
'ผบช.น.'ยันปม'เอกยุทธ'ฆ่าชิงทรัพย์
'ผบช.น.'จับมือ 3 หน่วยงานร่วมสางคดีฆ่า'เอกยุทธ' ชี้แจงปมข้อสงสัย โต้ข่าวตำรวจยัดเงิน 2 ล้าน 'บอล-เบิ้ม'ให้พูดตามที่บอกปากคำ
วันที่ 26 มิ.ย. เมื่อเวลา 11.15 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต. อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( รองผบช.น.) พล.ต.ต. ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีการเสียชีวิตนายเอกยุทธ อัญชันบุตร และคณะทำงานในส่วนกองบังคับการสืบสวนนครบาล กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ชุดสืบสวน สน.วังทองหลาง ประชุมหารือร่วมกับ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาท ผู้บังคับการกองปราบปราม นายแพทย์พรชัย สุทธิกุล ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยาและคณะทำงานจากสำนักตรวจพิสูจน์หลักฐานคลี่คลายปมข้อสงสัย 13 ประเด็นโดยที่ประชุมใช้เวลาพิจารณาตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ประมาณ 45 นาที จากนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ในฐานะประธานที่ประชุมได้เปิดแถลงข่าวชี้แจงคำตอบในประเด็นต้องสงสัยที่ญาติและทีมทนายความนายเอกยุทธยื่นหนังสือร้องเรียนให้สอบสวนเพิ่มเติมโดยให้ผู้รับผิดชอบแต่ละหน่วยงานเป็นผู้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนซึ่งมีการชี้แจงในบางประเด็นเท่านั้นส่วนประเด็นสำคัญนั้นขอปิดเป็นความลับในสำนวนคดี
พล.ต.ต.ศุพิศาล ชี้แจงว่า กองปราบปรามได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบพฤติกรรมและแรงจูงใจของคนร้ายในการก่อเหตุและตรวจสอบประวัติย้อนหลังพบว่า จากพยานหลักฐานทั้งหมดประกอบกับการวิเคราะห์เรื่องของแรงจูงใจในการก่อเหตุทำให้เชื่อว่า เป็นการฆ่าชิงทรัพย์อย่างเดียวไม่มีอย่างอื่นโดยพบผู้ต้องหามีพฤติกรรมเป็นคนก้าวร้าว ใจกล้ากล้าตัดสินใจกล้าลงมือ เป็นหัวโจก เป็นนักเลงเคยก่อเหตุชิงทรัพย์วิ่งราวทรัพย์ตั้งแต่อายุ 18 ปี เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่กล้าลงมือทำกล้าไม่เกรงกลัวต่อความผิดถือเป็นเรื่องที่น่าห่วงในสังคมปัจจุบัน อีกทั้ง ยังพบว่า มีพฤติกรรมชอบเล่นการพนันและติดการพนันจึงยืนยันได้ว่า แรงจูงใจ เกิดจากความต้องการใช้เงิน
ด้านแพทย์นิติเวชที่ชันสูตรพลิกศพนายเอกยุทธ กล่าวว่า การตรวจสอบสภาพศพแพทย์นิติเวช ยืนยันการบวมและฟกช้ำของอัณฑะ เกิดจากการเน่าเนื่องจากผู้ตายได้เสียชีวิตมาแล้ว 5 วันจึงมาพบศพ ส่วนรอยฟกช้ำและบาดแผลต่างๆ ที่ใบหน้าและตามร่างกายที่สงสัยนั้น ตรวจสอบแล้วพบเพียงรอยช้ำที่จมูกเท่านั้นไม่มีบาดแผลที่เกิดจากการทำร้ายใดๆ ขณะที่กองพิสูจน์หลักฐานยืนยันในส่วนรถยนต์ของกลางว่า ประเด็นการนำรถคันที่ก่อเหตุไปใช้ทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้น ยืนยันว่า หลักฐานต่าง ๆ ไม่ได้มีการถูกทำลาย เนื่องจากทางกองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบและเก็บรายละเอียดทั้งหมดแล้ว และพบว่าไม่พบลายนิ้วมือของใคร นอกจากผู้ต้องหา
ด้าน พล.ต.ต.นัยวัฒน์ เผดิมชิต กล่าวชี้แจงประเด็นต้องสงสัยที่ว่า เหตุใดนายเอกยุทธจึงไม่หลบหนีทั้งที่ผู้ต้องหาระบุว่า มีเพียง 2 คนในรถ เรื่องนี้ตำรวจได้มีการจำลองเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นและจากการสอบปากคำผู้ต้องหา ยืนยันว่ามีการล็อคกุญแจมือนายเอกยุทธลักษณะเอามือไพล่หลัง ไม่สามารถที่จะต่อสู่ได้ ขณะเดียวกันได้ตรวจสอบประตูรถพบว่า เป็นการใช้ระบบเบบี้ล็อกจึงทำให้ นายเอกยุทธ ไม่สามารถเปิดประตูออกมาได้จึงไม่สามารถหลบหนีได้ ซึ่งการล็อคประตูลักษณะนี้ นายบอล ให้การว่า เป็นความประสงค์ของนายเอกยุทธเองตั้งแต่แรกที่เขามาขับรถโดยให้ล็อคประตูเบบี้ล็อคด้านในทุกด้านป้องกันผู้อื่นเข้ามาทำร้าย
ผบช.น. กล่าวว่า ตำรวจทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมามีการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้วทั้งในส่วนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน กทม. จ.พัทลุง และ จ.สงขลา เราตรวจสอบทั้งหมดในทุก 13 ประเด็นแล้วจากนี้ไปจะประสานไปยังนายสุวัฒน์ อภัยภักดิ์ ทนายความนายเอกยุทธและญาติมารับฟังผลการสืบสวนสอบสวนที่มีการตั้งข้อสังเกตไว้ทุกประเด็นแต่หากมีส่งใดที่ยังคาใจหรือมีข้อสังเกตอะไรเพิ่มเติมตำรวจก็ยินดีสืบสวนสอบสวนในทุกประเด็น ขอยืนยันว่าใน 13 ประเด็นที่เป็นข้อสงสัยเรามีคำตอบทุกข้อแล้วตามที่ 4 หน่วยงานหลักรับผิดชอบชี้แจงครอบคลุมเกือบหมด แต่อาจมีบางประเด็นที่เป็นเนื้อหาสำคัญในส่วนของสำนวนการสอบสวนก็ต้องขอให้อยู่ในสำนวน ส่วนขอสังเกตของคณะกรรมาธิการตำรวจทั้ง 4-5 ประเด็นที่มีคำถามนั้นคณะทำงานสืบสวนสอบสวนได้ตรวจสอบทั้งหมดแล้ว
" ขอยืนยันว่า จากพยานหลักฐานทั้งหมดที่มีนั้นเป็นการชิงทรัพย์อย่างเดียว แต่เราก็ไม่ได้ปิดกั้นในประเด็นอื่นๆ หากใครมีข้อมูลหลักฐานก็ให้นำมาบอกพร้อมตรวจสอบทั้งหมด และเมื่อวานก็มีข่าวปล่อยออกมาอีกว่า พนักงานสอบสวนมีการจ้างนายบอล นายเบิ้ม 2 ล้านหรือให้อะไรต่างๆ เพื่อให้พูดอย่างนั้นอย่างนี้ ผมขอยืนยันเลยว่า ไม่มีและไม่มีการให้ใดๆทั้งสิ้น พนักงานสอบสวนได้เข้าไปสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองคนเพิ่มเติมในเรือนจำตามหน้าที่ ซึ่งทั้งนายบอลและนายเบิ้มก็ให้การไปตามเหตุการณ์ทั้งหมด ถ้ามีคนจ้างวานเขาสองคนคงบอกแล้วเพราะพ่อกับแม่ของเขาเองก็ถูกดำเนินคดีและติดคุกด้วย ฉะนั้นถ้ามีคนจ้างวานจริงๆ ผมเชื่อว่าเขาต้องบอกแล้ว ถ้าใครยังข้องใจประเด็นไหนให้บอกมาเรายินดีสืบสวนสอบสวนทุกประเด็น ส่วนทรัพย์สินของกลางต่างๆที่หายไปนั้นเราพยายามค้นหาแล้วแต่ก็ไม่เจอส่งนักประดาน้ำไปงมหลายครั้งก็ไม่เจอแต่ก็ยังไม่ได้ละความพยายามหรือยกเลิก ผมเองก็ประสานกับคนในวงการพระเครื่องให้ติดตามพระสมเด็จและพระเกจชัยโยหากพบเจอที่ใดให้แจ้งข้อมูลด้วย อีกทั้งคดีมีความคืบหน้าไปมากแล้วและจะสรุปสำนวนได้ภายใน 1 เดือน" " ผบช.น.กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานระหว่างที่คณะทำงานสอบสวนคลี่คลายคดีกำลังประชุมอยู่นั้น พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรอง ผกก. สันติบาล นำข้อมูลทางคดีเพิ่มเติมมอบให้แก่ พล.ต.ท. คำรณวิทย์ และคณะทำงานพร้อมร้องขอให้ตำรวจจับกุมคนร้ายตัวจริงมาดำเนินคดีให้ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เชิญให้ พ.ต.ท.สันธนะ ออกจากห้องประชุมเดินลงมาแถลงข่าวบริเวณทางขึ้นบันไดด้านหน้า บช.น.ว่า คำให้การของนายบอลและนายเบิ้มที่ผ่านมานั้นไม่เป็นความจริงเป็นการให้การเท็จมาตั้งแต่ต้น และไม่เชื่อว่า คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่านายเอกยุทธจะเพียงสองคนที่อยู่ในรถตู้วันเกิดเหตุและเชื่อว่า อย่างน้อยในรถตู้จะต้องมีคนร้ายมากกว่า 2 คนและอาจมีถึง 4 คน
"สำนวนการสอบสวนของตำรวจมีการตัดประเด็นนี้ออกไปและตัดประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองทิ้งไป เหลือเพียงประเด็นเดียวคือ ฆ่าชิงทรัพย์ ซึ่งตำรวจจะทำแบบนี้ไม่ได้ หากทำแบบนี้คงต้องเผาตำราสืบสวนทิ้งกันแล้ว เพราะที่ผ่านมานายเอกยุทธเคยเคลื่อนไหวและแสดงความคิดเห็นทางการเมืองบ่อยครั้งควรที่จะมีการตรวจสอบในเรื่องการเมืองด้วย ผมขอยืนยันเลยว่า การที่ผมออกมาเคลื่อนไหวทั้งหมดนั้น ผมทำในฐานะประชาชนคนหนึ่งและทำเพื่อรักษาองค์กรตำรวจ ต้องการให้ ผบช.น. รับรองความปลอดภัยให้คนทุกคนในสังคม ไม่ใช่รีบทำคดีเพื่อรักษาตำแหน่งของตัวเอง " พ.ต.ท.สันทนะ กล่าว
อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.สันทนะ กล่าวว่า หากใครต้องการข้อมูลที่มากกว่านี้ตนเองยินดีและพร้อมเปิดเผยจากนั้นได้เข้าไปนั่งอยู่ในห้องสหกรณ์ บช.น.และโทรศัทพ์มาแจ้งกับนักข่าวทีวีคนหนึ่งว่า รออยู่ในห้องสหกรณ์หากใครต้องการสัมภาษณ์เพิ่มเติมก็ยินดีแต่ก็ไม่มีใครสนใจจนสุดท้าย พ.ต.ท.สันธนะได้เดินทางกลับไป



