ข่าว

โยนรัฐบาลตัดสินแอลพีจี-เอ็นจีวี

โยนรัฐบาลตัดสินแอลพีจี-เอ็นจีวี

09 มิ.ย. 2552

พลังงานโยนรัฐบาลหาข้อสรุปโครงสร้างราคาแอลพีจี-เอ็นจีวี เล็งจ้างที่ปรึกษาศึกษาต้นทุนก๊าซทั้งระบบ ก่อนเสนอ กพช.ชี้ขาด ยันตรึงราคาแอลพีจีครัวเรือนต่อช่วยลดภาระประชาชน

 นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง "พลังงานทางเลือก...ของประเทศไทยในอนาคต" ว่ารัฐบาลและกระทรวงพลังงานมีนโยบายชัดเจนที่จะทำให้ราคาพลังงานสะท้อนกลไกตลาด ปัจจุบันยังมีก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ที่รัฐบาลยังใช้กลไกการชดเชยราคานำเข้า โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะที่ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) รับภาระโดย ปตท.

 ในส่วนของแอลพีจี ขณะนี้ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อศึกษาโครงสร้างต้นทุนก๊าซทั้งระบบ เชื่อว่าจะทำให้สูตรราคาที่ออกมาเป็นธรรมกับทุกฝ่าย คาดจะแล้วเสร็จใน 6 เดือน โดยหลักการแล้วแอลพีจีที่ใช้ในครัวเรือนควรต้องตรึงราคาต่อไประยะหนึ่ง เพื่อลดภาระให้ประชาชน ส่วนภาคขนส่งและอุตสาหกรรม เห็นว่าควรใช้แอลพีจีในราคาที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพราะการบิดเบือนราคามีผลกระทบมาก ส่วนวิธีการจะเป็นอย่างไรต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  "ขณะนี้สถานการณ์และปัจจัยต่างๆ ได้เปลี่ยนไป จึงต้องหารือกับคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จะแยกก๊าซสองราคาระหว่างแอลพีจีที่ใช้ในครัวเรือนกับใช้ในภาคขนส่งและอุตสาหกรรมหรือไม่ โดยปัจจุบันราคาแอลพีจีตลาดโลกได้ปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน โดยเดือนมิถุนายน อยู่ที่ 419 ดอลลาร์ต่อตัน ส่งผลให้ภาระการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคานำเข้ากับในประเทศอยู่ที่ระดับ 14.84 บาทต่อกก." นพ.วรรณรัตน์ กล่าว

 ส่วนของเอ็นจีวี ปัจจุบันปตท. แจ้งว่าราคาขายอยู่ที่กก.ละ 8.50 บาทไม่เหมาะสม จึงขอปรับราคา เรื่องนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจ ซึ่งโครงสร้างราคาแอลพีจีและเอ็นจีวีไม่ได้ผูกพันกัน จึงไม่จำเป็นที่ว่า หากเปลี่ยนราคาแอลพีจีแล้ว ต้องปรับราคาเอ็นจีวี เรื่องนี้อยู่ที่รัฐบาลว่าจะทำอย่างไร