
'ปชป.'เสียใจ!ทหารกรงปินังถูกลอบบึ้ม
'เทพไท' เสียใจ! ทหารกรงปินังถูกลอบบึ้มเสียชีวิต 8 นาย แนะ 'นายกฯ' ใช้ภาวะผู้นำคุมแก้ไฟใต้เอง เหน็บ 'เฉลิม' โดนลดเกรด
29 มิ.ย.56 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีที่ทหารหน่วยร้อย ร.4021 หน่วยเฉพาะกิจยะลา ที่ 13 ซึ่งถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบลอบวางระเบิดรถ ในพื้นที่ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา เมื่อเช้าวันที่ 29 มิ.ย. ส่งผลให้ทหารเสียชีวิตทั้ง 8 นายว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวทหารทั้ง 8 นาย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่กองทัพเสียกำลังพลครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ตนอยากให้ผู้ที่รับผิดชอบตระหนักถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นรายวัน
นายเทพไท กล่าวว่า แต่อยากตั้งข้อสังเกตว่า นับตั้งแต่ที่รัฐบาลชุดนี้โฆษณาชวนเชื่อใช้การตลาด ในการประโคมข่าวพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็น แต่ผลที่ตามมา คือ นับตั้งแต่เมื่อมีข่าวดังกล่าวขึ้นมาก็มีเหตุการณ์รุนแรงขึ้นต่อเนื่องรายวัน ซึ่งไม่ทราบว่ารัฐบาลได้ทบทวนหรือไม่ อยากให้รัฐบาลสรุปบทเรียนการพูดคุย พร้อมกับสรุปความรุนแรงที่เกิดขึ้น ว่าขณะนี้สัญญาณการพูดคุยเจรจาสันติภาพ เกิดขึ้นจริงหรือไม่ และอยากให้ไปทบทวนว่าวิธีหรือแนวทางการแก้ไข ของรัฐบาลชุดนี้เดินมาถูกทางตามที่รัฐบาลคุยโม้โอ้อวดหรือไม่
นายเทพไท กล่าวว่า นับตั้งแต่นี้ไปรัฐบาลได้เปลี่ยนแปลงผู้รับผิดชอบที่จะแก้ไขปัญหาอีกครั้ง โดยนายกฯ จะเป็นรมว.กลาโหม และเปลี่ยนผู้รับผิดชอบภาคใต้ไปเป็นคนอื่น ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นใคร แต่เมื่อเหตุการณ์ลุกลามบานปลายถึงขนาดนี้ ก็อยากจะเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกระแสข่าวว่าจะเป็นรมว.กลาโหมหญิงคนแรก เข้าไปดูแลรับผิดชอบปัญหานี้โดยตรง ไม่ควรที่จะโยนความรับผิดชอบให้ใครอีก เพราะที่ผ่านมาถือว่ามีความล้มเหลว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่นายกฯมอบหมายให้ไปดูแล แก้ปัญหาภาคใต้ไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ เกิดความขัดแย้งอย่างเห็นได้ชัด กรณีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กับพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งร.ต.อ.เฉลิมยืนยันเอง ว่าไม่สามารถที่จะบังคับบัญชาได้
นายเทพไท กล่าวว่า การแก้ปัญหาที่ไม่มีเอกภาพไม่รวมศูนย์ เป็นจุดอ่อนของรัฐบาล จึงทำให้การแก้ไขปัญหาภาคใต้ไม่คืบหน้า ซึ่งตนไม่อยากให้กำลังพลต้องสูญเสียรายวัน และประชาชนต้องเสียชีวิตรายวัน จึงอยากเรียกร้องให้นายกฯ เข้าไปดูแลโดยตรง ใช้ภาวะผู้นำและการเป็นผู้นำที่ควบตำแหน่งรมว.กลาโหม แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และต้องแสดงความรับผิดชอบเหตุการณ์เกิดขึ้น หลังจากที่เข้ามารับผิดชอบด้วยตัวเองแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจกี่เปอร์เซ็นต์ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ลงมาดูเองปัญหาจะคลี่คลายขึ้น นายเทพไท กล่าวว่า ไม่ได้คาดหวังอะไรมาเพียงแต่สถานะการเป็นรมว.กลาโหม และนายกรัฐมนตรี จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เมื่อนายกฯกล้าที่จะมาเป็นรมว.กลาโหมก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ ในกระทรวงกลาโหมหรือกองทัพ ต่อไปนี้นายกฯจะลอยตัวไม่ได้แล้ว เหมือนกับที่ร.ต.อ.เฉลิมพูด คำพูดของร.ต.อ.เฉลิมยืนยันพฤติกรรมนายกฯคนนี้ชัดเจนว่าลอยตัว คนอื่นพูดทุกคนอาจจะไม่เชื่อแต่คนในรัฐบาลพูดก็น่าเชื่อถือได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองที่ร.ต.อ.เฉลิมออกมาพูด หลังจากที่ตัวเองอาจจะพ้นจากตำแหน่งอย่างไร นายเทพไท กล่าวว่า ก็เข้าใจความรู้สึกของร.ต.อ.เฉลิม แต่ถ้าตนเป็นร.ต.อ.เฉลิม ถ้าโดนลดเกรดขนาดนี้ บีบขนาดนี้ถ้าเป็นตนคงลาออกไปแล้ว คนไม่อยู่หรือบากหน้าไปนั่งประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) ร่วมกับคนที่กลั่นแกล้งและไม่เห็นความสำคัญ กลับไปอยู่บางบอนเลี้ยงน้องกาโม่ดีกว่า ตนไม่ได้เสี้ยมแต่เข้าใจความรู้สึก เพราะเชื่อว่าอารมณ์ความรู้สึกของร.ต.อ.เฉลิมคงไม่ต่างจากที่ตนพูด แต่ไม่กล้าพูดเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมตอนเป็นรองนายกรัฐมนตรี ถึงไม่ออกมาพูด นายเทพไท กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิมอาจจะเห็นว่าถ้าพูดไปอาจจะกระทบต่อตำแหน่งตัวเอง วันนี้ไม่มีอะไรจะสูญเสียไปแล้ว ร.ต.อ.เฉลิมยังพูดเลยว่าถ้าย้ายเขาออกจากรมว.แรงงานอีก ก็ไปเป็นส.ส.ธรรมดา ตนเชื่อว่าคงพร้อมยอมรับสภาพทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ตนอยากเรียกร้องให้ร.ต.อ.เฉลิมมาพูดความจริงมากกว่านี้ สังคมจะได้รู้ว่าในช่วง 2 ปีรัฐบาลชุดนี้มีอะไร และเห็นได้ว่า 2 ปีไม่กล้าแถลงผลงาน ก็น่าจะไม่มีผลงานและเกิดความขัดแย้งในรัฐบาลเอง
'ราเมศ' ซัด 'รบ.' ส่อทำผิด รธน. ละเมิดกม.โครงการน้ำ
นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา ให้ชะลอการประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ โดยให้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 57 วรรคสอง และมาตรา 67 วรรคสอง ว่า เป็นการสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ เป็นรัฐบาลที่ละเมิดต่อกฎหมายและส่งเสริมให้พวกพ้องของตนละเมิดต่อกฎหมาย โดยไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด
นายราเมศ กล่าวอีกว่า การที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า คงต้องทำตามคำพิพากษานั้น ควรใช้คำพูดใหม่ว่ารัฐบาลต้องทำตามคำพิพากษา ซึ่งฟังดูแล้ว เหมือนฝืนใจที่รัฐบาลต้องทำตามคำพิพากษา ซ้ำยังพยายามสร้างความเข้าใจผิดต่อสังคมอีก เมื่อนักข่าวถามว่าโครงการนี้จะล้มหรือไม่ แต่นายกรัฐมนตรีกลับตอบว่า ขึ้นอยู่กับศาลปกครอง ดังนั้นนายกรัฐมนตรีอย่าโยนความผิดให้ศาลปกครอง นายกรัฐมนตรีต้องยอมรับผิดว่า โครงการนี้รัฐบาลทำไปโดยผิดกฎหมายสูงสุดของประเทศคือ ผิดรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐบาลไม่เคยสนใจใยดีต่อสิทธิของประชาชน อีกทั้งนายกรัฐมนตรีไม่เข้าใจกระบวนการ ถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหารโดยอำนาจตุลาการ ฉะนั้นควรตอบคำถามใหม่ต่อสังคมไทยว่า โครงการนี้จะล้มหรือไม่อยู่ที่รัฐบาลเอง
นายราเมศ กล่าวต่อว่า การที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน และยึดหลักความถูกต้องของกฎหมาย เป็นการยึดมั่นตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่หากมีโครงการใดของรัฐที่อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต ต้องรับฟังเสียงความคิดเห็นของประชาชนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเสียก่อน เช่นเดียวกันกับกรณีการที่จะต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน
“รัฐบาลอย่าดูดายกับสาระสำคัญตามหลักความถูกต้อง ศาลปกครองได้ชี้แนะหลักความถูกต้องให้กับรัฐบาลแล้ว ควรขอบคุณศาลปกครองที่ช่วยชี้ทางสว่าง แต่ก็เชื่อว่าไม่กี่วันก็จะมีคนของรัฐบาลออกมาระบุว่า ศาลปกครองมาก้าวก่ายการทำงานของรัฐบาล สมควรยุบศาลปกครองทิ้งไปให้เหมือนกับที่มีความคิดที่จะยุบศาลรัฐธรรมนูญ เพราะถือว่าเป็นอุปสรรคในการทำงานของรัฐบาล จึงขอให้ประชาชนคนไทยให้กำลังใจศาลปกครองเพื่อที่จะได้คงอยู่เป็นที่พึ่งของประชาชนต่อไป” นายราเมศ กล่าว
'องอาจ' แจงเหตุยื่นศาลรธน.พิจารณาปมโครงการน้ำ
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้รัฐบาลรับฟังความเห็นประชาชนให้ทั่วถึงก่อนการทำสัญญาว่าจ้างในแต่ละโมดูลว่า คำสั่งของศาลดังกล่าวแม้รัฐบาลมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ให้ศาลปกครองสูงสุดพิจารณา และผลอาจจะเปลี่ยนแปลงหรือผลเหมือนกัน แต่พรรคมองว่าการดำเนินการโครงการนี้ที่พรรคเคยยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณานั้น ขณะนี้การดำเนินการโครงการส่อให้เห็นว่าขัดต่อกฎหมาย หรือนำไปสู่การผิดกฎหมายหรือระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ ไม่โปร่งใสได้ จึงอยากให้รัฐบาลดำเนินการตามกฎหมายและโปร่งใส่
พรรคมีข้อสังเกตที่อยากฝากรัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องกำกับดูแลโครงการนี้ โดย 1. รัฐบาลจะกู้เงินตามพ.ร.ก.ดังกล่าว ภายในวันที่30 มิ.ย.นี้หรือไม่ ถ้าจะกู้ต่อไปก็ต้องคำถึงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารโครงการและการจ่ายใช้เงินกู้ เป็นระเบียบที่รัฐบาลเป็นผู้ออกมาเอง 2.การดำเนินการของโครงการที่ไม่อยู่ภายใต้คำพิพากษาของศาลปกครองกลาง จะดำเนินการหรือไม่อย่างไร
3.กรณีที่รัฐบาลต้องฟังความเห็นประชาชนอย่างทั่วถึง พรรคมีคำถามว่ารัฐบาลจะทำเรื่องนี้ให้จบภายใน 2 เดือนหรือไม่ และนายกรัฐมนตรีมีวิธีการอย่างไร ให้รับฟังความเห็นประชาชนได้ทั่วถึงภายใน 2 เดือน 4.การรับฟังความเห็นประชาชน รัฐบาลต้องใช้งบประมาณของตัวเอง และสามารถปรับลดงบประมาณจากการจัดสรรงบประมาณส่วนนี้ให้เอกชนลงได้ ทั้งนี้ขอตั้งคำถามเหล่านี้ไปยังรัฐบาล เพราะหากจะเดินหน้าต่อไป รัฐบาลก็ต้องรอบคอบว่าอะไรที่เดินหน้าต่อไปและได้แค่ไหนอย่างไร หากไม่รอบคอบก็จะเกิดผลกระทบต่อโครงการทั้งหมด
'องอาจ' อัด 'รัฐบาล' สร้างภาพตรวจสอบโกดังจำนำข้าว
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่รัฐบาลส่งตำรวจไปตรวจสอบโกดังเก็บข้าวในโครงการรับจำนำข้าว ภายในวันเดียวว่า จากการตรวจสอบ ไม่สามารถทำได้ภายวันเดียวตามที่อ้าง และดำเนินการได้เพียงปลาซิว ปลาสร้อย ไม่สามารถลากคอรายใหญ่ที่หนุนหลังการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวได้ รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการกับเรื่องนี้ได้ โดยเฉพาะเรื่องข้าวที่ล่องหน แม้จะมีการสร้างภาพออกไปตรวจโกดังเก็บข้าวแล้วก็ตาม เพราะกระทรวงพาณิชย์อ้างว่าขายข้าวทำข้าวถุง จำนวน 2.5 ล้านตัน แต่ในตลาดมีข้าวถุงเพียง 5 แสนล้านตันเท่านั้น
นายองอาจ กล่าวว่า การลงไปตรวจสอบโกดังไม่ทราบว่าพบข้าวจำนวนนี้หรือไม่ และการที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ อ้างว่าขายข้าวจีทูจีจำนวน 7 ล้านตันไปแล้วนั้น จากการตรวจสอบปรากฏว่าไม่มีการขายข้าวดังกล่าว นายบุญทรงต้องตอบคำถามว่าขายข้าว 7 ล้านตันนี้ให้ใคร อย่างไรก็ตามการออกไปตรวจสอบโกดังเก็บข้าวก็ยังไม่สามารถตอบคำถามให้สังคมทราบได้ จึงขอให้เลิกสร้างภาพได้แล้ว เพราะสิ่งที่ทำไปนั้นกลับทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงและสงสัย และจะไม่เป็นผลดีต่อโครงการรับจำนำข้าวแต่อย่างใด



