ข่าว

'เพชรบูรณ์'ข้าวล่องหน4,000ตัน

'เพชรบูรณ์'ข้าวล่องหน4,000ตัน

27 มิ.ย. 2556

ทั่วประเทศเริ่มแล้ว'อุตรดิตถ์' ระดมตำรวจ 120 นาย ตรวจจุดรับจำนำข้าว 12 แห่ง 'เพชรบูรณ์'พบข้าวหายจากโรงสี 4 พันตัน

                เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 27 มิถุนายน  พล.ต.ต.พิเชษฐ วัฒนลักษณ์ ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจ 120 นาย ต่อนายเฉลิมชัย เฟื่องคอน ผู้ว่าฯจ.อุตรดิตถ์ ประธานปล่อยแถวชุดปฏิบัติการตรวจสอบจุดรับจำนำ โรงสี และ คลังกลาง ที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวตามนโยบายของรัฐบาล

                โดยตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ 120 นาย ร่วมกับส่วนราชการ การค้าภายใน ธกส. ฝ่ายปกครอง ผู้แทนเกษตรกร ในการเข้ตรวจสอบสต็อกข้าว 12 โรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว แบ่งเป็น อำเภอเมือง 8 แห่ง อำเภอตรอน 3 แห่ง และอำเภอลับแล 1 แห่ง โดยจัดเป็น 12 ทีมแต่ละทีมจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมตรวจสอบ 10 นาย โดยจะปฏิบัติการพร้อมกันทั้ง 12 แห่ง ก่อนจะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบการรับจำนำข้าวปีการผลิต 2556/2556 ของจังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่การค้าภายในจังหวัดอุตรดิตถ์ได้มีการชี้แจ้งหลักเกณฑ์การเข้าตรวจสอบ ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและคณะกรรมการตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง จากนั้นได้ใช้ปล่อยคาราวานรถตู้ 12 คันลงพื้นที่ปฏิบัติการ

 

 

               
ผู้ว่าฯพิจิตร ปล่อยแถวตรวจโรงสี พบปัญหาจนท.ไม่เพียงพอ

 

                 นายจักริน เปลี่ยนวงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ทำการปล่อยแถวผสมระหว่างตำรวจ เจ้าหน้าที่เกษตร การค้าภายใน อตก.และอคส.เพื่อทำการตรวจสอบโกดังข้าวและโรงสีข้าวที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 97 แห่ง ทั่วจังหวัดพิจิตร โดยจัดกำลังใหห้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าร่วมทำการตรวจสอบจุดละ 10 นาย แต่พบว่ากำลังของเจ้าหน้าที่ การค้าภายในที่มีไม่เพียงพอ ต้องรอการหมุนเวียน จากแต่ละจุดทำให้เสียเวลาในการตรวจสอบ

                ด้านพล.ต.ต.กฤษณะ ศิริปิยะวัฒน์ ผบก.ภ.จว.พิจิตร ระบุว่า ตำรวจไม่มีความชำนาญในการตรวจข้าว โดยเฉพาะการวัดปริมาตร และการดูว่าข้าวมีคุณภาพดีหรือไม่ แต่ก็ให้ถ่ายรูปมาเป็นหลักฐานเพื่อแก้ปัญหาเบื้องต้นแล้ว

 

 

"กรุงเก่า"ส่งกำลังออกตรวจทั้งจังหวัด "ผู้การฯ"คาดไม่มีปัญหา

 

               นายภัคพงษ์ ทวิพัฒน์ รองผวจ.พระนครศรีอยุธยา นายนที บ่อสุวรรณ ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยจนท.คณะทำงานชุดปฎิบัติตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลปริมาณข้าวคงเหลือโรงสีและโกดังกลาง ตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล ได้ทำการปล่อยขบวนชุดปฎิบัติการจำนวน 42 ชุด จากหน้าศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อออกไปตรวจโรงสีและโกดังกลางเก็บรักษาข้าวในโครงการฯ ปีการรับจำนำ 2555/2556 โดยขบวนรถจำนวน 10 คัน โดยมีกำลังตำรวจประจำชุดละ 10 นาย ออกไปตรวจรวม 16 อำเภอ ซึ่งเป็นโรงสีข้าว 32 แห่ง และคลังกลางจำนวน 49 แห่ง โดยการตรวจจะส่งข้อมูลไปยังศูนย์สั่งการกลางที่ศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วยระบบสื่อสารทางไกลผ่านจอภาพเพื่อประมวลผล และหัวหน้าศูนย์สามารถสั่งดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆประสานกับหน่วยเหนือทันที

               โดยการตรวจหลายจุดเช่นที่ โรงสีไทยมงคล เลขที่30 ม. 3 ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จนท.ได้เข้าตรวจสอบพบว่าร่วมโครงการรับจำนำข้าวกับอคส. โดยมีปริมาณรวมข้าวขึ้นทะเบียนไว้ 3,200 ตัน โดยรับจำนำในเขตพระนครศรีอยุธยา บางบาล บางปะอิน และบางไทร รับจำนำข้าว 5 เปอร์เซ็น ซึ่งการตรวจสอบไม่พบว่ามีการทุจริตหรือข้าวหาย และมีปริมาณข้าวครบตรงตามที่รายงานไปยัง อคส.

               พล.ต.ต.กรเอก กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทางจังหวัดโดยนายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ได้ประสานกับตำรวจและจนท.ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปตรวจสอบจนครบแล้วครั้งหนึ่งไม่พบความผิดปกติ และตรวจสอบอย่างต่อเนื่องแทบทุกวัน ทำให้ในวันปฎิบัติการจริงพร้อมกันทั่วประเทศวันนี้ ไม่น่าจะมีปัญหา

 

 

                

"อุทัยธานี"ปูพรมตรวจสอบโรงสีและโกดังข้าว

 

          จังหวัดอุทัยธานีขานรับนโยบายรัฐบาลสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวและตำรวจ ปูพรมตรวจสอบสต็อกข้าวของโรงสีและโกดังที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ถ้าพบความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที
 
          เจ้าหน้าที่สำนักงานการค้าภายใน เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด เจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า เจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวน และส่วนงานที่เกี่ยวข้อง หลายร้อยคน เริ่มปูพรมเข้าตรวจสอบโรงสีและโกดังข้าวสาร ที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ทั้ง 13 แห่ง 35 โกดัง ในจังหวัดอุทัยธานี พร้อมกันตั้งแต่ช่วงเช้า 08.00น. ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็น 13 ชุด กระจายกันเข้าไปตรวจสอบเข้าตรวจสอบทั้งข้าวเปลือก และข้าวสาร ว่ามีจำนวนปริมาณและคุณภาพตามที่กำหนดไว้หรือไม่ ถ้าพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีกับเจ้าของโกดังหรือเจ้าของโรงสีทันที คาดว่าผลการตรวจสอบจะทราบผลทั้งหมดภายในช่วงบ่ายวันนี้

 

 

 

"จนท.นครศรีฯ"ตรวจโรงสีไม่พบพิรุธขณะที่โรงสียันโกดังเต็มงดแปรรูป

 

               เจ้าหน้าที่ในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 38 ชุดออกเข้าตรวจโรงสีจำนวน 35 แห่งและ โกดังข้าวของ อตก. 2 แห่ง ของ อคส.อีก 11 แห่ง ที่กระจายอยู่ในอำเภอเมือง ,ปากพนัง ,เชียรใหญ่ และหัวไทร พบข้าวรวมทั้งสิ้น 661,596 กระสอบ โดยบางโรงสีติดราคารับซื้อข้าวที่หน้าโรงสีที่ตันละ 8,500 บาทเท่านั้น และยังไม่พบพิรุธใดๆในการจัดเก็บคงมีเพียงแค่การจัดเก็บที่ไม่เรียบร้อยและยังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

               ขณะที่ ผู้บริหารโรงสีปิตุภูมิ ระบุว่า ขณะนี้ข้าวเปลือกที่ถูกส่งเข้ามายังโรงสีนั้น โรงสีไม่สามารถสีข้าวออกไปได้มากกว่านี้ เนื่องจากเมื่อแปรรูปออกมาเป็นข้าวสารแล้วนั้นไม่มีโกดังเก็บอย่างเพียงพอ ข้าวสารล้นโกดัง ทำให้เป็นปัญหาอีกส่วนหนึ่ง

 

 

"เพชรบูรณ์"พบข้าวหายจากโรงสี 4 พันตัน "เจ้าของ"อ้างข้าวถูกฝนงอกเสียหาย

 

               พบข้าวเปลือกจำนวนหนึ่ง ซึ่งถูกเก็บไว้ในโรงสี เกษตรผลเจริญ เกิดสูญหาย ซึ่งเจ้าของกล่าวเพียงว่าเกิดจากข้าวเปลือกที่ตากแห้งไว้บนลานตาก ถูกฝนตกใส่ในช่วงต้นปี ทำให้ข้าวเปลือกเกิดความชื้นและงอกเสียหาย เมื่อนำส่วนที่เหลือไปสีก็ไม่ได้เต็มจำนวน ขณะที่เจ้าหน้าที่ อตก.ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.หนองไผ่ ในข้อหา ยักยอกทรัพย์กับทางโรงสี

                พล.ต.ต.สุกิจ  สมณะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เรียกประชุมนายตำรวจ ยศพันตำรวจโท หรือตำแหน่งตั้งแต่สารวัตร ที่ห้องประชุมภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าตรวจสอบโรงสี และโกดัง ตามคำสั่งการของทางรัฐบาล จำนวน 59 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ในเวลา 08.00 น.

                โดยทางเจ้าหน้าที่จะทำการแบ่งกำลังเข้าตรวจสอบในเวลาเดียวกัน และเน้นให้ทางเจ้าหน้าที่ทำการบันทึกทั้งภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานในการประกอบคดี  ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้มีเจ้าหน้าที่จากการค้าภายในจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส.เข้าร่วมการประชุม ขณะที่อำเภอหนองไผ่จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่องค์การตลาดเพื่อการเกษตร  หรือ อตก.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงสี เกษตรผลเจริญ ซึ่งตั้งอยู่เลขที่  189 หมู่ 8 ต.หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกฯ พบว่าข้าวเปลือกจำนวน  4 พันตัน ได้สูญหายไปจากโกดัง ทางจ้าหน้าที่จากองค์การตลาดเพื่อการเกษตร  จึงได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.หนองไผ่ เพื่อแจ้งความดำเนินคดี ในข้อหายักยอกทรัพย์กับทางเจ้าของโรงสี พร้อมทั้งปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใด ๆ กับผู้สื่อข่าว โดยหนึ่งในทีมทำงานของเจ้าหน้าที่ กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องรอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นผู้ดำเนินการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเอง โดยจะมีการแถลงข่าวในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ เพราะขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีกับทางโรงสี อยู่

                ขณะที่ นายชำนาญ หรือเสี่ยเล็ก เจ้าของโรงสีเกษตรผลเจริญ เองก็ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ ต่อสื่อมวลชน แต่ก็กล่าวแต่เพียงว่า เรื่องนี้เกิดจากการเก็บข้าวเปลือกที่ตากแห้งไว้บนลานตาก ของทางโรงสี แต่ข้าวเปลือกส่วนหนึ่งเกิดถูกฝนตกใส่ในช่วงต้นปี ถึงแม้ว่าจะมีการนำผ้าใบมาคลุมเอาไว้แล้วก็ตามที ทำให้ข้าวเปลือกเกิดความชื้นและงอกเสียหาย เมื่อนำส่วนที่เหลือไปสีก็ไม่ได้เต็มจำนวน ซึ่งเรื่องนี้ทางโรงสี เองยินดีชดใช้จำนวนข้าวเปลือกที่สูญหายไป เพราะเป็นความรับผิดชอบตามสัญญา ที่ทางโรงสีที่จะต้องทำอยู่แล้ว

 

 

 

จนท.ตรวจโรงสี - โกดัง 49 แห่ง สงขลาไม่พบทุจริต


                ทางจังหวัดได้จัดกำลังตำรวจภูธร จ.สงขลา ทั้ง 16 อำเภอร่วมกับตัวแทนของ อคส.และพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบโรงสี และคลังสินค้ากลางในพื่นที่16 อำเภอของ จ.สงขลา รวม 49 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวปีการผลิต 2555/2556 ว่ามีปริมาณข้าวในสต๊อคถูกต้องตงตามที่แจ้งหรือไม่ เพื่อป้องกันการทุจริต รวมทั้งตรวจสอบเอกสารต่างๆอย่างละเอียดของโรงสีและคลังสินค้ากลางทุกแห่งว่ามีการดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่

                จากการสุ่มตรวจคลังสินค้ากลางภายใน บริษัท เจอาร์ดีไบรท์มอเตอร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ 188ม.4 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ซึ่งเป็นหนึ่งใน 49 แห่ง พบว่า มีข้าวอยู่จำนวน 2  แสนกระสอบ ซึ่งเป็นปริมาณที่ถูกต้องและครบตามจำนวนและคุณภาพเป็นไปตามที่กำหนด แต่ระหว่างการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ได้ห้ามรถบรรทุกข้าวล๊อตใหม่มาเตรียมลงในคลังห้ามลงชั่วคราวจนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ

                ขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบสต๊อคข้าวทั้ง 49 จุดและทางคณะอนุกรรมการข้าวระดับจังหวัด จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบในส่วนกลาง และหากพบว่าโรงสีหรือคลังสินค้าใดมีการกระทำผิดกฎหมาย ก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวน พร้อมดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

 



 

ศรีสะเกษ-ตรวจสต็อกข้าวในโกดังกลางไม่พบสิ่งผิดปกติ

          นายสนิท ขาวสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรีชา เจริญทรัพย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เป็นประธานปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ อคส. และเจ้าหน้าที่ อตก เจ้าหน้าที่พนักงาน ธกส.ผู้แทนเกษตรกร เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบสต๊อกข้าวที่รับจำนำ เพื่อจู่โจมเข้าตรวจสอบโกดังกลางของ อคส. และอตก.ทุกแห่งแบบดาวกระจายพร้อมๆ กัน โดยได้นำเจ้าหน้าที่ที่ถือกุญแจมาเปิดประตูโกดังตรวจทุกแห่ง และพบว่ากุญแจยังถูกล๊อค 3 ดอกปกติ และมีผู้ถือ 3 คนแยกกันตามกฎหมาย 
 
         โดยทีมงานฝ่ายตรวจสอบสต๊อกข้าว ตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นประธานคณะกรรมการรับจำนำข้าวนาปี และนาปรัง พ.ศ.2554/55 และ พ.ศ.2555/56 โดยพบว่าในปี พ.ศ.54/55 ได้มีสต๊อกข้าวสารคงเหลือที่ยังไม่ได้ประมูลขาย จำนวน 122,798.718 ตัน แยกเก็บรักษาไว้ 15 โกดัง และการรับจำนำของปี 55/56 มีข้าวที่รับจำนำไว้และสีเป็นข้าวสารแล้ว รอการประมูลขายข้าวสาร แยกเป็นข้าวนาปี รอบแรก จำนวน 144,000 ตันเศษ และนาปรังรอบสอง 14,000 ตัน  ขณะที่ในปี พ.ศ.54/55 มี 1 โกดังที่ถูกไฟไหม้จากการที่การใช้สารป้องกันมอด แต่ไม่มาก และบริษัทประกันภัยได้ชดเชยไปเรียบร้อยแล้ว
 
         นายสนิท รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นดีเดย์ของศรีสะเกษ เราได้ปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ อคส., อตก.พาณิชย์ องค์การคลังสินค้า และเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบทุกคนที่เกี่ยวกับข้องกับโครงการรับจำนำข้าว เพื่อจู่โจมเข้าตรวจสอบสต๊อกข้าวสารที่ได้สีเตรียมในการประมูลเพื่อการจำหน่าย พบว่าทั้ง 27 โกดัง มีการจัดเก็บอย่างเรียบร้อย มีข้าวสารครบถ้วน และยังพบว่าข้าวสารที่จัดเก็บไว้ยังอยู่ในสภาพที่ดี สมบูรณ์ เมล็ดสวยสามารถที่จะเปิดประมูลได้ราคาสูงเช่นกัน และในโอกาสต่อไป หากยังไม่มีการเปิดประมูล หรือส่งมอบ ก็จะได้ส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบสต๊อกเข้าตรวจสอบเป็นระยะๆ ต่อไปด้วย