
'ประกันยุ้งฉาง'ไอเดียใหม่ช่วยชาวนา
'ประกันยุ้งฉาง'ไอเดียใหม่ช่วยชาวนา : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
ปัญหาขาดทุนโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ถูกนำมาขยายผลให้ร้อนแรงต่อเนื่อง ตัวเลข 1.36 แสนล้านบาท เป็นยอดขาดทุนเบื้องต้น หากยอดเงินนี้ลงสู่กระเป๋าชาวนาโดยตรงคงไม่มีใครกล้าคัดค้าน แต่ลึกๆ เชื่อกันว่า เงินกว่าแสนล้านถูกแบ่งสัดส่วนไปให้หลายกลุ่ม แต่เป็นใครบ้างยังไม่มีข้อมูลออกมาชัดเจน เมื่อนโยบาย "ชาวนานิยม" เป็นเรื่องดี แต่ทำให้ขาดทุนมหาศาล!!
เพื่อลดความกดดันจากทุกฝ่ายรัฐบาลจึงประกาศลดเงินรับจำนำข้าวจากตันละ 15,000 บาท เป็น 12,000 บาท และไม่เกินครัวเรือนละ 5 แสนบาท ตั้งแต่ 30 มิถุนายน 2556 เป็นต้นไป คำสั่งนี้สร้างกระแสปลุกม็อบชาวนาจากทั่วประเทศ หลายฝ่ายจึงเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ พยายามคิดนอกกรอบเสนอไอเดีย "ชาวนารวย-รัฐไม่ขาดทุน"
"อุบล อยู่หว้า" ผู้ประสานงานเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน ในฐานะที่คลุกคลีกับปัญหาหนี้สินเกษตรกรมาหลายสิบปี ได้เสนอไอเดียใหม่ เพื่อช่วยพี่น้องชาวนา โดยขอปฏิเสธนโยบายของ 2 พรรคใหญ่ คือ นโยบายประกันรายได้เกษตรกรของพรรคประชาธิปัตย์ และนโยบายรับจำนำข้าวของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากทั้ง 2 วิธีล้วนทำให้เกิดการคอร์รัปชั่นมหาศาล เงินที่ไปถึงชาวไร่ชาวนาจริงๆ เหลือไม่เท่าไร ที่สำคัญคือปัญหาของแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน การประกาศใช้นโยบายเดียวทั่วประเทศ จึงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด
"วิธีโกงนโยบายประกันรายได้ก็จะไปโกหกว่า มีที่นาที่สวนมากกว่าความเป็นจริง ส่วนจำนำข้าวก็ไม่ยุติธรรม เพราะชาวไร่ข้าวโพดหรือเกษตรกรส่วนอื่นไม่ได้รับการช่วยเหลือ ชาวนาโดนโกงจากโรงสีและกลุ่มให้เช่าไซโลเก็บข้าว ทั้งเรื่องความชื้น น้ำหนัก ฯลฯ เช่น ข้าวเปลือกหอมมะลิรัฐบาลรับจำนำตันละ 2 หมื่นบาท พอไปให้โรงสีชั่งน้ำหนัก คัดเกรดข้าว ก็จะหายไป 3-4 พันบาท พอไปวัดความชื้น หายไปอีก 2-3 พันบาท สรุปชาวนาได้ตันละไม่เกิน 13,000-15,000 บาท สุดท้ายเงินไปอยู่ที่กลุ่มพ่อค้า วิธีแก้ไขกำหนดนโยบายของชาวนาแต่ละภาคให้เหมาะสม สำหรับภาคอีสานอยากเสนอทางเลือกใหม่ คือ การจำนำยุ้งฉางแทนการจำนำข้าว เพราะส่วนใหญ่บ้านชาวนาจะมียุ้งฉางอยู่แล้ว สามารถเก็บข้าวได้ ไม่ต้องไปพึ่งกลุ่มนายทุนเจ้าของไซโลเก็บข้าว ไม่ต้องไปขายครั้งเดียวหมด ใช้วิถีดั้งเดิมให้ ธ.ก.ส.เข้ามาช่วยรับจำนำข้าวที่อยู่ในยุ้งฉางอาจกำหนดที่ร้อยละ 80 ของราคาข้าวที่ขายในท้องตลาด ชุมชนค่อยๆ ทยอยสีข้าวกันเอง ไม่ต้องส่งโรงสีใหญ่"
"อุบล" อธิบายเพิ่มเติมว่า ในอดีตธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เคยเปิดรับจำนำยุ้งฉางกับเกษตรกรมาแล้ว เพื่อป้องกันการทุจริตปลอมปนข้าว แต่กำหนดช่วงระยะเวลาน้อยไป วิธีใหม่ควรให้ปลอดดอกเบี้ย 3 เดือน และเพิ่มระยะเวลาเป็นเดือนเมษายน-กันยายนของทุกปี เพื่อให้ชาวนาหาจังหวะขายข้าวได้ตอนที่ตลาดให้ราคาดี ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง โรงสี ไซโล ฯลฯ เมื่อราคาดีชาวนาก็เอามาสีขายนำเงินไปจ่าย ธ.ก.ส. รัฐบาลช่วยเรื่องดอกเบี้ยราคาถูกหรือปลอดดอกเบี้ย ระบบจำนำยุ้งฉางทำให้ข้าวยังอยู่ในมือชาวนาถือเป็นการออม ไม่ต้องบังคับขายหมดทีเดียว ที่สำคัญคือ ทำให้แกลบและรำข้าวที่ได้จากการสีข้าวยังเป็นของชุมชน เอาไปทำประโยชน์อย่างอื่นได้อีก ตอนนี้หมู่บ้านไม่มีแกลบ ไม่มีรำข้าวแล้ว เพราะส่งไปโรงสีใหญ่หมด แต่ก่อนยังพอมีแกลบมาทำเป็นปุ๋ย อาหารสัตว์ เชื้อเพลิง ฯลฯ
ขณะที่ตัวแทนชาวนาจากภาคกลางอยากให้รัฐช่วยพัฒนาระบบสหกรณ์ชุมชนพึ่งตนเอง "ชุติมา น้อยนารถ" เครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนคลองจินดา จ.นครปฐม เล่าว่าตั้งแต่อดีตแล้ว ชาวนาทำบัญชีครัวเรือนไม่เป็น ขายข้าวมาได้ต้องจ่ายค่าปุ๋ย ยาฆ่าแมลง สารเคมีเกษตร ฯลฯ สุดท้ายทั้งปีทำนา 2-3 รอบก็แทบไม่เหลือเงิน จึงอยากเสนอไอเดีย "โมเดล 3 เส้า" เพื่อแก้ปัญหาชาวนาอย่างยั่งยืน คือ "สหกรณ์-โรงสี-ไซโล" เป็นเครือข่ายในชุมชนเดียวกัน สหกรณ์เป็นตัวแทนชาวบ้าน เพราะรู้ดีว่าใครปลูกข้าวกี่ไร่ได้จำนวนเท่าไร ป้องกันไม่ให้ไปกว้านซื้อข้าวจากที่อื่นมาสวมสิทธิ์ จากนั้นคัดเลือกโรงสีที่มีคุณภาพและความยุติธรรมในการชั่งและสีข้าว ส่วนไซโลต้องเป็นระดับอำเภอที่ไว้ใจได้ ถ้าใช้วิธีนี้รัฐบาลเพียงแต่ช่วยไปโดยตรงที่สหกรณ์ชุมชน ไม่ต้องเข้ามาแทรกแซงราคา ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ชาวนาได้รับเงินเต็มจำนวน
"โมเดล 3 เส้า เน้นให้ทุกฝ่ายควบคุมกันเอง ข้าวต้องเกรดดีมีคุณภาพ โรงสีชั่งตวงไม่โกง ไซโลมีที่เก็บอย่างดี ถ้าทำอย่างนี้ได้ก็จะลดปัญหาข้าวเน่า ข้าวเสียปลอมปน กระทรวงเกษตรฯ ต้องเข้ามาช่วยลดการใช้ปุ๋ยและสารเคมีต่างๆ หลายหมู่บ้านใช้วิธีนี้แล้วได้ผล รัฐต้องเข้าไปศึกษาแล้วนำไปเป็นตัวอย่าง ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง" ชุติมากล่าวแนะนำทิ้งท้าย
ล่าสุด แกนนำชาวนา 22 จังหวัดจากภาคเหนือและภาคกลางประกาศจะเดินทางมาเข้าพบนายกฯ รัฐมนตรี เพื่อย้ำจุดยืนให้รัฐบาลคงราคาจำนำข้าวที่ตันละ 15,000 บาท จนสิ้นสุดฤดูกาล หรือวันที่ 15 กันยายนนี้ เนื่องจากขณะนี้ชาวนาขาดทุนจากการขายข้าว เพราะถูกหักความชื้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ หากรับจำนำแค่ 12,000 บาท จะทำให้ขายข้าวได้เพียงตันละ 7-8 พันบาท ขณะที่ต้นทุนประมาณ 6 พันบาท!!
พรรคประชาธิปัตย์แถลงตัวเลขขาดทุนโครงการจำนำข้าว
-ข้าวนาปี ปี 2554-2555 ขาดทุน 42,963 ล้านบาท
-ข้าวนาปรัง 2555 ขาดทุน 93,933 ล้านบาท
รวม 1.36 แสนล้านบาท
-ข้าวในโกดังเหลือ 2.5 ล้านตัน มูลค่า 4 หมื่นล้านบาท
-ข้าวล่องหนหายจากองค์การคลังสินค้า 1.66 ล้านตัน มูลค่า 2.57 หมื่นล้านบาท
อาจขาดทุนจริงสูงมากกว่า 2 แสนล้านบาท
"ม็อบชาวนา 22 จังหวัด "
วันที่ 25 มิ.ย.2556 ตัวแทนเครือข่ายชาวนาไทย 22 จังหวัด ได้แก่ สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย สมาคมชาวนาข้าวไทย สมาคมค้าส่งเสริมชาวนาไทย ฯลฯ เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาล เพื่อเคลื่อนไหวกดดันให้กลับไปจำนำข้าวที่ตันละ 15,000 บาท เหมือนที่เคยให้สัญญาไว้ในนโยบายรัฐบาลช่วงหาเสียงเลือกตั้ง โดยขีดเส้นตายให้ได้รับคำตอบภายใน 7 วัน หากไม่เช่นนั้นจะหามาตรการกดดันรัฐบาลด้วยวิธีอื่น
ความเห็นคนไทย "ลดจำนำข้าวเหลือ 12,000 บาท/ตัน"
"สวนดุสิตโพล" สำรวจประชาชน 1,310 ตัวอย่าง
-ไม่เห็นด้วย 59%
- เห็นด้วย 25%
-ไม่แน่ใจ 15%
5 อันดับไอเดียแก้ปัญหา
1.เร่งจับผู้ทุจริต เช่น สวมสิทธิ์ โกงตาชั่ง โกงความชื้น ฯลฯ 30%
2.มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรจากการปรับลดราคารับจำนำข้าว 24%
3.รัฐบาลลงพื้นที่ชี้แจงข้อมูลให้ชาวนาเข้าใจ 21%
4.ลดต้นทุนผลิต คุมราคาปุ๋ย น้ำมัน พัฒนาแหล่งน้ำ ฯลฯ 18%
5.เร่งหาตลาดระบายข้าวจะเน่าและขาดทุนมากกว่านี้ 8%
"นิด้าโพล" สำรวจประชาชน 1,248 ตัวอย่าง
-ไม่เห็นด้วย 60%
- เห็นด้วย 37%
...............................................
(หมายเหตุ : 'ประกันยุ้งฉาง'ไอเดียใหม่ช่วยชาวนา : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



