ข่าว

'ภักดีหาญส์'โวครม.ใหม่มีคนเก่งเยอะ

'ภักดีหาญส์'โวครม.ใหม่มีคนเก่งเยอะ

28 มิ.ย. 2556

'ภักดีหาญส์'โว'ครม.ใหม่'มีคนเก่งเยอะ เสริมทัพให้'รบ.'ท้า'ปชป.'รอดูผลงาน ด้าน'หมวดเจี๊ยบ'ปัด'นายกฯ'นั่งควบกลาโหมหวังล้วงลูกโผทหาร

               28 มิ.ย.56 นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงการที่รัฐบาลเตรียมปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาจากที่รัฐบาลถูกกระแสกดดันหลายเรื่อง รายชื่อรัฐมนตรีใหม่ ที่ปรากฏออกมาเป็นคนใกล้ชิดนายใหญ่กับสมาชิกบ้านเลขที่ 111 จะปรับครม.กี่รอบก็ไม่มีประโยชน์ แนะนายกรัฐมนตรีต้องเป็นตัวจริงก่อนว่า นายอภิสิทธิ์คงจะอิจฉา ทั้งนี้ยอมรับว่า เป็นคนใกล้ชิดและเคยทำงานในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ มาก่อน จึงเป็นโอกาสอันดีของรัฐบาลที่จะดึงบุคลที่มีศักกยภาพกลับเข้ามามีบทบาททางการเมืองอีกครั้ง หลายๆท่านได้ฝากผลงานไว้ประจักษ์แก่ประชาชน หลายๆโครงการ ที่ใช้มาตั้งแต่สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค โครงการกองทุนหมู่บ้าน เป็นต้น เป็นโครงการที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากพี่น้องประชาชน และส่งผลที่ดีมาต่อให้กับรัฐบาลคณะปัจจุบัน ทำให้รัฐบาลและครม.ชุดใหม่มีความขลังขึ้นไปอีก

               นายภักดีหาญส์ กล่าวต่อว่า การปรับคณะรัฐมนตรี จำเป็นต้องหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกัน เพื่อให้การบริหารงานของรัฐบาลมีความตื่นเต้นไม่น่าเบื่อและขึ้นอยู่บนพื้นฐานของการทำงานที่ดี ขอให้ฝ่ายค้านรอดูผลงาน แค่เห็นรายชื่อก็คงจะหนาว ๆ ร้อน ๆ ตามกันไปทั้งพรรคแล้ว

 

 

"หมวดเจี๊ยบ" ปัด "นายกฯ" นั่งควบกลาโหมหวังล้วงลูกโผทหาร

 

               ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การออกมาวิจารณ์การปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ของพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนี้ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เนื่องจาก ขณะนี้ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างสมบูรณ์ จึงถือว่ารายชื่อ ครม.ชุดใหม่ ที่ปรากฏเป็นข่าว ยังเป็นเพียงการคาดการณ์ของสื่อมวลชนเท่านั้น พรรคประชาธิปัตย์จึงควรรอให้กระบวนการต่าง ๆ เสร็จสิ้นเสียก่อน ไม่ใช่มาวิจารณ์โดยที่ผู้ถูกพาดพิงไม่สามารถชี้แจงความจริงได้ เพราะยังไม่ได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะกรณีของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่พรรคประชาธิปัตย์โจมตีว่า ต้องการเข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับสูง จึงจะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น เป็นการใส่ร้าย นายกฯ โดยให้ข้อมูลเท็จ เพราะความจริงแล้ว ฝ่ายการเมืองไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารได้ เนื่องจากมีกฎหมายที่ป้องกันการล้วงลูกของฝ่ายการเมืองอยู่ คือ พรบ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 ซึ่งร่างขึ้นภายหลังการรัฐประหาร 19 ก.ย. 49 โดยที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการร่างกฎหมายฉบับนี้เลย และผู้ที่อยู่เบื้องหลังการร่าง พรบ.ดังกล่าวย่อมต้องคิดดีแล้วว่าโครงสร้างคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร จำนวน 7 ท่าน ตามที่ได้กำหนดไว้ใน พรบ.ดังกล่าว รวมทั้ง ขั้นตอนการพิจารณาที่ได้กำหนดไว้ จะสามารถป้องกันการแทรกแซงของฝ่ายการเมืองได้ ดังนั้น แม้นายกฯจะเข้าไปอยู่ในคณะกรรมการดังกล่าว ก็ไม่สามารถแทรกแซงการพิจารณาได้ และต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงโควต้าของคณะกรรมการฯ ดังกล่าวได้

               ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์โจมตีว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็น ร.ม.ว.กลาโหมนั้น จะโจมตีว่าไม่เหมาะสมได้อย่างไร ในเมื่อตามกฎหมายแล้ว นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก็ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ ผอ.กอ.รมน. อยู่แล้ว และในฐานะประมุขฝ่ายบริหาร นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ย่อมต้องเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดในนโยบายทุกด้านของประเทศ รวมทั้งนโยบายด้านการทหารและความมั่นคงด้วย และในอดีต ประเทศไทยก็เคยมี นายกฯ พลเรือน ที่ดำรงตำแหน่ง ร.ม.ว.กลาโหม มาแล้ว เช่น นายชวน หลีกภัย และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นต้น แล้วเหตุใด จึงมากล่าวหาว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไม่มีความชอบธรรมที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าว ที่จริงแล้ว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต่างหากที่ไม่มีความชอบธรรมในการวิจารณ์เรื่องนี้ เนื่องจากนาย อภิสิทธิ์ ยังมีมลทินติดตัว จากการใช้เอกสารเท็จสมัครเข้ารับราชการทหาร จึงไม่มีความสง่างาม ที่จะพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องของทหาร