ข่าว

'DSI'ขู่ยึดรถหรูเลี่ยงตรวจสอบ

'DSI'ขู่ยึดรถหรูเลี่ยงตรวจสอบ

26 มิ.ย. 2556

'ดีเอสไอ' ขู่ยึดรถหรูจดประกอบ หากไม่นำมาตรวจสอบ เล็งหาช่องทางช่วยคนบริสุทธิ์ เผยขบวนการเลี่ยงภาษีนำเข้ารถหรูใช้วิธีซับซ้อน

 

                           26 มิ.ย. 56  เมื่อเวลา 10.00 น.  คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชันด้านการคมนาคม ในคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ซึ่งมีนายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ส.ว.ราชบุรี เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาถึงกรณีเพลิงไหม้รถยนต์หรูและการนำเข้ารถยนต์จดประกอบ โดยได้เชิญ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฎิบัติการคดีพิเศษ 5 ดีเอสไอ ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม อธิบดีกรมขนส่ง ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ และสมาคมผู้นำเข้าและผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์มาให้ข้อมูล

                           โดย พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่ารถที่ตรวจสอบอยู่เป็นรถเฉพาะที่จดประกอบเท่านั้น ส่วนจะสามารถตรวจสอบได้หมดทุกคันหรือไม่ก็ต้องอยู่ที่เรายื่นให้ส่งรถมาตรวจสอบ และจะมีการส่งมาครบหรือไม่ แต่ถึงอย่างไรถ้าไม่ส่งมาก็จะไปยึด ทั้งนี้เมื่อวาน (25 มิ.ย.) มีมาขอให้ตรวจเพิ่มอีก 4 คัน และถ้าพ้นวันศุกร์นี้ (28 มิ.ย.) จะออกหนังสือเชิญ เพราะเรามีบัญชีรายชื่อทัั้งหมดแล้ว ท้ายสุดถ้าไม่มาก็จะไปยึด อย่างไรก็ตามเราเห็นใจผู้ที่ซื้อรถจากบริษัทที่ไม่ทราบว่ารถที่ซื้อไปเป็นรถจดประกอบ ซึ่งจากการประชุมกับทางกรมศุลกากรก็มีการพูดคุยหารือว่า จะมีช่องทางที่ช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์์ได้อย่างไร แต่ถึงอย่างไรผู้บริสุทธิ์คงมีช่องทางออกที่ดี

                           ขณะที่นายอัญษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมขนส่งทางบก กล่าวถึงความคืบหน้าตรวจสอบรถการจดประกอบว่า เอกสารการจดประกอบจะอยู่ที่ต้นทาง จะไม่มีที่ปลายทาง ฉะนั้นถ้าตรวจสอบทางดีเอสไอต้องตรวจสอบที่ต้นทาง ทั้งนี้ทางขนส่งทราบว่ารถที่จดเป็นรถจดประกอบเพราะจะมีการลงรายละเอียดที่ชัดเจน 

                           ส่วน ดร.ปฎิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า ปัญหาที่ผู้ประกอบการบอกว่ายื่นแล้วมีการดำเนินการล่าช้านั้น เราทราบปัญหานี้ ซึ่งทางเราจจะเพิ่มเวลาทำงานของเจ้าหน้าที่เพื่อจะได้เร็วขึ้น ทั้งนี้เราอาจจะมีการเชิญสมาคมผู้นำเข้าและผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์มาพูดคุยอีกครั้งเพื่อทำความเข้าใจเรื่องยื่นเรื่องตรวจสอบ และต่อจากนี้ไปถ้าเอกสารไม่ครบเราจะไม่รับตรวจทันที อย่างไรก็ตามทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการ เรากำลังทำทุกวิธีทางให้งานจบลง ตอนนี้ขอให้ผู้ประกอบการเตรียมเอกสารมาให้ครบ และเราจะดำเนินการภายใน 120 วัน

 

 

เผยขบวนการเลี่ยงภาษีนำเข้ารถหรูใช้วิธีซับซ้อน

 

                           นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงการตรวจสอบรถยนต์หรูจดประกอบหลีกเลี่ยงภาษีว่า ขณะนี้พบความพยายามในการอำพราง หรือดัดแปลงอุปกรณ์เพื่อให้ตรวจแล้วเป็นรถจดประกอบไม่ใช่รถที่นำเข้าทั้งคัน ตนขอเตือนว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายมีความผิด อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 28 มิ.ย. นี้ เวลา 15.00 น. จะมีการประชุมร่วมกัน 7 หน่วยงาน เพื่อหารือถึงมาตรการเยียวยาผู้ครอบครองรถ และมาตรการดำเนินคดีกับผู้ที่ดัดแปลงเปลี่ยนสภาพเครื่องยนต์และเกียร์เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ส่วนความคืบหน้ารถหรู 6 คันที่ถูกเพลิงไหม้ที่ อ.กลางดง จ.นคราชสีมา ขณะจะนำไปจดทะเบียนที่ จ.ศรีสะเกษ เบื้องต้นสามารถแกะรอยรถหรูเฟอร์รารี่สีแดง ได้แล้ว 1 คัน พบว่ามีขั้นตอนดำเนินการด้วยวิธีสลับซับซ้อนมีผู้เกี่ยวข้องกว่า 50 คน โดยพบว่าเป็นรถที่เคยมีการจดทะเบียนไว้แล้ว แต่มีการปกปิดเลขเดิมเพื่อนำไปจดทะเบียนใหม่ซึ่งคาดว่าจะมีรถอีกหนึ่งคันที่จอดรอการนำทะเบียนมาสวมอยู่แต่ใช้วิธีให้รถเฟอร์รารี่คันดังกล่าวไปขอจดทะเบียนแทน ซึ่งดีเอสไอตรวจสอบข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบกแล้วพบว่าเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์ตรงกับรถเฟอร์รารี่ สีแดง ที่เกิดเหตุไฟไหม้ อย่างไรก็ตาม คาดว่ารถคันที่เหลือจะมีลักษณะเหมือนกันและน่าจะมีการดำเนินการมาแล้วหลายครั้ง

                           นายธาริต กล่าวอีกว่า สำหรับรถเฟอร์รารี่ สีแดง พบว่ามีการนำเข้าชิ้นส่วนรถมาตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. 2554 โดยบริษัทท่านำเข้าชิ้นส่วนคือบริษั เจ เอ็ม ดับบลิว มอเตอร์ จำกัด และบริษัท ที.เอ็น.ที.เอ็กเพรส จำกัด โดยนายธนธัส ขุนนุช ผู้ประกอบการร้านแอลออโต้จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมรถยนต์ จากนั้นมีการนำรถไปเสียภาษีสรรพสามิตเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2554 โดยจดทะเบียนเป็นรถเฟอร์รารี่ติดแก๊สโดยมีนายไกรสิทธิ์ มหิวรรณ เป็นวิศวกรตรวจสภาพและออกใบรับรองการติดแก๊ส โดยติดตั้งแก๊สกับบริษัท เพาเวอร์แก๊ส ของนายฉัตรชัย สุขชานุรักษ์ ทั้งนี้ในการตรวจสอบระบบการใช้เชื้อเพลิงในขั้นตอนการนำรถขึ้นจดทะเบียนที่กรมการขนส่งจ.ศรีสะเกษมีนายเดช ทองแก้ว ครูแผนกวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษเป็นผู้ตรวจสอบ หลังจดทะเบียนรถยนต์เสร็จแล้วนายธนธัสได้โอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ไปให้นายนฤนาท ควรสวัสดิ์

                           “ต่อมาได้มีการแจ้งยกเลิกการใช้แก๊สมาเป็นเชื้อเพลิงน้ำมันเบนซินและมีการยื่นคำร้องว่าคู่มือจดทะเบียนรถหายขอออกคู่มือจดทะเบียนรถเล่มใหม่และมีการโอนกรรมสิทธิ์จากนายนฤนาทไปให้กับบริษัท ไบโอ เพาเวอร์ ซิสเต็ม ไทยแลนด์แล้วแจ้งย้ายรถจดทะเบียนใช้งานในจ.ลพบุรี มีทะเบียนใหม่เลขที่ กต 0444 ลพบุรี อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์พบว่า หมายเลขตัวถังรถยนต์ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข โดยนำแผ่นโลหะเลขหมาย ZFFZ58C000152524 มาปิดทับหมายเลขเดิมคือ ZFFEZ58C000148999 โดยขั้นตอนทั้งหมดนับตั้งแต่วันจดทะเบียนเป็นรถจดประกอบและล้างเล่มเปลี่ยนจากรถใช้แก๊สเป็นรถใช้น้ำมันและโอนเปลี่ยนมือสามครั้งรวมเวลา 223 วัน”นายธาริตกล่าว

                           สำหรับนายธนธัส ขุนนุช ครอบครองรถ 28 คัน เป็นรถเบนซ์ 9 คัน มินิคูเปอร์ 5 คัน นิสสัน 5 คัน ปอร์เช่ 2 คัน โตโยต้า 4 คัน และโฟลค์สวาเก้น 3 คัน ขณะที่นายนฤนาท ควรสวัสดิ์ ผู้ต้องหาคดีรถหรูเพลิงไหม่ทั้ง 6 คัน มีการแจ้งครอบครองรถ 5 คันประกอบด้วย เบนท์ลี่ เฟอร์รารี่ ปอร์เช่ โฟลค์สวาเก้น และเบนซ์

                           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรถที่นำเข้ามาตรวจสอบทางกายภาพวันนี้ (26 มิ.ย. ) มี 5 คัน เป็นรถเบนซ์ทั้งหมด โดยหนึ่งในจำนวนนี้เป็นรถเบนซ์ รุ่น S300 ของ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทะเบียน กม 9898 นนทบุรี หรือทะเบียนเดิมคือ กร 1184 นนทบุรี ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ส่งคืนรถยนต์โดยไม่แจ้งอายัด เนื่องจากหมายเลขเกียร์ไม่ได้เป็นชุดเดียวกับหมายเลขเครื่องยนต์และตัวถังที่ออกจากโรงงานผู้ผลิต