
'นายกฯ'ใหม่ออสซี่สาบานตนวันนี้
'เควิน รัดด์'สาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของออสเตรเลีย
27 มิ.ย.56 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเควิน รัดด์ วัย 55 ปี ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของออสเตรเลีย ต่อหน้านางเควนติน ไบรซ์ ผู้สำเร็จราชการในฐานะผู้แทนพระองค์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษหลังสูญเสียตำแหน่งไปนาน 3 ปี และจะเป็นผู้นำพรรคแรงงาน หลังจากเอาชนะการโหวตในพรรค และทำให้นางจูเลียกิลลาร์ด นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกต้องลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันพุธ
นางกิลลาร์ด วัย 51 ปี ได้เรียกร้องให้พรรคฯ ลงคะแนนเลือกหัวหน้าพรรคด้วยตัวเอง หลังเกิดปัญหาขัดแย้งภายในมานานหลายเดือน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 14 กันยายน และนายรัดด์ คู่ปรับเก่า ได้กลับมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค หลังชนะด้วยคะแนนเสียง 57 ต่อ 45 และนางกิลลาร์ดได้ประกาศถอนตัวจากการเมืองด้วย
ทั้งนี้ การกลับมาของนายรัดด์ ได้มีขึ้นหลังจากผลโพลล์หลายสำนักชี้ว่า นายโทนี่ แอ๊บบอต ผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมที่เป็นฝ่ายค้าน จะชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย มีรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ 6 คนลาออกจากตำแหน่งหลังจากนายกิลลาร์ดพ่ายแพ้ด้วย รวมทั้งคนที่ภักดีต่อเธอมากที่สุดอย่างนายเวย์น สวอน รองหัวหน้าพรรคฯ ผู้ควบตำแหน่งรัฐมนตรีคลังและรองนายกรัฐมนตรี แต่ในวันนี้ นายแอนโธนี่ อัลบานีส รัฐมนตรีขนส่งในรัฐบาลของนางกิลลาร์ด ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลของนายรัดด์ ขณะที่นายคริส โบเว่น อดีตรัฐมนตรีตรวจคนเข้าเมือง ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีคลัง
รายงานยังระบุว่า พรรคแรงงาน ตกต่ำอย่างมากในสมัยของนางกิลลาร์ด แต่นายรัดด์ ที่โค่นพรรคอนุรักษ์นิยมที่ครองอำนาจมายาวนานถึง 10 ปี ด้วยการนำพรรคแรงงานคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย เมื่อปี 2550 ยังคงได้รับความนิยมจากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง และการกลับมาของเขายังได้รับการคาดหมายว่าจะช่วยฉุดคะแนนเสียงของพรรคแรงงานให้กระเตื้องขึ้น
นายรัดด์ ซึ่งถูกนางกิลลาร์ดโค่นลงจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เมื่อปี 2553 บอกว่า เขากลับมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยความนอบน้อม ด้วยเกียรติ ด้วยความกระตือรือร้น และด้วยความมุ่งมั่นและการเมืองในด้านลบที่เป็นอุปสรรคต่อออสเตรเลียในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจะต้องยุติลง และเขาจะพยายามให้บรรลุเป้าหมายในฐานะนายกรัฐมนตรีด้วย
นายรัดด์ ยังกล่าวชื่นชมนางกิลลาร์ดด้วยว่า เป็นผู้หญิงที่มีสติปัญญาที่ไม่ธรรมดา มีความแข่งแกร่งและมีความแข็งแกร่งและกระตือรือร้นอย่างยิ่ง เธอสามารถประสบความสำเร็จในการปฏิรูปได้ แม้จะเป็นผู้นำรัฐบาลเสียงข้างน้อยก็ตาม นางกิลลาร์ด ได้กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวว่า เธอรู้สึกซาบซึ้งที่ได้รับโอกาสให้เป็นผู้นำประเทศ พร้อมขอบคุณพรรคแรงงานและประชาชนชาวออสเตรเลียที่ให้การสนับสนุน



