ข่าว

'อีสาน'หวั่น'หน้ากากขาว'ปะทะ'เสื้อแดง'

'อีสาน'หวั่น'หน้ากากขาว'ปะทะ'เสื้อแดง'

26 มิ.ย. 2556

อีสานโพล สำรวจความเห็นคนอีสาน พบไม่เห็นด้วยกับกลุ่มหน้ากากขาว แต่ไม่อยากให้คนเสื้อแดงชุมนุมคู่ขนาน หวั่นเกิดการปะทะ มั่นใจรัฐบาลอยู่ครบเทอม

 

                           26 มิ.ย. 56  นายสุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล (E-Saan Poll) ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "ความเห็นชาวอีสานต่อการชุมนุมของกลุ่มหน้ากากขาว" โดยผลสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างชาวอีสาน 2 ใน 3 ยังรับไม่ได้กับการชุมนุมของกลุ่มหน้ากากขาว แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยที่คนเสื้อแดงทำการชุมนุมคู่ขนานประท้วงหน้ากากขาวและเวทีผ่าความจริง และมั่นใจรัฐบาลอยู่ครบ 4 ปี โดยการสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกี่ยวกับการชุมนุมประท้วงการทำงานรัฐบาลของกลุ่มหน้ากากขาว โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 21-23 มิ.ย. 2556 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,205 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด

                           สอบถามถึงความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างชาวอีสาน ว่าได้ทราบหรือติดตามข่าวการเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมของของกลุ่มหน้ากากขาวที่ออกมาประท้วงรัฐบาลหรือไม่ ส่วนใหญ่ร้อยละ 56.3 ทราบข่าว และร้อยละ 43.7 ไม่ทราบ เมื่อถามเฉพาะกลุ่มที่ทราบข่าวต่อว่า ทราบหรือไม่ว่า กลุ่มหน้ากากขาวมีวัตถุประสงค์อะไรในการเคลื่อนไหวทำกิจกรรม ส่วนใหญ่ร้อยละ 88.8 คิดว่ากลุ่มหน้ากากขาวเคลื่อนไหวเพื่อประท้วงการทำงานของรัฐบาล รองลงมาร้อยละ 4.5 เชื่อว่ากลุ่มหน้ากากขาวต้องการล้มอำนาจเผด็จการ และร้อยละ 3.9 เชื่อว่ากลุ่มหน้ากากขาวต้องการล้มล้างสถาบันฯ และร้อยละ 2.8 เชื่อว่าเป็นเพราะเหตุผลอื่น

                           อีสานโพล จึงสอบถามกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดต่อว่า หากการเคลื่อนไหวของกลุ่มหน้ากากขาวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประท้วงการทำงานของรัฐบาลในช่วงเวลานี้ ท่านคิดเห็นอย่างไร ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.3 ตอบว่ารับไม่ได้ โดยให้เหตุผลว่าเพราะไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย รองลงมากลัวว่าจะเกิดความรุนแรง ส่วนอีกร้อยละ 32.7 ที่ตอบว่ารับได้นั้น ให้เหตุผลว่า เพราะประชาชนมีสิทธิ ในการเรียกร้องตามกฎหมาย ที่ให้สิทธิประชาชนแสดงออกในการตรวจสอบรัฐบาล รองลงมาให้เหตุผลว่าเพราะรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ

                           สำหรับความเห็นของกลุ่มตัวอย่าง ต่อการที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะจัดเวทีคู่ขนานเพื่อประท้วงการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลของกลุ่มหน้ากากขาวนั้น พบว่ากลุ่มตัวอย่างชาวอีสานกว่าร้อยละ 88.4 ไม่เห็นด้วย โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าเพราะจะก่อให้เกิดความวุ่นวายมากขึ้น และสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการเผชิญหน้าและใช้กำลัง รวมทั้งเหตุผลอื่นๆ เช่น จะยิ่งสร้างความเสียหาย เกิดเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อประเทศ

                           นอกจากนี้ ยังได้สอบถามความเห็นของกลุ่มตัวอย่างชาวอีสานว่า กลุ่มคนเสื้อแดงควรจัดเวทีคู่ขนานเพื่อประท้วงการเดินสายเปิดเวทีผ่าความจริงของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 86.1 ตอบว่าไม่ควร โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า เป็นการสร้างความวุ่นวาย ไม่เกิดประโยชน์ต่อฝ่ายใด สำหรับอีกร้อยละ 11.6 ที่เห็นด้วยกับการจัดเวทีคู่ขนานของคนเสื้อแดง ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า คนเสื้อแดงทำถูกต้อง และเชื่อว่าเป็นการเปิดเผยความจริงให้ประชาชน

                           อีสานโพล ยังได้สอบถามกลุ่มตัวอย่างชาวอีสาน เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน ว่ามีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย จะอยู่ในวาระจนครบ 4 ปีหรือไม่ พบว่ากลุ่มตัวอย่างชาวอีสานส่วนใหญ่ ร้อยละ 79.1 เชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่จนครบวาระ 4 ปี รองลงมาร้อยละ 17.5 เชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่เกิน 3 ปีแต่ไม่ถึง 4 ปี และมีเพียงร้อยละ 3.4 เชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่ครบวาระ อาจต้องยุบสภาภายใน 6 เดือนนี้

                           "จากผลสำรวจจะเห็นว่า กลุ่มตัวอย่างชาวอีสาน 2 ใน 3 ยังรับไม่ได้ที่จะมีการชุมนุมของกลุ่มหน้ากากขาวในช่วงนี้ แต่ 1 ใน 3 ก็ยอมรับได้ ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่ต้องจับตาสำหรับพื้นที่ฐานเสียงของรัฐบาล เนื่องจากเฉพาะในเขตเมืองมีกลุ่มตัวอย่างกว่า 42% รับได้กับการเคลื่อนไหวของกลุ่มหน้ากากขาว อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่างชาวอีสานส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับการที่กลุ่มคนเสื้อแดงที่จะทำการชุมนุมคู่ขนาน เพื่อต่อต้านกลุ่มหน้ากากขาวและชุมนุมต่อต้านเวทีผ่าความจริงของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเชื่อว่าจะเป็นการสร้างความวุ่นวาย และอาจนำมาซึ่งความรุนแรงได้ จากการสำรวจทำให้เห็นว่า แม้ว่าภาคอีสานจะเป็นฐานของคนเสื้อแดง แต่กลับพบว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ไม่ได้เห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดง และไม่ต้องการให้มีการชุมนุมใดๆ ที่เป็นการสร้างความวุ่นวาย ดังนั้นการใช้สิทธิทางประชาธิปไตยของกลุ่มชุมนุมใดๆ ควรแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ตามวิถีประชาธิปไตยของอารยชน"