
ฮอตอิชชู : ลด 'เครียด' ก่อน 'บ้า'
ฮอตอิชชู : ลด 'เครียด' ก่อน 'บ้า'
"ประเด็นสำคัญคือจำนวนไม่น้อยเครียดแล้วแต่ไม่ยอมรับว่าตัวเองเครียด หรือไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเครียด ..."
จากสถิติของ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคจิตที่เข้ารับการรักษากว่า 1 ล้านคน (ไม่รวมกลุ่มตกสำรวจ) ซึ่งล้วนเกิดจากสภาวะทางสังคมที่มีปัจจัยแวดล้อมมากมายก่อให้เกิดความเครียด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม หรือแม้กระทั่งปัญหาครอบครัว ส่งผลให้มีคนไทยจำนวนมากที่ไม่สามารถแบกรับกับปัญหาและความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ สุดท้ายทำให้ป่วยเป็นโรคจิตเพิ่มมากขึ้น!!.......
ลักษณะของการป่วยโรคจิตมีหลายประเภท นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เปิดเผยว่า ประเภทที่น่าเป็นห่วงคือ "โรคจิต" ที่ทำให้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ทำร้ายตนเองและผู้อื่น ได้แก่ โรคจิตชนิดซึมเศร้า โดยจะมีอาการเฉื่อยชา ไม่ดูแลตนเอง เบื่ออาหาร คิดมาก วิตกกังวล บางคนก็ร้องไห้ตลอดเวลา และบางคนอาจตัดสินใจถึงขั้นฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ยังมีอาการโรคจิตที่เกิดจากสารเสพติดที่ผู้ป่วยจะมีอาการประสาทหลอน เพ้อ คลุ้มคลั่ง ก้าวร้าว ควบคุมตนเองไม่ได้ ทำร้ายร่างกายตนเองและผู้อื่น ซึ่งผู้ป่วยโรคจิตทั้งสองกลุ่มนี้จะเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยฉุกเฉินได้มากที่สุด
"อาการเบื้องต้นของผู้ป่วยโรคจิตจะซึมเศร้า เก็บตัว จากที่เคยเรียบร้อยก็จะกลายเป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรงจนน่ากลัว ไม่ชอบอาบน้ำ สะสมขยะ พูดจาหรือหัวเราะอยู่คนเดียว ซึ่งหากพบเห็นควรรีบพาไปพบจิตแพทย์เพื่อทำการรักษาและบำบัด เพื่อลดอัตราการเกิดเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยสถิติการออกปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉินในปี 2555 พบว่ามีผู้ป่วยฉุกเฉินที่ได้รับการช่วยเหลือจากอาการคลุ้มคลั่ง ภาวะทางจิตประสาทและอารมณ์ 11,652 ครั้ง และในปี 2556 จำนวน 7,588 ( ต.ค.55-มิ.ย.) ดังนั้นหากพบเหตุดังกล่าวสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง" เลขาธิการ สพฉ. เผย
ความเครียดเกิดได้กับทุกเพศและวัย "ฟิลด์" กันทรากร บวรสิริกุล วัย 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนราชบพิธ ยอมรับว่ามักเครียดเรื่องเรียน แล้วยังมีเรื่องเพื่อนและครอบครัวเป็นปัจจัยเสริม สำหรับตัวเองจะคลายเครียดโดยการเล่นกีฬา เพราะทุกครั้งที่ได้เคลื่อนไหวและได้เหงื่อจะรู้สึกว่าอารมณ์แจ่มใสขึ้น
"ถึงแม่จะแยกทางกับพ่อแล้ว แต่ผมก็ไม่รู้สึกขาดอะไร เพราะนอกจากจะอยู่กับแม่ก็มีน้องและยายก็มีความสุขดี ถ้าจะเครียดคงเป็นเรื่องเวลามีการบ้านแล้วไม่มีใครช่วยสอนมากกว่า เพราะแม่ต้องทำงานกว่าจะกลับก็ 4- 5 ทุ่ม ก็พยายามปรึกษาอาจารย์ตั้งแต่อยู่โรงเรียนหรือโทรหาเพื่อน ผมว่าทุกวันนี้คนเครียดกันเยอะขึ้น หลักๆ ก็น่าจะเป็นเรื่องเงิน การเมือง เวลาเครียดผมไม่เคยคิดหาทางออกแย่ๆ แต่จะเปิดเพลงฟัง เล่นอินเทอร์เน็ต หรือไม่ก็ออกไปเล่นกีฬาอย่างฟรีรันนิ่ง ได้กระโดด ได้ตีลังกา ทำให้ลืมเรื่องเครียดๆ ได้" หนุ่มน้อย บอก
ด้านคนทำงานที่ต้องใช้สมองในการคิดวิเคราะห์ค่อนข้างมากอย่าง "เปาโล" วิสูตร ปรีชาธรรมรัช นักวิเคราะห์งบประมาณชำนาญการ สำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว รวมถึงหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้องกับตัวเลข หากเกิดปัญหา เช่น ตัวเลขไม่ลงตัว ก็ทำให้เกิดความเครียดอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งภาวะเครียดแบ่งได้เป็นหลายระดับคือ เครียดทั่วๆ ไป เครียดขั้นรุนแรง และเครียดที่สุด
"ถ้าเครียดไม่มากแค่พูดคุยกับเพื่อน และคิดบวกก็ช่วยได้แล้ว แต่ถ้าเขยิบขึ้นมาในขั้นที่รุนแรง ก็จะหาอะไรกินแก้เครียด แต่ถ้าเครียดถึงขีดสุด อันนี้ต้องหาเวลาว่างเพื่อออกกำลังกาย หรือเล่นดนตรี ผมว่าการออกกำลังต้องใช้พละกำลังเยอะ มันเหมือนเป็นการขับความเครียดให้ออกไป และหลั่งสารเอ็นโรฟินออกมาแทน ส่วนการร้องเพลงหรือเล่นดนตรี มันก็เป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่ง เวลาที่เราเครียดเป็นเวลาที่สมองยุ่งเหยิง เรื่องราวต่างๆ ในหัวฟุ้งกระจาย แต่เมื่อร้องเพลงหรือเล่นดนตรี สมาธิจะจดจ่ออยู่กับจังหวะ จึงช่วยเรียกสมาธิกลับคืนมา สิ่งที่ฟุ้งกระจายอยู่ในหัวสมองก็จะตกตะกอนทำให้เรามองเห็นอะไรได้ชัดเจนขึ้น แต่หากจะทำให้ตะกอนนั้นหายไปเลยก็คงต้องกลับไปวิเคราะห์และแก้ปัญหาจากต้นเหตุ" นักวิเคราะห์งบประมาณ ให้ความเห็น
ขณะที่เวิร์คกิ้งวูเมน ดร.ภริดา โกเชก นักจัดการความรู้อาวุโส ฝ่ายสื่อสารและการตลาด พิพิธภัณฑ์มิวเซียมสยาม แม้จะทำงานเกี่ยวกับศิลปะจรรโลงจิตใจก็ไม่วายมีความเครียดแวะเวียนเข้ามาทักทายอยู่เป็นระยะ โดยเจ้าตัวบอกว่า เท่าที่เคยเห็นจะมีวิธีลดความเครียดด้วยวิธีต่างๆ อาจจะดูหนัง ฟังเพลง เล่นกีฬา หรือช็อปปิ้ง แต่ประเด็นสำคัญคือจำนวนไม่น้อยเครียดแล้วแต่ไม่ยอมรับว่าตัวเองเครียด หรือไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเครียด ซึ่งหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้นานๆ ความเครียดก็จะพัฒนาไปสู่ปัญหาใหญ่ของสังคม หรือระดับชาติ
"ความเครียดผกผันกับความสุข ถ้าเครียดมากแน่นอนว่าความสุขน้อยลงทันที สำหรับคนทำงานอย่างแรกเลยเครียดเรื่องงาน ถ้าเป็นคนกรุงเทพคงหนีไม่พ้นปัญหาจราจร สำหรับตัวเองพอรู้ตัวว่าเริ่มเครียดจะพยายามยึดหลักพระพุทธศาสนา เพราะรู้สึกว่าสิ่งหนึ่งที่จะทำให้มีความสุขได้คือต้องยอมรับว่าความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ พอยอมรับได้ระดับความเครียดก็จะลดลง แล้วต้องรู้จักให้กำลังใจตัวเองว่าวันนี้เครียดเท่านี้ พรุ่งนี้อาจลดลง หรือหายไปเลยก็ได้ ต้องมีความหวังง หรือบางครั้งการยอมรับอาจง่ายกว่าการวิ่งแก้ปัญหา" นักจัดการความรู้ควบคู่จัดการความเครียด เผยพร้อมกับเสริมด้วยว่า สุขหรือทุกข์คือส่วนหนึ่งของชีวิต เพราะฉะนั้นต้องอยู่กับมันให้ได้
ในฐานะผู้คร่ำหวอดด้านสุขภาพจิต น.พ.ปริทรรศ ศิลปกิจ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลสวนปรุง อธิบายว่า โดยปกติทั่วไปมนุษย์ทุกคนที่ทำมาหากิน เรียนหนังสือ มีความเครียดเป็นตัวขับเคลื่อนอยู่แล้ว แต่อยู่ที่จะมีมาก มีน้อย มีแค่ช่วงระยะสั้นๆ หรือมีอาการติดต่อกันนานๆ ซึ่งหากเป็นบ่อยๆ ย่อมเกิดผลเสียแน่นอน ไม่ว่าจะด้านจิตใจและร่างกาย ส่วนวิธีการสังเกตตัวเองรวมถึงคนรอบข้าง และการปลดเปลื้องความเครียดก่อนจะขยายกลายเป็นอาการซึมเศร้าจนถึงขั้นเบื่อหน่ายการมีชีวิตอยู่บนโลกนั้นทำได้ง่ายๆ แค่ดูจากร่างกายและอารมณ์
"คำว่า เครียด เฉียดๆ กับคำว่า บ้า ทำให้หลายคนรู้สึกอาย จึงปฏิเสธไม่ยอมรับ ซึ่งตัวเองหรือคนรอบข้างสามารถสังเกตได้จากอารมณ์ โดยจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดในลักษณะจากคนเคยอารมณ์ดีกลายเป็นคนยิ้มยาก กระวนกระวาย โมโห ไม่กระฉับกระเฉงเชื่องช้า อาการเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าต่อไปได้ ส่วนกรณีที่ทางร่างกายแสดงออกมาโดยอัตโนมัติ คือใจสั่น วิงเวียน ปั่นป่วนในระบบร่างกาย ท้องอืด ท้องเสีย ใจเต้น ใจสั่น หายใจไม่ทั่วท้อง ไม่สบายตัว บางคนออกมาเป็นอาการปวดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เนื่องจากกล้ามเนื้อตึงตัว" ผู้เชี่ยวชาญบอก บอกถึงข้อสังเกตุ
ทั้งนี้ คุณหมอแนะวิธีปลดปล่อยความเครียดง่ายๆ คือ "ไม่สู้" ก็ "หนี" เช่น การปรึกษากับคนสนิทหรือบุคลากรทางสุขภาพจิต นอกจากนี้ยังมีบททดสอบความเครียดในเว็บไซต์ของกรมสุขภาพจิต ซึ่งสามารถเข้าไปทดลองตอบคำถามได้ แต่ต้องตอบตามจริงจึงจะช่วยสะท้อนออกมาให้เห็นชัดเจน ส่วนผู้ที่มีคนใกล้ชิดกำลังประสบภาวะเครียดอยู่นั้น แค่พยายามพูดคุย รับฟัง แต่ต้องไม่กดดันผู้ป่วย ก็สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่งแล้ว



