
ยัน'สหรัฐ'ไม่ได้กักกัน'ข้าวไทย'
'สนง.ที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ'ยัน'สหรัฐ'ไม่ได้กักกัน'ข้าวไทย' 'ณัฐวุฒิ'โพสต์เฟซบุ๊กโต้ข่าวสหรัฐกักข้าวไทยไม่ให้เข้าประเทศ
28 มิ.ย.2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ได้มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงการนำเสนอข่าวกรณีองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (ยูเอสเอฟดีเอ) มีคำสั่งแจ้งให้ท่าเรือ และผู้นำเข้าทุกรายทั่วสหรัฐฯ กักกันข้าวที่นำเข้าจากประเทศไทยทุกๆ ตู้คอนเทนเนอร์ที่นำเข้ามา เนื่องจากปรากฏเป็นข่าวในไทยว่า ข้าวในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลไทยที่ดำเนินการและเก็บไว้ในโกดักหรือสต็อกมีการใช้สารเคมีรมควันในปริมาณมาก เสี่ยงต่อสุขภาพ บางแห่งมีมอด มีเชื้อรา ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคสหรัฐฯ จึงให้กักกันเพื่อตรวจสอบไว้ก่อน
ในหนังสือระบุว่า สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ และสำนักงานที่ปรึกษาพาณิชย์ในต่างประเทศ ประจำสถานเอกอัครราชทูต กรุงวอชิงตันฯ ได้ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ขณะนี้ ยังไม่มีสัญญาณจาก ยูเอสเอฟดีเอว่า ได้มีการประกาศแจ้งเตือนในเรื่องดังกล่าว ทั้งจากแหล่งข้อมูลเว็บไซต์ของ ยูเอสเอฟดีเอ หรือตามสื่อต่าง ๆ ของสหรัฐฯ รวมทั้งจากการสอบถามเพิ่มเติมไปยังเจ้าหน้าที่ของ ยูเอสเอฟดีเอ ก็ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการแจ้งเตือนเรื่องนี้เช่นกัน
พร้อมกันนี้ ยังได้มีการสอบถามบริษัทผู้นำเข้าสินค้าข้าวไทยรายใหญ่ในสหรัฐฯ ทราบว่า ผู้นำเข้าได้ทราบรายงานดังกล่าวเช่นกัน แต่ยังไม่ได้รับสัญญาณแจ้งเตือนใดจากทางการสหรัฐฯ รวมทั้งที่ผ่านมาก็ยังไม่พบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าข้าวไทยในสหรัฐฯ แต่อย่างใด
นอกจากนี้ ได้มีการตรวจสอบข้อมูลในประกาศแจ้งเตือนนำเข้าของยูเอสเอฟดีเอ พบว่า ที่ผ่านมาในปี 2556 มีปัญหาเกี่ยวข้องกับสินค้าข้าวไทยเพียง 1 รายการ ซึ่งเป็นกรณีสิ่งเจือปน (filth)ในผลิตภัณฑ์อาหารที่ทำจากข้าว (rice - based Product) แต่ไม่ใช่การฝ่าฝืนที่มีความผิดร้ายแรงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภคจนต้องมีการประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสินค้าข้าวจากไทยทั้งหมด
ทั้งนี้ สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ มีความเห็นว่า การตรวจสอบประกาศแจ้งเตือนนำเข้าของยูเอสเอฟดีเอยังไม่พบปัญหาร้ายแรงเกี่ยวกับสินค้าข้าวไทย จึงไม่น่าส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าข้าวไทยไปสหรัฐฯ เนื่องจากโดยทั่วไปแล้ววิธีการพิจารณาออกคำสั่งห้ามการนำเข้า (Import Refusal) หรือการเฝ้าระวังเฉพาะรายสินค้า และรายประเภทของยูเอสเอฟดีเอที่อาจนำไปสู่การถูกปฏิเสธการนำเข้านั้น มักเกิดจากการตรวจพบปัญหาที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหาร และการฝ่าฝืนกฎระเบียบของยูเอสเอฟดีเอที่มีความผิดร้ายแรง หรือจากเหตุผลสำคัญที่เกิดขึ้นเป็นประจำ
"ยุคล"ยันสหรัฐฯไม่สั่งกักข้าวไทย
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า วันนี้ ได้รับรายงานจาก สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐฯ ว่า ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ของสหรัฐยังไม่มีการสั่งกักกันข้าว ที่นำเข้าจากไทย ทุกตู้คอนเทนเนอร์ไว้ที่ท่าเรือ เพื่อตรวจสอบหาเชื้อรา และสารตกค้างที่ใช้ในการ-รมข้าว อย่างที่เป็นข่าว นอกจากนี้ ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของไทย ยืนยันว่า การส่งออกข้าวของไทยไปยังสหรัฐ ยังอยู่ในภาวะปกติ ไม่มีปัญหา สหรัฐ ไม่มีการแจ้งเตือนเรื่องคุณภาพข้าวไทย ยืนยันว่าข้าวไทยมีคุณภาพและปลอดภัย กรมวิชาการเกษตร
ตรวจสอบคุณภาพข้าวส่งออกแล้วว่า ไม่มีสารตกค้าง ซึ่งข่าวลือเรื่องสารตกค้างและเชื้อราในข้าวไทยที่ออกมา อยากให้คนที่ให้ข่าวผิด ๆ คำนึงถึงข้อเท็จจริงด้วยว่า การค้าระหว่างประเทศ มีการกำหนดมาตรฐานของสินค้า มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ สามารถตรวจสอบคุณภาพสินค้าได้ทั้งหมด ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดกับบ้านเมืองด้วยว่าจะเป็นอย่างไร
"ตนได้สั่งการให้นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตร รวบรวมข่าวลือเรื่องเชื้อราและสารตกค้างในข้าวไทยทั้งหมด พร้อมรายละเอียดข้อเท็จจริงและคำชี้แจง ส่งเป็นหนังสือไปยังสถานทูตสหรัฐ เพื่อทำความเข้าใจ และยืนยันเรื่องคุณภาพสินค้าข้าวไทย ไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด และเสียความเชื่อมั่นในคุณภาพข้าวไทยแล้ว" นายยุคล กล่าว
"เต้น"โต้สหรัฐกักข้าวไทยไม่ให้เข้าปท.
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีข่าวที่ระบุว่าทางอเมริกากักข้าวของไทยไม่ให้เข้าประเทศว่า "วันนี้ติดภารกิจที่ศาลอาญาไม่สะดวกแถลงข่าว ขอชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านช่องทางนี้ก่อนครับ"
"กรณีข่าวว่าอย.สหรัฐอเมริกากักข้าวจากประเทศไทยไม่ให้เข้าประเทศ ผมให้กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบแล้วโดยรองปลัดกระทรวงสอบถามไปที่ฑูตพานิชย์ทั้งที่ชิคาโกและLAยืนยันว่าไม่เป็นความจริง สอบถามฑูตเกษตรที่วอชิงตันดีซี ประสานงานสมาคมผู้ส่งออกข้าวในเมืองไทยปรากฏว่าได้คำตอบเดียวกันคือไม่มีสถานการณ์นี้ เป็นข่าวลือข่าวลวงที่สร้างความเสียหายให้ประเทศ"
"ผมสั่งการให้ฑูตพาณิชย์ทางโน้นทำรายงานสรุปมาโดยเร่งด่วนแล้ว คืบหน้าจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง"
"การวิพากษ์วิจารณ์โจมตีรัฐบาลโดยมีเป้าหมายทางการเมืองแบบที่ฝ่ายค้านใช้มาตลอดทำได้ แต่ถ้าไร้ความรับผิดชอบจนเกิดข้อมูลเท็จแล้วบ้านเมืองเสียหายอย่าทำเลยครับ"
จากนั้นนายณัฐวุฒิได้โพสต์รูปหนังสือตอบกลับจากสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรกระทรวงการต่างประเทศประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งปฏิเสธว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง
"สุรพงษ์"เผยยังไม่ได้รับรายงาน'สหรัฐ'กัก'ข้าวไทย'หลังมีข่าวข้าวรมยาฆ่าแมลง
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกามีคำสั่งแจ้งให้ท่าเรือและผู้นำเข้าทุกรายทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา กักกันข้าวที่นำเข้าจากประเทศไทย เนื่องจากปรากฏเป็นข่าวในประเทศไทยว่า ข้าวในโครงการรับจำนำข้าวที่เก็บไว้ในโกดัง หรือสต๊อก มีการใช้สารเคมีรมควันในปริมาณมาก ว่า ตนยังไม่ทราบเรื่อง ต้องเช็คดูก่อน ยังไม่ได้รับรายงานอะไรทั้งสิ้น ไม่รู้ข่าวมาจากไหน ถ้าเกิดขึ้นจริงกระทรวงพาณิชย์ต้องรู้ก่อน และพาณิชย์ต้องแจ้งให้เราทราบ ขั้นตอนแบบนี้ยังไม่เคยเจอ เดี๋ยวจะตรวจสอบดู
“ผมไม่อยากให้สังคมไทยเสนอข่าวลักษณะอย่างนี้ จริงบ้าง เท็จบ้าง แล้วสหรัฐก็ไปตรวจและคงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขามาตรวจละเอียดขึ้น ทั้งนี้ถ้าตรวจสอบแล้วมีจริงจะหาทางดูว่าจะทำอย่างไรบ้าง แล้วจะแจ้งให้ทราบ ” นายสุรพงษ์ กล่าว
"กต."ยืนยันสหรัฐฯไม่มีนโยบายกักกันข้าวไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ แถลงชี้แจงกรณีเกิดกระแสข่าวสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐ หรือเอฟดีเอ มีคำสั่งให้กักสินค้าข้าวของไทย ที่มาจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เนื่องจากพบว่า มีการใช้สารเคมีรมควัน และบางแห่งมีมอด รวมทั้งเชื้อรา โดยภายหลังการตรวจสอบกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ยืนยันว่า ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น
นายเสข กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำประเทศไทย ระบุว่า ทางการสหรัฐไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการปฏิบัติต่อข้าวไทย
แต่อย่างใด นอกจากนี้ ในช่วงเดือนม.ค. - เม.ย. 2556 สหรัฐยังนำเข้าข้าวจากไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี 2555 ยืนยันว่า สหรัฐไม่ได้มีการกักข้าวจากประเทศไทย โดยสหรัฐจะทำงานร่วมกับไทยต่อไปเพื่อให้การนำเข้า-ส่งออกข้าว ระหว่างไทยและสหรัฐ มีมาตรฐานความปลอดภัยต่อผู้บริโภค
นายเสข กล่าวต่อว่า ต้นตอของเรื่องนี้ มาจากคำสั่งของเอฟดีเอ เมื่อ 28 พ.ค. 2556 ออกคำสั่งตรวจสอบผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มาจากข้าวเพิ่มเติมจาก จีน ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ และไทย เนื่องจากพบสารเจือปน แต่ในปัจจุบันยังไม่พบรายชื่อของบริษัทไทยที่อยู่ในรายชื่อ “เรด ลิสต์” ที่จะต้องถูกกักสินค้าเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม แต่มีรายชื่อของบริษัทไทย 46 แห่ง อยู่ในรายชื่อ “กรีน ลิสต์” ซึ่งหมายความว่าได้รับการงดเว้นการสุ่มตรวจจากเอฟดีเอ
นอกจากนี้ กรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ก็ยืนยันว่า ข้าวไทยที่ได้รับการส่งออกไปสหรัฐนั้นมีราว 3-4 แสนตันต่อปี และได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานอาหารและยา (อย.)
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศ ได้กำชับให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ที่กรุงวอชิงตัน และสถานกงสุลใหญ่ ในนครนิวยอร์ก ติดตามการรายงานของสื่อท้องถิ่นในสหรัฐอย่างใกล้ชิดด้วย
ผู้สื่อข่าวถามถึง“รายชื่อ” บริษัทไทย ที่ปรากฏอยู่ในลิสต์ของทางเอฟดีเอ นายเสข อธิบายย้ำว่า เป็นรายชื่อของ 46 บริษัทไทยที่ได้รับการงดเว้นการสุ่มตรวจ แต่เขียนถัดลงมาจาก “เรด ลิสต์” ของเอฟดีเอ นี่คงทำให้ผู้อ่านเกิดความสับสนและเข้าใจผิด



