ข่าว

รักเหมือนปาท่องโก๋ ไปไหนไปกัน

รักเหมือนปาท่องโก๋ ไปไหนไปกัน

27 มิ.ย. 2556

รักเหมือนปาท่องโก๋ ไปไหนไปกัน : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์

                แทบจะเป็นสูตรสำเร็จของชีวิตคนบ้านนอก ฐานะยากจน เมื่อเรียนจบชั้นประถมก็ต้องเข้าไปขายแรงงานในเมืองหลวง หรือหากดีหน่อยก็พอจะได้เรียนจนจบชั้นมัธยม มีน้อยคนนักที่จะได้เรียนจบชั้นสูงๆ เมื่อความรู้น้อย โอกาสในการเลือกทำงานก็น้อยตามไปด้วย

                เฉกเช่นเดียวกับ "อุไร สิงห์สวัสดิ์" สาวบ้านตองปิด อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ เมื่อปี 2543 ขณะนั้นอายุ 20 ปี สภาพพื้นที่ยังเป็นบ้านนอกมาก มีเพียงถนนดินเข้าสู่หมู่บ้าน ไม่มีไฟฟ้าใช้ แล้วจะสรรหางานอะไรที่จะให้พอมีพอกิน นอกจากทำนา เลี้ยงวัว เลี้ยงควายให้ชีวิตผ่านไปวันๆ แต่นั่นหมายถึงอนาคตก็มืดมนไปด้วย

               ด้วยความที่เป็นหญิงสาวโสด เธอเลือกมาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านเหล้าของเพื่อนรุ่นน้องในหมู่บ้านที่มาเปิดร้านในกรุงเทพฯ อยู่กับคนบ้านเดียวกันปลอดภัยกว่า ชีวิตเด็กสาวบ้านนาเมื่อมาอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ยิ่งทำให้ต้องระวังตัว ไม่กล้าคบใคร กลัวจะถูกหลอก

               แต่แล้ววันหนึ่ง ฝรั่งผมทองตัวสูง หน้าตาดี เข้ามาเป็นลูกค้าในร้าน "อุไร" ก็เข้าไปเสิร์ฟเครื่องดื่มให้บริการตามหน้าที่ แต่ก็แอบมองฝรั่งบ่อยๆ จนเขารู้สึกตัวและส่งยิ้มหวานมาให้ เธอหลบตาทันทีด้วยความเขินอาย

               จากวันนั้น ทุกเย็นทุกค่ำ ฝรั่งคนนี้ "วอลเทอร์" วิศวกรคอมพิวเตอร์ ชาวสวิตเซอร์แลนด์ มาที่ร้านแทบทุกวัน เริ่มมีการพูดคุยสนทนากันแบบรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่สายตาที่ส่งให้กัน ไม่รอดพ้นเพื่อนร่วมงานในร้านที่จับสังเกตอยู่ห่างๆ เมื่อเขากลับไป ความคิดเห็นก็ประเดประดังเข้ามา บางคนบอกจับให้มั่น เพราะถ้าได้เป็นเมียฝรั่ง สบายไปทั้งชาติ แต่บางคนก็บอกให้ระวัง คนต่างชาติต่างภาษา ไม่รู้จักหัวนอนหรือที่มาของครอบครัว มีลูกมีเมียอยู่แล้วหรือเปล่า ไม่ใช่จะมาไข่แล้วทิ้ง ได้แล้วบินปร๋อกลับบ้าน ปล่อยให้เราน้ำตาเช็ดหัวเข่า อุ้มลูกหัวแดงกลับบ้านเลี้ยงให้อายเขา

               "ชีวิตช่วงนั้นสับสนมาก จะคบกับเขาก็ไม่สนิทใจ ครั้นจะไม่มองก็แอบชอบเขาไปแล้ว ยิ่งพอเขาไปบอกเจ้าของร้านว่า อีกสิบวันต้องกลับบ้าน อยากจะมีเวลาพูดคุยกับเรา โดยสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรให้เสียหายหญิงไทย น้องสาวที่เป็นเจ้าของร้านก็มาบอก เครียดมาก ตัดสินใจไม่ถูกเพราะกลัวเขาหลอก วันนั้นคิดมาก ปวดหัว ขอน้องสาวดื่มเหล้าแก้วหนึ่ง แน่นอนว่าคนไม่เคยดื่ม เมื่อดื่มเข้าไปแก้วก็เมาได้ เมื่อเมาได้ทีก็พูดความจริงออกมาหมดเลย ว่ากลัวเขาจะมาหลอกอย่างโน้นอย่างนี้ ในใจลึกๆ ก็ชอบเขาอยู่ แต่กลัวเขามาหลอก ซึ่งฝรั่งเองก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าไม่หลอก ชอบจริงๆ รักจริงๆ จากนั้นจึงยอมตกลงที่จะไปเที่ยวกับเขา เพื่อคบหาดูใจกันก่อนที่เขาจะเดินทางกลับ โดยขอลาพักงาน 10 วัน"

               เมื่ออยู่ใกล้ เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น ใจดี เขาเป็นคนสุภาพ เรียบร้อย อ่อนโยน ตลก อารมณ์ดี ให้เกียรติสุภาพสตรี ตลอดการเที่ยวไม่เคยล่วงเกิน ไม่ฉวยโอกาส เวลาที่อยู่ด้วยกันเพียง 10 วัน แต่ดูมันเหมือนอยู่ด้วยกันนานมาก เริ่มที่จะรู้ใจ เข้าใจต่อกัน ไปเที่ยวทะเลภูเก็ตด้วยกัน ไปเที่ยวห้างด้วยกัน ทั้งสองดูกลมกลืนกันมาก

                "แม้จะพูดจาสื่อสารกันไม่ค่อยเข้าใจ แต่เรามีใจที่เข้าใจกัน มองตาแทบจะรู้เลยว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร อย่างเช่นเวลาที่จะทานอาหาร เราจะเลือกชี้เอาเมนูที่คล้ายๆ กัน หรือทานด้วยกันได้อย่างมีความสุข นี่หรือที่เขาเรียกว่า ความรัก แต่ก็ยังไม่กล้าฝันไปถึงขั้นได้ครองคู่กัน เรามันคนบ้านนอก เขาเป็นฝรั่งเป็นวิศวกร หน้าที่การงานใหญ่โต จะเอาอะไรไปคู่ควรกับเขา เมื่อถึงเวลาที่เขาต้องเดินทางไปทำงานประเทศอื่นๆ เราก็ได้แต่บอกว่า หากแวะผ่านมาที่ประเทศไทยอีก ก็ขอให้มาเที่ยวด้วยกันใหม่ เท่านี้"

               หนึ่งเดือนนับจากนั้น "วอลเทอร์" กลับมาอีก บอกว่าคิดถึงมาก และตอนนี้ได้มาทำงานที่ไทยอีกแล้ว ซึ่งมารู้ภายหลังว่าขอเปลี่ยนกับเพื่อนที่ต้องไปทำงานที่ประเทศอื่น บอกเพื่อนว่า เขาหลงรักสาวไทยคนหนึ่ง เพื่อนจึงยอมเปลี่ยนให้

               กลับมาครั้งนี้ ทั้งสองเดินหน้าพร้อมหลอมรวมเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน วอลเทอร์พาอุไรไปเที่ยวและแนะนำตัวกับญาติพี่น้องถึงประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เด็กบ้านนอกได้บินไปต่างประเทศเพราะความรัก ไปพบกับครอบครัววอลเทอร์ ซึ่งครอบครัวอบอุ่นมาก เป็นครอบครัวที่โอบอ้อมอารี มีน้ำใจ

               จากนั้นเดินทางกลับมาประเทศไทย เพื่อมาแต่งงาน เพื่อนบ้าน พ่อแม่ตื่นเต้นกันมาก ภายหลังจากแต่งงาน อุไรต้องบินไปเป็นเพื่อนเพื่อไปช่วยเขาทำงานที่ประเทศอินเดีย ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอินเดีย 5 ปี เหมือนไปฮันนีมูนอินเดีย เพราะทำงานไปเที่ยวไป มีความสุขมาก จากนั้นไปทำงานยังประเทศต่างๆ ในแถบเอเชียนี้ อุไรได้ร่วมเดินทางเคียงข้างตลอด

               "วอลเทอร์ "บอกกับศรีภรรยาว่า ที่เขาชอบมากรักมากเพราะเธอมีเวลาให้กับเขาตลอด อยู่กับเขาได้ทุกที่ ไปเที่ยวกับเขาได้ทุกแห่ง เป็นได้ทั้งเพื่อน ทั้งภรรยา เขาชอบตรงที่มีเขาที่ไหน จะมีอุไรอยู่ที่นั่นด้วยตลอด

               จากนั้นเมือปี 2554 วอลเทอร์ ได้ขอลาออกจากงานก่อนกำหนด เและเดินทางมาปักหลักใช้ชีวิตที่บ้านเกิดของอุไรใน จ.ศรีสะเกษ มีเงินเพียงพอที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันไปจนวันตายจากการที่เขาทำงานมาตลอดที่ผ่านมา ณ วันนี้ วอลเทอร์ได้เงินเดือน เดือนละ 6 แสนบาท หลังจากหักส่งไปบ้านเกิดเขาก็พอเพียงที่จะมาใช้จ่ายมีชีวิตอยู่บ้านนอกอย่างสบายๆ

               วันนี้ครอบครัวเขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ซื้อที่นาเพิ่ม มีนา 3 แปลงกว่า 20 ไร่ จ้างเขาทำ ขอแต่ข้าวมากินบ้างเล็กน้อย มีกันและกันตลอดไป กินเที่ยวมีสุขด้วยกัน ใช้ชีวิตพอเพียงไม่ฟุ้งเฟ้อ

               "เราจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเช่นนี้ไปตลอดชีวิตที่เหลือของเราทั้งสอง" เท่านี้ก็สุขเกินพอ

 

 .................................................

(รักเหมือนปาท่องโก๋ ไปไหนไปกัน : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์)