
นัดสั่งคดี'มาร์ค-เทพเทือก'26ส.ค.นี้
อัยการคดีพิเศษนัดสั่งคดี'มาร์ค-เทพเทือก' ฆ่า-พยายามฆ่าเหตุกระชับพื้นที่ม็อบแดง เช้า 26 ส.ค.นี้ ด้าน'อธิบดีอัยการคดีพิเศษ' ยอมรับหนักใจคดี'ปชช.' สนใจ แต่ไม่กดดัน
26 มิ.ย.56 เวลา 10.00 น. พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ฐานะหัวหน้าชุดคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองปี 2553 พร้อมด้วย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวน ได้นำสำนวนการสอบสวนเอกสารหลักฐาน จำนวน 9 ลัง 61 แฟ้ม 11,242 แผ่น พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี อดีตรองนายก ฯ และอดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ผู้ต้องหาที่ 1-2 คดีร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59,80, 83, 84 และ 288 จากกรณีที่ ศอฉ. มีคำสั่งใช้กำลังเจ้าหน้าที่ในการขอคืนพื้นที่ จากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (นปช.) ระหว่างเดือน เม.ย.- พ.ค. 53 บริเวณ ถ.ราชดำเนิน และ แยกราชประสงค์ ส่งผลมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ส่งให้ นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาสั่งคดี
โดยวันนี้ นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ได้เดินทางมาพร้อมกับนายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความ โดยใช้เวลาในการเข้าพบนายวินัย อธิบดีอัยการคดีพิเศษ ประมาณ 15 นาที เพื่อรายงานตัวหลังจากดีเอสไอส่งมอบสำนวนการสอบสวน ซึ่งอัยการได้นัดให้ผู้ต้องหาทั้งสอง มารับฟังการสั่งคดีในวันที่ 26 ส.ค.นี้ เวลา 10.00 น.
ภายหลังนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คดีนี้ ตนและนายสุเทพได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งเตรียมจะยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการด้วยทั้งประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นมีปัญหาอยู่หลายอย่าง เช่น มีความขัดแย้งกันเองในสำนวนคดี ส่วนข้อกฎหมายเห็นว่าดีเอสไอไม่มีอำนาจทำการสอบสวน เพราะคดีนี้เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งการสอบสวนจะต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ทั้งนี้ จากการถูกสอบสวนคดีดังกล่าวตนยังได้ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอและพนักงานสอบสวน รวม 4 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญาแล้วซึ่งศาลอาญาได้นัดไต่สวนมูลฟ้องช่วงต้นเดือน ก.ค.นี้
นายสุเทพ กล่าวว่า หลังจากนี้ตนก็จะปรึกษากับทีมกฎหมายเพื่อสู้คดีต่อไป
ด้านนายวินัย อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ กล่าวว่า สำนวนที่ดีเอสไอสรุปความเห็นสมควรสั่งฟ้องต่อนั้น ได้ตั้งข้อกล่าวหานายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาโดยเล็งเห็นผล จากกรณีการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง อายุ 43 ปี และ ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ หรือน้องอีซา อายุ 14 ปี และข้อหาก่อให้ผู้อื่นพยายามฆ่าฯ กรณีที่นายสมร ไหมทอง คนขับรถตู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ
นายวินัย กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นคดีสำคัญ ตนจึงได้ตั้งคณะทำงานอัยการมาจากคดีพิเศษขึ้นมา 1 ชุด จำนวน 5 คนโดยมีตนเป็นหัวหน้าคณะ ซึ่งการพิจารณาสำนวนยืนยันว่าจะสั่งคดีตามพยานหลักฐาน อย่างเที่ยงธรรมและเป็นกลางตามนโยบายของนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ซึ่งในการพิจารณาสำนวนก็ยอมรับว่าตนรู้สึกหนักใจบ้าง แต่ก็จะทำให้ดีที่สุด ซึ่งไม่รู้สึกกดดันแต่อย่างใดและไม่มีฝ่ายการเมืองเข้ามากดดันอะไร โดยตนยืนยันการสั่งคดี อัยการจะต้องสามารถอธิบายเหตุผล มีหลักฐานอ้างอิงสนับสนุนได้ แต่คงจะบังคับให้คนเชื่อทั้งหมดไม่ได้ สำหรับการพิจารณาสำนวนในช่วง 2 เดือนนี้ก็จะดูเอกสารสำนวนคดีทั้งหมดอย่างละเอียด และหากผู้ต้องหายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมก็จะนำมาพิจารณาด้วย ยืนยันว่าจะทำให้รวดเร็วที่สุดเพราะเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ โดยนัดสั่งคดีวันที่ 26 ส.ค.นี้แต่หากยังพิจารณาสำนวนคดีไม่เสร็จก็อาจจะเลื่อนการสั่งคดีออกไป
เมื่อถามว่า การพิจารณาสำนวนอัยการจำเป็นต้องรอสำนวนคดีการเสียชีวิตรายอื่นจากดีเอสไอด้วยหรือไม่ ซึ่งเหตุการณ์ชุมนุมมีผู้เสียชีวิตถึง 90 ศพ นายวินัย กล่าวว่า อัยการต้องรอพิจารณาสำนวนคดีนี้ก่อน หากดีเอสไอจะยื่นสำนวนอื่นเพิ่มเติมอัยการก็จะพิจารณาอีกครั้ง



