ข่าว

โพลล์โชว์ครัวเรือนไทยแบกหนี้บาน

โพลล์โชว์ครัวเรือนไทยแบกหนี้บาน

26 มิ.ย. 2556

ม.หอการค้า สำรวจหนี้ครัวเรือน พบเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 12% เฉลี่ยครัวเรือนละเกือบ 2 แสน ชี้ต้นตอมาจากค่าครองชีพสูงขึ้น ห่วงอัตราเร่งสูงแถมเป็นหนี้นอกระบบมากขึ้น

 

                           26 มิ.ย. 56  นายวชิร คูณทวีเทพ อาจารย์ประจำศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพหนี้ภาคครัวเรือน ซึ่งสำรวจระหว่างวันที่ 18-23 มิถุนายน 2556 จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศจำนวน 1,200 ตัวอย่าง ระบุว่าจำนวนหนี้เฉลี่ยของครัวเรือนในปี 2556 อยู่ที่ 188,774.54 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้น 12% จากหนี้เฉลี่ยในปี 2555 ที่อยู่ในระดับ 168,517.16 บาทต่อครัวเรือน เป็นอัตราการเพิ่มขึ้นด้วยเลข 2 หลัก ถือว่าเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งพอสมควร และสูงสุดตั้งแต่ทำการสำรวจในช่วง 5 ปีนับจากปี 2551

                           "ที่สำคัญพบว่าเป็นหนี้นอกระบบที่เพิ่มมากขึ้น โดยเป็นหนี้นอกระบบ 49.6% และเป็นหนี้ในระบบ 50.4% โดยมีการผ่อนชำระเดือนละ 11,671.93 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบว่าในช่วงปี 2555-2556 มีการก่อหนี้ใหม่เพิ่มขึ้นถึง 10% จากสถิติในปีที่ผ่านมาไม่พบว่ามีการก่อหนี้เพิ่มเมื่อเทียบกับปีก่อน และเมื่อจำแนกกลุ่มผู้ก่อหนี้ตามรายได้ จะพบว่ากลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 5,000 บาทต่อเดือน จะมีสัดส่วนการก่อหนี้นอกระบบถึง 50% ขณะที่กลุ่มรายได้ 5,000-15,000 บาท จะมีทั้งหนี้ในระบบและนอกระบบใกล้เคียงกัน ส่วนกลุ่มที่มีรายได้เกิน 15,000 บาท พบว่าส่วนใหญ่จะเป็นหนี้ในระบบ" นายวชิระกล่าว

                           สำหรับสาเหตุที่ทำให้หนี้เพิ่มขึ้น อันดับแรก มาจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น มีถึง 23.3% รองลงมาค่าเล่าเรียนของบุตรหลาน 22% การซื้อสินทรัพย์ถาวร เช่น บ้าน รถ 13.5% ซึ่งเมื่อเปรียบค่าครองชีพกับรายได้ในปัจจุบัน กลุ่มตัวอย่าง 72.1% ระบุว่าค่าครองชีพสูงเกินไป โดยข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลในการแก้ไขหนี้ครัวเรือน อันดับแรกให้ลดค่าครองชีพลงมา ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และดอกเบี้ยบัตรเครดิต และดูแลราคาก๊าซและน้ำมันไม่ให้สูงเกินไป

                           ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์ฯ กล่าวว่า ขณะนี้มีสัญญาณชี้ชัดว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลง ซึ่งจากผลสำรวจพบว่ามีประชาชน 80-90% ระบุว่าซื้อสินค้าน้อยลงหรือซื้อเท่าเดิม แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากสินค้าแพงขึ้น ขณะเดียวกันการก่อหนี้ใหม่ปีนี้ที่เพิ่มขึ้นถึง 10% และเป็นหนี้นอกระบบมากขึ้น ทำให้น่าเป็นห่วง

                           ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังมีสัญญาณการชะลอตัวลงไปเรื่อยๆ หากไม่มีมาตรการใดๆ มากระตุ้น การบริโภคจะชะลอไปถึงไตรมาส 4 ยิ่งจะส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลงไปอีก ซึ่งศูนย์จะมีการแถลงปรับตัวเลขเศรษฐกิจอีกครั้งในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ จากที่คาดว่าจะขยายตัว 4-5% และหากรัฐบาลจะมีมาตรการใดๆ ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ควรจะเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในไตรมาส 3 เพื่อพยุงไม่ให้เศรษฐกิจตกต่ำไปมาก

                           นายธนวรรธน์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า การปรับ ครม.มี 2 กรณี คือ กรณีแรก ปรับเพื่อทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลนี้ดีขึ้น และกรณีที่สอง ปรับเพื่อสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งให้คนที่ทำงานอยู่เบื้องหลังในพรรคได้ขึ้นมาเป็นผู้บริหารบ้าง อย่างไรก็ตาม ในระยะหลังมานี้ คะแนนนิยมของรัฐบาลน้อยลง โดยเฉพาะจากปัญหาโครงการรับจำนำข้าวทำให้รัฐบาลมีคะแนนนิยมลดลงจริง และเมื่อมีการปรับลดราคารับจำนำ จึงสร้างความไม่พอใจให้แก่กลุ่มชาวนาอีก

 

 

---------------------

(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว)