่งที่กลุ่มบีอาร์เอ็นอื่นข้อเสนอมา ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความไม่จริงใจ แต่การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารก็ไม่ได้ลดมาตรการ โดย ผบ.ทบ.ได้กำชับกับเจ้าหน้าที่ว่า ถึงจะมีการพูดคุยหรือไม่มีการพูดคุย มาตรการทุกอย่างจะต้องเข้มข้นเพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหาร ทั้งนี้มีความเป็นไปได้จากกลุ่มอื่น ที่แสดงออกว่าคุมกันไม่ได้ รวมถึงกลุ่มที่ยื่นข้อเสนอมาให้อาจจะปฏิบัติการอะไรเพิ่มเติมเพื่อให้สิ่งที่ยื่นข้อเสนอมีพลังมากขึ้น
ขณะที่ พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ผู้บังคับบัญชาได้แสดงความเสียใจกับญาติผู้สูญเสีย และขอเทิดทูนในวีรกรรมสำหรับผู้ที่เสียชีวิตทุกท่าน กองทัพบก ยืนยันจะดูแลในเรื่องสิทธิกำลังพลให้อย่างสมเกียรติและดีที่สุด ทั้งตามระเบียบที่ราชการกำหนดและตามช่องทางสมทบอื่นๆ เพื่อผู้เสียสละทุกนาย และอยากให้ช่วยกันสรรเสริญในวีรกรรมอันกล้าหาญของเหล่าเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละเหล่านี้ พร้อมกับได้กำชับ ให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งติดตามเอาคนผิดมาเข้ากระบวนการยุติธรรมให้ได้ ยังคงเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น คงความเข้มงวดมาตรการการรักษาความปลอดภัยให้กับเป้าหมายทุกๆเป้าหมาย และเพิ่มการรักษาความปลอดภัยให้กับตนเองให้ดีที่สุด แม้ที่ผ่านมาจะมีเรื่องการเจรจาที่หลายฝ่ายมองว่าเหตุความรุนแรงน่าจะลดลงบ้าง แต่ฝ่ายความมั่นคงไม่ได้เชื่อมั่นไว้วางใจต่อกระแสดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่บางครั้งกลับส่งผลในทางตรงข้าม เจ้าหน้าที่จึงยังคงต้องดำรงความมุ่งมั่นในจุดยืนหลักก็คือการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพเพื่อกดดันผู้กระทำความผิดต่อไป
"โดยเฉพาะในห้วงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ใช้มาตราการทางกฏหมายปฏิบัติการเชิงรุกค่อนข้างได้ผลเป็นบวกมากขึ้นตามลำดับ ตั้งแต่การเข้าปิดล้อมตรวจค้นสามารถจับกุม ตรวจจับสืบหาแหล่งเก็บซ่อนอาวุธ ยุทธปัจจัยที่ใช้ประกอบระเบิดในพื้นที่ต้องสงสัยได้จำนวนมาก อีกทั้งจากการปฏิบัติดังกล่าวเป็นผลให้เกิดการสูญเสียของผู้ก่อเหตุรุนแรง จำนวนมากเนื่องจากพยายามขัดขืนการจับกุมของเจ้าหน้าที่ บาดเจ็บก็จำนวนหนึ่ง และถูกควบคุมตัวอีกจำนวนมาก ขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ มีความพร้อมเข้มแข็ง และยังคงมุ่งมั่นต่อการทำหน้าที่ และที่สำคัญจะไม่เพลี้ยงพล้ำด้วยการถูกล่อลวงให้ใช้ความรุนแรงตอบโต้เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของฝ่ายตรงข้ามเป็นอันขาด จะปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักกฎหมายและความถูกต้อง ส่วนการกระทำของผู้ก่อเหตุไม่ว่าจะครั้งนี้หรือครั้งไหนๆ ก็ตาม ประชาชนคนไทยทุกคนรวมถึงพี่น้องชาวมุสลิมที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อการกระทำของผู้ก่อเหตุในทุกๆเหตุการณ์ เป็นการกระทำที่ผิดวิสัยของความเป็นมนุษย์ไม่ว่าจะอ้างถึงความชอบธรรมใดๆ ก็ตาม จึงขอให้สังคมช่วยกันรุมประณามต่อการ กระทำดังกล่าวด้วย"รองโฆษกกองทัพบก กล่าว
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีอาจารย์นักวิชาการ และ ผอ.โรงเรียนอิสลามบูรพา จ.นราธิวาส ได้แสดงความเห็นผ่านสื่อเรื่องการลดกำลังทหาร ตำรวจ โดยเฉพาะกำลัง เจ้าหน้าที่ทหารที่จัดมาจากกองทัพภาคที่1,2,3 ในพื้นที่นั้น ขอเรียนว่าที่ผ่านมา ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอรมน.) ได้ลดกำลังทหารไปแล้ว จำนวน 5 กองพัน เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งเรื่องการลดกำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 1,2,3 ในอนาคตก็อยู่ในแผน ที่ได้กำหนดเป็นขั้นตอนไว้แล้วเพียงแต่ต้องดูเวลาและสถานการณ์ที่เหมาะสม ซึ่งจะอยู่ในการแก้ปัญหาฯ ระยะที่3 ซึ่งระยะที่ 1 ผ่านมาแล้วคือขั้นการควมคุมสถานการณ์ ตั้งแต่ ปี 47-53 ตอนนั้นดำเนินการโดยการใช้กำลังทหารเป็นหลัก จากนั้นเข้าสู่ระยะที่ 2 ขั้นปฏิบัติการเชิงรุกควบคู่กับการพัฒนา ตั้งแต่ปี 53 มาจนถึงปัจจุบัน จะเห็นว่าสถานการณ์มีความปลอดภัยมากขึ้น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้ทุกพื้นที่ สุดท้ายเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจะเข้าสู่ระยะที่ 3 ขั้นการเสริมสร้างสันติสุขและการพัฒนาอย่างยั่งยืนซึ่งจะเป็นการส่งมอบพื้นที่ให้กำลังประจำถิ่น และเฉพาะทหารของ ทภ.4 ดูแลเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันหน้าที่หลัก ของ จนท. คือการรักษาความปลอดภัย ให้กับคนจำนวนกว่า 2ล้าน ไม่ได้ใช้กำลังไปสู้รบโดยตรง ทหารไม่ว่าจะจาก ทภ.1,2,3 เมื่อจะลงปฏิบัติงานในพื้นที่มีการเตรียมการ มีการฝีกอบรมความรู้ที่จำเป็นทั้งด้านสังคม จิตวิทยาและกฎหมาย ไม่สามารถจะทำอะไรที่ผิดๆ ได้ ขออย่าได้หวาดระแวงในตัว จนท. ต้องรู้เท่าทันความพยายามของผู้ก่อเหตุที่พยายามสร้างสถานการณ์ให้ประชาชน เข้าใจผิดว่า เจ้าหน้าที่ คือ ผู้ร้าย เพื่อผลในทางจิตวิทยา เหมือนในอดีตที่เคยเกือบใช้ได้ผล แต่วันนี้ความจริงเริ่มปรากฏชัดแล้ว
"ขณะนี้ยังมีสถานการณ์ความรุนแรงต่อเนื่อง ที่กระทำต่อผู้บริสุทธิ์ไม่เลือกแม้กระทั่งเด็กสตรีคนชรา การจะลดหรือไม่คงต้องดูที่เหตุการณ์ความรุนแรงเป็นหลักด้วย ถ้าไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น แน่นอนว่า เจ้าหน้าที่จะปรับลดกำลังลงได้ แต่ในทางตรงข้ามถ้ายังคงมีสถานการณ์อยู่ จะหาเหตุผลไปตอบสังคมอย่างไรว่า เหตุใดถึงต้องลดกำลัง ที่สำคัญยังไม่เห็นมีอะไรเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้ประชาชนได้เลย โดยเฉพาะหากลดกำลังเกรงว่า ประชาชนจะไม่ปลอดภัย และที่สำคัญการจะลดกำลังทหารหรือไม่ควรคำนึงถึง ประชาชยในพื้นที่ด้วย บางคนอาจไม่ต้องการเพราะไม่ได้รับความเดือดร้อน แต่ในหลายพื้นที่มีความเดือดร้อนสูงจึงยังคงมีความต้องการเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ การแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และรอบด้าน"รองโฆษกทบ.กล่าว



