ข่าว

'มาร์ค'หนุน!รัฐปัดเงื่อนไข'BRN'

'มาร์ค'หนุน!รัฐปัดเงื่อนไข'BRN'

26 มิ.ย. 2556

'อภิสิทธิ์' หนุนรัฐไม่รับเงื่อนไข 'บีอาร์เอ็น' เหตุไม่มีหลักประกัน ซัดเป็นข้อเสนอไม่จริงใจ อัด 'สมช.' เดินตาม 'ทักษิณ' คิด พท.ทำ ผิดตั้งแต่ต้น แนะทบทวนการเจรจา

 

                           26 มิ.ย. 56  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ทางบลู สกายแชลแนล ถึงกรณีที่รัฐบาลไม่ยอมรับ 7 ข้อเสนอของตัวแทนบีอาร์เอ็น ว่า พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม พูดถูกแล้ว เพราะแทนที่จะมาหารือกัน แต่กลับยื่นข้อเสนอให้ถอนทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจออกจากพื้นที่ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีหลักประกันเรื่องความปลอดภัย รวมทั้งเรื่องความรุนแรงจะลดลง ในอดีตเป็นการปรึกษากันภายใน ทำความเข้าใจกันว่าการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่และกลุ่มที่ก่อความไม่สงบจะช่วยกันอย่างไร ไม่ให้เกิดความรุนแรง ซึ่งก็ได้ผลในระดับหนึ่ง แต่การยื่นข้อเสนอเช่นนี้ ทำให้หลายคนมองออกว่า เป็นการเสนอที่ไม่ได้มีความจริงใจ และรู้ว่าเงื่อนไขนี้รับไม่ได้ เพื่อจะให้ไม่มีข้อตกลงในการลดความรุนแรง ที่ผ่านมาการพูดคุย 3+4 รอบก็ยังไม่มีการดำเนินการที่เป็นผลอย่างแท้จริง อีกทั้งมีข้อตกลงหากจะเสนออะไรขอให้ผ่านทางมาเลเซียที่เป็นคนกลาง แต่กลับเอาคลิปขึ้นมาเผยแพร่ในยูทูปต่อสาธารณะ ซึ่งแสดงว่า บีอาร์เอ็นไม่จริงใจในเรื่องนี้ หรือจะหารือกันภายในโดยไม่ต้องผ่านมาเลเซีย และยังสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่มีการคุยกันบนโต๊ะ และครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่นำคลิปมาเผยแพร่ในยูทูบ

                           นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะไปเจรจากลุ่มอื่นก็พูดง่ายเกินไป ดังนั้นฝ่ายเราโดยเฉพาะสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ควรมีการทบทวนการเจรจา เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่มีการเสนอข้อเรียกร้องผ่านยูทูบ การทำแบบนี้ถือว่าละเมิดกติกากัน เนื่องจากการพูดคุยต้องมีกรอบและกติกา การจะไปออกแถลงการณ์ว่าจะลดความรุนแรงก็ต้องมีคณะทำงานว่าขั้นตอนจะลดอย่างไร ไม่อย่างนั้นถือว่าไม่จริงใจในการร่วมกันแก้ไข สมช.ต้องประชุมโดยให้ทุกหน่วยงานร่วมรับรู้เป็นนโยบายเช่นกันว่า เราจะมีท่าทีต่อการพูดคุยกันอย่างไร จำเป็นต้องมีจุดยืนวางเงื่อนไขที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้เป็นเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณ คิด เพื่อไทยทำ ให้เราไปพึ่งพาทางมาเลเซียและสันติบาลมาเลเซีย เพื่อบังคับให้คนเหล่านี้มาพูดคุย พอตั้งต้นกระบวนการผิด ปัญหาที่ตามมาจึงแก้ยาก

 

 

ชี้ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง คดีประมูลโครงการน้ำ

 

                           นายอภิสิทธิ์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ทางบลู สกายแชลแนล ถึงกรณีที่ศาลปกครองพิจารณากรณีโครงการบริหารจัดการน้ำ ว่า มีตุลาการ เจ้าของสำนวนได้แถลงแม้ไม่ใช่คำวินิจฉัยแต่ก็มีประเด็นที่น่าสนใจคือ การปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 การเข้าไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อประกอบกับการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมกับสังคม ก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญา ซึ่งตนก็ได้พูดไปในแง่ที่ว่า พรรคกำลังมีการยื่นถอดถอน แต่ก็ขึ้นอยู่กับองค์คณะที่จะวินิจฉัยอย่างไร แต่ถ้าวินิจฉัยตามแนวนี้ รัฐบาลก็ต้องไปดำเนินการ ซึ่งไม่ต้องไปกังวลเรื่องของการกู้เงินที่จะถึงในวันที่ 30 มิ.ย. เพราะเมื่อกู้เงินแล้วก็ค่อยไปทำสัญญาก็ได้

                           เมื่อถามว่า มีการระบุว่า บริษัท เค วอเตอร์ ที่ได้รับการประมูลสูงสุด มีปัญหาทางสถานะการเงิน โดยเฉพาะหนี้ที่สูงมาก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คนเกาหลีเป็นคนบอก ซึ่งเท่าที่เห็นตัวเลขประมาณ 700% แต่ตนก็ไม่แน่ใจ และเขาก็ไม่เชื่อมั่นว่าบริษัทจะทำได้ ดังนั้นต้องถามรัฐบาลว่า มีความมั่นใจอะไรว่าทำได้ โดยรัฐบาลต้องไปตรวจสอบว่า บริษัทพร้อมหรือไม่ แม้ว่าจะผ่านกระบวนการคัดเลือกแล้วก็ตาม ส่วนที่ระบุว่า สถานะบริษัท K - Water เป็นรัฐวิสาหกิจของเกาหลีใต้นั้น ตนไม่แน่ใจว่า รายละเอียดโครงสร้างการถือหุ้นเป็นอย่างไร ในส่วนของปชป.นั้นก็กำลังตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และการที่จะยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็เพราะปัญหาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง