ข่าว

'ประยุทธ์'ห่วงสารพัดม็อบป่วน!

'ประยุทธ์'ห่วงสารพัดม็อบป่วน!

25 มิ.ย. 2556

'ประยุทธ์'ห่วงสารพัดม็อบป่วน ลั่นยังไม่ถึงเวลาทหารแก้ปัญหา เชื่อม็อบหยุดเองถ้านึกถึงประเทศชาติ กร้าวยอมไม่ได้ข้อเสนอ'บีอาร์เอ็น'

               25 มิ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 (ททบ.5) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกลุ่มมวลชนต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวมากมายในขณะนี้ว่า ตนรู้สึกห่วงมาตลอดชีวิต ถามตน 100 ครั้ง รู้สึกห่วง 100 ครั้ง เพราะไม่อยากเห็นคนไทยมีปัญหากัน สิ่งใดที่แก้ไขปัญหาได้ก็แก้ไขกันไป แต่ขณะนี้ยังไม่ใช่หน้าที่ของทหารที่จะแก้ไข ถามว่า ถ้าจะให้ทหารเข้ามาแก้ไขนั้น จะต้องใช้กฎหมายข้อใดที่ให้อำนาจทหารเข้ามาแก้ไขปัญหาทางการเมืองได้ ทหารมีอำนาจหรือสิทธิ์ข้อใด ซึ่งมันไม่มี ถ้ามีก็ต้องทำ และตนติดว่าประชาชนคนไทยไม่ต้องการให้มีการกระทำผิดกฎหมาย เนื่องจากที่ผ่านมามีคนกระทำผิดกฎหมายมากพอแล้ว

                เมื่อถามว่า มองสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มหน้ากากขาวอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีหลายหน้ากาก เมื่อหลายวันที่ผ่านมามีพวกสวมรอยสวมหน้ากากขาวไปปล้นร้านค้า ถ้าหน้ากากขาวไม่ดี เดี๋ยวหน้ากากเขียวก็มาใหม่ เพราะคนมีทั้งคนดี คนชั่ว คนหวังดีและคนหวังร้าย ตรงนี้คือคนไทย ตนจึงบอกว่าอย่าไปสนใจ หากพวกเขาเคลื่อนไหวด้วยกระบวนการประชาธิปไตย ซึ่งที่ผ่านมามีการเดินขบวน มีการใช้ความรุนแรง รวมถึงมีการใช้กฎหมาย แต่ทุกวันนี้ยังไม่จบ การชุมนุมต้องหยุดเอง ถ้าต่างฝ่ายคิดว่า เหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมาน่าจะเพียงพอแล้ว คิดถึงประเทศชาติว่า วันนี้เป็นอย่างไร ส่วนใครที่คิดว่ายังไม่ได้รับความเป็นธรรมก็มาพูดคุยกันเพื่อหาทางออกให้ได้ แต่ถ้าจะให้ทหารมาเป็นคนทำนั้น วันนี้คงยังไม่ได้ เพราะยังไม่ใช่เวลา

                เมื่อถามถึงกรณีที่นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย ระบุว่า มีทหารยศนายพลเป็นแกนนำกลุ่มหน้ากากขาวเคลื่อนไหวเพื่อล้มรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถามนายประชา ถ้าอยู่ในราชการตนจะสอบสวนให้ว่าเป็นอย่างไร

 

 

ลั่นยอมไม่ได้ข้อเสนอ"บีอาร์เอ็น"


                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในกรณีที่นายฮัสซัน ตอยิบ ตัวแทนกลุ่มบีอาร์เอ็นได้ออกมายื่นข้อเรียกร้องเป็นครั้งที่ 4 ผ่านเว็บไซต์ยูทูบเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยขอให้ทางการไทยถอนทหารออกจากพื้นที่ว่า ต้องถามคนไทยว่า รับข้อเสนอเช่นนี้ได้หรือไม่ ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ใครจะมาชี้นำคงไม่ได้ หากเรารับข้อเสนอไม่ได้ ก็ต้องว่ากันต่อไป ถือว่าเป็นการฟังหูไว้หู ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ยังมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องจึงต้องกำชับผู้ใต้บังคับบัญชาให้ระมัดระวังมากขึ้น การรักษาความลับในการออกพื้นที่ของกำลัง เพราะที่ผ่านมาเราสูญเสียกำลังพลไปมาก ตั้งแต่นายทหารระดับสูง ไปถึงกำลังพลระดับล่าง เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ที่ผ่านมาเราทำงานอย่างเปิดเผย แต่เขานุ่งโสร่งเป็นอีแอบอยู่ข้างหลัง คอยโจมตีข้างหลัง เราจึงต้องระมัดระวัง รวมถึงการใช้ความรุนแรงในการตอบโต้

                “ไม่ว่าบีอาร์เอ็นจะยื่นข้อเสนออะไรมา แต่ผมยังกำชับให้เข้มงวดเรื่องการปฏิบัติการทางทหาร การที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นเรื่องผิดกฎหมายอยู่แล้ว อย่าไปกังวลว่าจะต้องถอนทหาร เพราะเรามีทหารและตำรวจเอาไว้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย แม้ทุกวันนี้จะมีทหารหลายหมื่นอยู่ แต่ต้องดูแลคนกว่า 2 ล้านคนก็ยังไม่ทั่วถึง ถ้าให้ถอนทหารแล้วจะเกิดอะไรขึ้น แล้วใครจะเป็นผู้รับประกันว่าถอนทหารแล้วสถานการณ์จะดีขึ้น การที่เขาเรียกร้องมา เราคงไม่ผลีผลามไปปฏิบัติตามนั้น ไม่อยากให้นำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นสำคัญ เรื่องความมั่นคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนได้ 100 เปอร์เซ็นต์ทุกมิติ เรามีช่องทางที่จะช่วยเหลือเขา เพื่อให้กลับตัวกลับใจและมาช่วยกันพัฒนาพื้นที่ โดยใช้ ม.21 ของพรบ.ความมั่นคงในการเปิดทาง เราทำทุกด้าน แต่เขายังใช้ความรุนแรงอยู่ ไม่รู้หมายความว่าอย่างไร ทั้งนี้อย่าไปตื่นเต้นต่อการยื่นข้อเสนอของบีอาร์เอ็น อย่าไปสนใจแล้วว่า พูดคุยแล้วจะได้อะไร เมื่อไรจะได้ข้อยุติ เพราะจะสร้างความทรมานให้กับคนที่มีหน้าที่ไปพูดคุย และกลุ่มบีอาร์เอ็นก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จะได้หรือไม่ได้ เขายังต้องคุยเพราะทั้งโลกเขาใช้วิธีคุยกัน แต่ต้องระมัดระวังว่าสิ่งใดที่ผิดกฎหมายก็ทำไม่ได้ อย่างเช่นข้อเสนอที่ยื่น คงไม่มีประเทศในโลกรับได้ ขออย่าไปให้เครดิตเขา ให้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่”ผบ.ทบ.กล่าว

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การตัดสินใจข้อเสนอดังกล่าวอยู่ที่รัฐบาล คิดว่ารัฐบาลหวังดี นายกรัฐมนตรีสั่งการว่าจะทำอย่างไร เพื่อลดความรุนแรงลง จากสถิติพบว่า จำนวนครั้งที่เกิดขึ้น การบาดเจ็บสูญเสียลดลง แต่มีผลกระทบสูงเพราะเป็นระเบิด ทุกวันนี้กลายเป็นว่าถูกยิงน้อยลงแต่ถูกระเบิดมากขึ้น ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่า ไม่ทำอะไรเลย แต่ทำภายใต้กฎหมาย การจะไปกวาดล้างและใช้ความรุนแรงทำได้ แต่ผลที่ได้รับ คือ ประชาคมโลกจะสนใจจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ต้องดำเนินการภายในเพื่อไม่ให้คนอื่นมาพูดกับเรา

                “วันนี้ข้อเสนอของบีอาร์เอ็น ผมยอมไม่ได้เพราะผมเป็นเจ้าหน้าที่ และเรามีรัฐธรรมนูญที่ยังใช้งานอยู่ว่า ในข้อที่1 ซึ่งบัญญัติไว้คือ ต้องเป็นรัฐเดียว ไม่สามารถแบ่งแยกได้ และตอนนี้กลุ่มบีอาร์เอ็นที่ไม่ได้มีอะไรที่เหนือกว่าเรา มีแต่ปากที่เหนือกว่าเรา คือ พูดได้ทุกเรื่อง โดยไม่ต้องอาศัยหลักการ ไม่ต้องสนใจว่า ใครจะไปจับ หรือเอาไปฟ้องศาลโลก ต้องคอยดูต่อไปว่า ถ้าเขาสามารถหยุดความรุนแรงในเดือนรอมฎอนได้ก็น่าจะมาพิจารณากันใหม่ น่าจะมีความน่าเชื่อถืออะไรขึ้นมาบ้าง แต่ผมไม่เคยยอมรับเขา จะยอมรับกับคนที่เห็นต่างและสามารถแก้ไขปัญหาได้ ดังนั้นอย่าสร้างความสำคัญให้กับตัวเอง โดยยกระดับตัวเองขึ้นมา ผมไม่ให้เครดิตตรงนี้”ผบ.ทบ.กล่าว

                เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการสร้างรั้วชายแดนไทยกับมาเลเซียเพื่อป้องกันภัยความมั่นคง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าต้องดูว่า จะเริ่มจากจุดใดไปจุดใด แต่ต้องยอมรับด้วยว่า โจรคงไม่ได้หมดไป เพราะเขาต้องหาช่องทางอื่นไปทำผิดอีกเพราะมีทั้งทางบก และทางน้ำ การจะใช้ทหารไปเฝ้าทุกจุดคงเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อมีอุปกรณ์เสริมก็ลดภาระไปได้ ส่วนงบประมาณที่จะใช้ยังไม่ทราบ อยู่ระหว่างศึกษา ส่วนจะเริ่มดำเนินการเมื่อไรยังไม่ทราบ เพราะเป็นความคิดของฝ่ายความมั่นคง ต้องเข้าสู่กระบวนการโดยให้ กอ.รมน.ภาค 4 โดยแม่ทัพภาคที่ 4 สำรวจ เพราะเรามีการปักปันเขตแดน 100 % และมีรั้วบ้างแล้ว แต่ยังไม่แข็งแรง ที่ตนต้องการคือบริเวณลำน้ำ หากบริเวณชายแดนยังไม่เรียบร้อยอาจถอยหลังมาสร้างรั้วระวังป้องกัน แต่ยอมรับว่า หากจะสร้างก็ต้องใช้งบประมาณที่สูงหน่อย แต่คุ้มค่าเพราะสามารถลดกำลังพลที่ดูแลลงได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นการคิดเพื่ออนาคต หากรั้วชายแดนยังไม่เรียบร้อยก็ถอยหลังมาเป็นรั้วระวังป้องกันแบบรั้วลวดหนาม เพราะการทำรั้วชายแดนต้องได้รับการยินยอมจากทั้ง 2 ประเทศ
 
               "ดูตัวอย่างประเทศสหรัฐอเมริกากับเม็กซิโกที่มีรั้วกัน และมีกล้องตลอดแนวทำให้ทหารไม่ต้องไปตากแดด หากมีใครลักลอบข้ามจะมีสัญญาณเตือนแจ้ง วันนี้ทั้งโลกใช้เทคโนโลยีแล้ว บ้านเรายังยากจน ซึ่งการที่ตนเสนอไปต้องผ่านกระบวนการ ผ่านกฎหมาย มีงบประมาณ มีคนไปจัดซื้อจัดหา อย่ามองว่า เสนอไปแล้วจะได้รับงบมา ผบ.ทบ.จะได้มีงบ แล้วบอกว่า รัฐบาลเอื้อเฟื้อ"ผบ.ทบ.กล่าว