ข่าว

ปรับปรุงถนนหลวงยุทธศาสตร์'คค.'ลดไฟใต้

ปรับปรุงถนนหลวงยุทธศาสตร์'คค.'ลดไฟใต้

29 มิ.ย. 2556

ปรับปรุงถนนหลวง 3 จังหวัด ยุทธศาสตร์ 'คมนาคม' ลดไฟใต้ : ทีมข่าวภูมิภาค ... รายงาน

 

                             ในการประชุมหารือถึงการจัดทำแผนปฏิบัติการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีผู้แทนหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วม ประกอบด้วย กรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท, กรมเจ้าท่า, กรมการบินพลเรือน และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ประเด็นหลักของการหารือก็คือ การจัดทำแผนการพัฒนาโครงการต่างๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ที่จะคาบเกี่ยวไปถึงการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการหยุดยั้งความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง เช่น การปรับปรุงถนนของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท เป็นการตกผลึกของข้อเสนอ หลังจากคณะทำงานขับเคลื่อนการบริหารงานพัฒนาคุณภาพชีวิตและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีกระทรวงมหาดไทยเป็นหัวหน้ากลุ่ม ได้ประชุมร่วมกับองค์กรท้องถิ่น ภาคประชาชน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม ที่จ.สงขลา

                             ทั้งนี้ ข้อเสนอที่เกิดขึ้นจากการหารือที่สงขลาก็คือ เสนอแผนปรับปรุงเส้นทางคมนาคมเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและปลอดภัยในพื้นที่ เช่น การเพิ่มช่องจราจร, ปรับปรุงมาตรฐานทางเป็นชั้น 1 เพื่อให้ไหล่ทางกว้างมากขึ้น, ก่อสร้างทางหนา 25 เซนติเมตร คลุมหลังท่อลอดใต้ถนน จากนั้นปูทับด้วยแอสฟัลต์เพื่อให้ยากต่อการขุดเจาะฝังระเบิด, ดูแลตัดต้นไม้ พุ่มไม้สองข้างทางให้โล่ง เพื่อง่ายต่อการตรวจตราระวังป้องกันภัย เป็นต้น อันเป็นแผนงานที่เชื่อว่าจะช่วยหยุดยั้งความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ชายแดนภาคใต้ จากรูปแบบการก่อเหตุของกลุ่มก่อความไม่สงบ ด้วยการใช้วิธีเจาะถนนจากด้านข้างเพื่อลอดเข้าไปฝังระเบิด หรือการลอดเข้าไปใต้ท่อลอดซีเมนต์และวางระเบิด เพื่อโจมตีเจ้าหน้าที่ 

                             สำหรับข้อสรุปจากการหารือดังกล่าว โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน คือการมอบหมายให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าไปมีภารกิจร่วมเพื่อดำเนินการ อันหมายถึงการมีส่วนร่วมเพื่อยับยั้งความรุนแรง ซึ่งกรมทางหลวงจะพัฒนาถนน 5 เส้นทาง และ 1 กิจกรรม (งานติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างเพื่อความปลอดภัย) ค่าก่อสร้างประมาณ 2,323 ล้านบาท โดยเป็นเส้นทางที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อการร้าย ดักซุ่มโจมตีและลอบวางระเบิด ขณะที่กรมทางหลวงชนบทจะพัฒนาถนน และติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวก คาดว่าจะใช้วงเงินทุนกว่า 2,500 ล้านบาท ข้อสรุปของการลงทุนเหล่านี้ คือความต่อเนื่อง ในการดำเนินภารกิจเร่งด่วน เพื่อลดจุดเสี่ยงในการเดินทาง ด้วยการปรับปรุงทางหลวง สำหรับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ถือเป็นยุทธศาสตร์ในการนำความสงบสุขกลับมาสู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  

                             เป็นการพิจารณาการจัดทำกลยุทธ์การพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน ที่ศึกษาโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเส้นทางเพื่อเปิดพื้นที่และลดจุดอับบริเวณตอนใต้ จ.สงขลา และตอนในของยะลาและนราธิวาส ประกอบด้วย 1.การก่อสร้างถนนแนวใหม่สายด่านบูเก๊ะตา-อ.แว้ง-อ.ศรีสาครอ.บันนังสตา-อ.สะบ้าย้อย-ด่านบ้านประกอบ 2.ก่อสร้างและปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 410 สายยะลา อ.บันนังสตา-อ.เบตง (130 กม.) 3.ก่อสร้างและปรับปรุงถนนสายยะลา-ดาโล๊ะหะลอ 4.ก่อสร้างถนนแนวใหม่ปาลอปาต๊ะ-สนามบินนราธิวาส 5.ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4113 สาย อ.นาทวีบ้านประกอบ (15.4 กม.) ด้านโครงการเพิ่มประสิทธิภาพเส้นทางการคมนาคมขนส่งและการเชื่อมโยงเป็นระบบโครงข่ายที่สมบูรณ์ได้แก่ 1.การปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 418 ตอนงาแม่-มะพร้าวต้นเดียว 2.ก่อสร้างสะพานข้ามแยกตะลุโบะ 3.ก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองปัตตานี

                             "ที่ผ่านมาได้เคยเสนอไปว่าในส่วนของท่อลอดควรจะเป็นความรับผิดชอบของแขวงการทาง ควรที่จะหาทางป้องกันการวางระเบิดใต้ถนน ด้วยการใช้ตะแกรงตาใหญ่ๆ ครอบที่ปากท่อ โดยที่น้ำยังคงไหลผ่านได้สะดวก แต่คนไม่สามารถมุดเข้าไปในท่อได้ ซึ่งหากดำเนินการได้จริงๆ ก็จะสามารถช่วยให้เจ้าหน้าที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นในการทำงาน" พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผกก.สืบสวนสอบสวน ภูธรจังหวัดยะลา ให้ความเห็น

                             สิทธิศักดิ์ อัศวพรหมธาดา ผู้อำนวยการสำนักทางหลวงที่ 15  กล่าวว่า จากนี้ไปกรมทางหลวงจะเข้าไปดูแลเส้นทางคมนาคม เพื่อลดการใช้เป็นพื้นที่ก่อเหตุ เช่น กรณีท่อเชิงลาดของถนนที่มีการซุกระเบิดใต้ท่อ กรมทางหลวงจะกลบหลุม/บ่อ ในเส้นทางในพื้นที่ที่เกิดเหตุบ่อย และขยายขอบไหล่ทางเพิ่มอีก 2.5 เมตร เนื่องจากไหล่ทางบ้างจุดแคบ และมีหญ้าปกคลุมทำให้เจ้าหน้าที่ถูกโจมตีได้ง่าย ส่วนการนำระเบิดไปฝังในท่อระบายน้ำใต้ถนน ก็จะจัดหาวัตถุที่มีแรงอัดระเบิดไปไว้หลังท่อ เพื่อที่จะยับยั้งการเกิดระเบิด

                             "การลงมือของกลุ่มก่อการร้ายมีการเปลี่ยนรูปแบบตลอดเวลา ที่ผ่านมาอาจจะใช้เครื่องตัดหญ้าดัดแปลงเป็นสว่านเจาะ แต่ปัจจุบันใช้วิธีขุดแล้วหย่อนระเบิดลงไปใต้ถนน วิธีการเปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา ในฐานะของภาคเอกชนได้แต่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการหาทางรับมือ" ศิริชัย ปิติเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดปัตตานี กล่าว

                             การปรับปรุงเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ภาคใต้ จะใช้งบส่วนหนึ่งจากเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท และจากงบประมาณปกติ นอกจากโครงการข้างต้นแล้ว กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ยังเสนอสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พิจารณาติดตั้งชิพกับยานพาหนะในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ วงเงินลงทุน 310.7 ล้านบาท เป็นการนำเอาระบบอาร์เอฟไอดี เพื่อติดตามเส้นทางกับรถทุกประเภทในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันจะป้องกันปัญหาการก่อการร้าย เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี เป็นระบบที่ใช้ในการเก็บข้อมูลหรือระบุข้อมูล ทำงานคล้ายกับสมาร์ทการ์ดหรือบาร์โค้ด

                             แต่ความแตกต่างคือ อาร์เอฟไอดี มีประสิทธิภาพสูงกว่า เปรียบเทียบกับสมาร์ทการ์ด โดยจะต้องทำการสัมผัสโดยตรงระหว่างตัวเก็บข้อมูลกับเครื่องอ่านบัตร ส่วนบาร์โค้ดก็ต้องทำการหันเข้าหาเครื่องอ่านข้อมูลเช่นกัน ต่างจากระบบอาร์เอฟไอดี ที่ตัวบัตรสามารถอยู่ห่างจากเครื่องอ่านได้โดยไม่ต้องสัมผัสกับเครื่องอ่านแต่อย่างใด เนื่องจากการส่งสัญญาณของระบบ นั้นจะใช้คลื่นวิทยุ เป็นสื่อนำในการส่งสัญญาณ โดยจะมีการใช้ไอซีไมโครชิพขนาดเล็กติดไว้ในบัตร ป้าย หรือฉลาก ซึ่งในไมโครชิพจะมีการระบุข้อมูลที่จำเป็นไว้ และส่งสัญญาณออกมาด้วยความถี่ที่กำหนดไปยังเครื่องอ่านข้อมูล

                             เป็นแนวทางที่กระทรวงคมนาคมวางไว้ เพื่อที่จะหาทางยับยั้งความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ก่อตัวมาตั้งแต่ มกราคม 2547 ถึงปัจจุบัน

 

 

---------------------

(ปรับปรุงถนนหลวง 3 จังหวัด ยุทธศาสตร์ 'คมนาคม' ลดไฟใต้ : ทีมข่าวภูมิภาค ... รายงาน)