
'สุขุม'เชื่อปรับ'ครม.ปู5'รอบนี้เหมาะสม
'สุขุม'เชื่อปรับครม.รอบนี้ เหมาะสมรัฐบาลยอมรับความผิดพลาด ด้าน'นิวัฒน์ธำรง'ปัดให้ความเห็นข่าวนั่ง รมว.พาณิชย์ ชี้อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้
27 มิ.ย.56 นายสุขุม นวลสกุล นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ปฏิเสธที่จะวิเคราะห์ในภาพรวมของการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ รอบที่ 5 เนื่องจากขณะนี้การปรับเปลี่ยนในตำแหน่งต่างๆ ยังไม่มีความชัดเจน และตนก็ไม่เชื่อว่าจะมีความถูกต้อง เช่น การย้าย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ส่วนการปรับครม. ในช่วงนี้ตนมองว่า มีความเหมาะสม และถูกต้อง เพราะหากไม่ปรับรัฐมนตรี ก็เท่ากับว่ารัฐบาลไม่ยอมรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม
“ การปรับรัฐมนตรีที่มีปัญหาออก เท่ากับว่ารัฐบาลยอมรับเสียงวิจารณ์ของสังคมและการปรับปรุงรอบนี้ก็เพื่อขอโอกาส เพื่อให้คนใหม่เข้าไปคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่ารัฐบาลเขาปรับเปลี่ยนเพื่อแก้เกมการเมือง ผมก็เห็นเช่นนั้นเพราะที่ผ่านมาไม่ว่ารัฐบาลชุดใด ก็ต้องเล่นเกมตลอด ทั้งนี้ภายในพรรค ล้วนมีคนแถวหนึ่ง แถวสอง เขาก็ต้องปรับเอาแถวหนึ่งเข้ามาเพื่อให้ปัญหามันดีขึ้น” นายสุขุม กล่าว
"นิวัฒน์ธำรง"ปัดให้ความเห็นข่าวนั่ง"รมว.พาณิชย์"ชี้อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับครม. ซึ่งระบุว่านายนิวัฒน์ธำรง จะถูกปรับให้ดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ ว่า ยังไม่รู้เรื่อง แต่อยู่ที่ไหนก็สามารถทำงานได้หมด เพราะตั้งใจจะเข้ามาทำงานอยู่แล้ว พร้อมทำงานเต็มที่อย่างโปร่งใส แต่ทั้งนี้ยังไม่มีคำสั่งออกมาแต่อย่างใด จึงไม่สามารถให้ความเห็นได้ หากมีคำสั่งก็จะมีการคุยกันอีกครั้ง
"ชัจจ์"สั่งเร่งตรวจสอบ-คืนสัญชาติให้คนไทยพลัดถิ่น เปรยอำลาตำแหน่ง "มท.2"
พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทย เป็นประธานในการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อการพิสูจน์และรับรองความเป็นคนไทยผลัดถิ่น โดยมีปลัดจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ คณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ผู้สังเกตุการณ์จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมประชุม
โดยก่อนประชุม พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าวว่า ในวันนี้เป็นวันเกิดของตน ซึ่งจะอายุครบ 70 ปี ทั้งนี้ ตนได้รับมอบหมายให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลกรมการปกครอง แต่บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่จะส่งต่อให้กับรัฐมนตรีคนอื่น และจะขอพักผ่อนตามโปรแกรมที่ได้ตั้งใจไว้ แต่นายกรัฐมนตรีได้ออกมาพูดว่าให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปก่อน ก็คงจะรับหน้าที่ต่อไป ซึ่งการมาเป็นประธานเปิดงานในครั้งนี้อาจจะเป็นภารกิจสุดท้าย
จากนั้น พล.ต.ท.ชัจจ์ ได้กล่าวในที่ประชุมการมอบสัญชาติให้คนไทยพลัดถิ่นว่า ความเป็นคนไทยอยู่ในสายเลือด ในจิตใจของทุกคน แม้ตนเองจะสืบเชื้อสายจีน โดยเข้ามาอยู่เมืองไทยตั้งแต่รุ่นปู่ ดังนั้น กฎหมายการให้สัญชาติต่างๆ เกิดจากที่เราอยู่ในท้องถิ่นไทย แม้จะเป็นคนเชื้อชาติศาสนา อย่างไรก็ตาม จึงอยากให้ทุกฝ่ายรวมกันหาแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อให้ได้ข้อยุติและเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการให้คนไทยพลัดถิ่นได้รับสัญชาติไทยโดยเร็วและถูกต้องตามกฎหมาย
ขณะที่ นายสถาพร ศิริภักดี รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กรมการปกครองได้มีการจัดชุดปฏิบัติการของสำนักทะเบียนกลางเพื่อออกไปช่วยสำนักทะเบียนที่มีคนไทยพลัดถิ่นเป็นจำนวนมาก ในการดำเนินการรับคำขอพิสูจน์และรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ตั้งแต่ 3 กันยายน 2555 เป็นต้นมา โดยขณะนี้มีผู้ยื่นคำขอพิสูจน์และรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นแล้ว 4,744 ราย โดยอำเภอรับคำขอและอยู่ระหว่างการดำเนินการจำนวน 1,630.ราย อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบของจังหวัด จำนวน 1,204 ราย และจัดส่งให้กรมการปกครองดำเนินการแล้ว จำนวน 1,910 ราย



