
อากาศแปรปรวนดันราคาผักสดเมืองสงขลาพุ่ง
ผักในตลาดสงขลาเริ่มมีราคาแพงขึ้น พ่อค้า-แม่ค้า ระบุ มีการปรับราคาจากเอเย่นต์ต้นทาง โดยเฉพาะผักกินใบ ขณะที่ผักอีกหลายชนิดก็มีแนวโน้มจะปรับราคาเช่นกัน
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ตลาดสดทรัพย์สินพลาซ่าสงขลา ราคาพืชผักหลายชนิดมีราคาแพงขึ้นโดยเฉพาะ คะน้า กระหล่ำปลี ผักกาดขาวและหัวไชเท้า เนื่องจากมีปรับราคาจากทางเอเย่นต์ต้นทาง สาเหตุเพราะทางภาคกลางฝนตกทำให้ผลผลิตผักได้น้อยราคาผักกาดขาว จากกิโลกรัมละ 35 บาท ขึ้นเป็น 50 บาท กระหล่ำปลี จากกิโลกรัมละ 30 บาทขึ้นเป็น 40 บาท หัวไชเท้า จากกิโลกรัมละ 30 บาท ขึ้นเป็น 40 บาท และคะน้า จากกิโลกรัมละ 35 บาท ขึ้นเป็น 55 บาท อีกทั้งพืชผักทั้ง 4 ชนิดนี้ที่ส่งมาจากเอเยนต์มีขนาดเล็กไม่สวย ขณะที่ผักอีกหลายชนิดก็มีแนวโน้มราคาสูงขึ้นเช่นกัน
ส่วนผักที่มีการปรับราคาลดลงก็จะเป็น ต้นหอม ผักชี และผักกึ้นช้าย โดยต้นหอมราคาลดลงเหลือ กิโลกรัมละ 60 บาท จากเดิมที่ถีบราคาสูงขึ้นถึง กิโลกรัมละ 140 -150 บาท ผักชี และผักกึ้นช้าย ราคาลดลงเหลือ กิโลกรัมละ 150 บาท จากที่มีการปรับราคาสูงขึ้นถึง กิโลกรัมละ 190 - 200 บาท
พ่อค้า-แม่ค้าระบุว่า ช่วงนี้ผักหลายชนิดมีราคาสูงขึ้น สาเหตุเกิดจากความแปรปรวนของอากาศ บางวันอากาศร้อนมาก บางวันอากาศเย็นมีฝนตกหนัก ทำให้พืชผักของเกษตรกรไม่โต ออกผลผลิตมาน้อยไม่พอต่อความต้องการของตลาด เมื่อได้ผักน้อยแม่ค้าคนกลางก็จะเป็นผู้ปรับราคาผักให้สูงขึ้น ให้คุ้มกับค่าขนส่ง มีการปรับราคามาจากเอเย่นต์ต้นทาง ทั้ง คะน้า กระหล่ำปลี ผักกาดขาวและหัวไชเท้า ผักส่วนใหญ่จะสั่งมาจากจังหวัดราชบุรี เนื่องจากที่นั่นมีผักครบทุกชนิด จึงสะดวกในการสั่ง
ในช่วงนี้ถึงแม้ว่าผักจะมีราคาแพงแต่ก็ขายดี เนื่องจากผักมีไม่มากแต่คนกินผักเยอะ อีกทั้งในพื้นที่ในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียงแหล่งที่ปลูกผักก็มีไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน จึงต้องสั่งมาจากทางภาคกลาง เนื่องจากประชาชนหันมากินผักมากขึ้น ทำให้ความต้องการผักเพิ่มขึ้นเท่าตัว ก็จะยิ่งทำให้ราคาขายปลีกผักปรับขึ้นเป็นรายวัน



