
'สุกำพล'ลั่นไม่รับข้อเสนอ'บีอาร์เอ็น'
'สุกำพล' แถลงปฏิเสธไม่รับข้อเสนอ 'บีอาร์เอ็น' ซัดกลับไม่จริงใจ ยันพร้อมถอนทหารแน่ หากสถานการณ์ใต้สงบ
25 มิ.ย.56 พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม แถลงกรณีที่นายฮัสซัน ตอยิบ ตัวแทนกลุ่มบีอาร์เอ็นได้ออกมายื่นข้อเรียกร้องเป็นครั้งที่ 4 ผ่านเว็บไซต์ยูทูบเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยขอให้ทางการไทยถอนทหารออกจากพื้นที่ว่า ตนในนามกระทรวงกลาโหมที่รับผิดชอบงานความมั่นคง ขอชี้แจงเป็น 2 ประเด็นว่า 1. ดีใจที่สองฝ่ายที่พูดคุยได้มองเห็นแนวทางเดียวกันคือ การหยุดยิงในช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้น แต่เงื่อนไขที่ฝ่ายกลุ่มก่อความไม่สงบยื่นมาทั้งเงื่อนไขเก่าและเงื่อนไขใหม่อีก 7 ข้อ คิดว่าการหยุดยิงครั้งนี้ไม่ได้มาจากหัวใจที่แท้จริง เพราะคนที่จะหยุดยิงจริงๆ แล้วต้องไม่มีเงื่อนไข ฝ่ายรัฐบาลไม่เคยมีเงื่อนไขในเรื่องนี้ เพราะการพูดครั้งนี้เป็นการพูดคุยภายใต้รัฐธรรมนูญไทย การจะให้ถอนทหารหรือให้สภารับรองมันเกินไป ยกตัวอย่างสงครามในอิรัก-อิหร่าน รบกัน 8 ปี มุสลิมรบกับมุสลิม แต่ทุกรอมฎอนเขาจะหยุดยิง ดังนั้นเรื่องนี้ไม่น่ามีเงื่อนไข 2. หากมีเงื่อนไขเยอะๆนั้น จะต้องยื่นเงื่อนไขผ่านประเทศมาเลเซียที่เป็นตัวกลาง แต่กลับออกมาเสนอในเว็บไซต์ถือว่าไม่ได้ทำตามสิ่งที่ได้คุยกันและไม่จริงใจ
“ยืนยันว่า เงื่อนไขนี้เรารับไม่ได้ เขาต้องรู้ตัวว่า คุยอยู่กับใคร คุยในฐานะอะไร อย่าลืมตัวเอง เราเป็นรัฐบาลไทยภายใต้รัฐธรรมนูญไทย เราอ่อนตัวมาคุยกับเขาถือว่าเราลดตัวลงมาแล้ว ให้เกียรติเขา และเงื่อนไขแต่ละอย่างไม่ใช่เงื่อนไขที่ประชาชนชาวใต้ต้องการอย่างแท้จริงแน่นอน ทั้งเรื่องการถอนทหาร และเรื่องอื่นๆ เพราะฝ่ายเราได้ทำประชาพิจารณ์ ทำโพลว่าชาวใต้ต้องการความสงบสุข ไม่ได้ต้องการแบ่งแยกดินแดน และยังมีการใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ ใช้คำว่านักล่าอาณานิคมสยาม อย่างนี้ทำให้คุยกันไม่รู้เรื่อง ผมไม่เคยใช้คำว่าเขาเป็นกลุ่มแบ่งแยกดินแดน ใช้แต่ผู้ก่อความไม่สงบ ทำให้เราไม่สบายใจกับคำนี้ หน้าที่ทหารเราคือ ดูแลความสงบสุขของพี่น้องชาวใต้ ถ้าสถานการณ์เงียบหมด ผมถอนทหารแน่ รีบถอนเลย ไม่ต้องกลัว แต่ถ้ายังไม่เงียบทหารยังต้องอยู่ เพราะเป็นหน้าที่ในส่วนของผมที่ต้องดูแลภาคใต้ให้สงบเรียบร้อย และทำอย่างนิ่มนวลที่สุด แต่ไม่ใช่ภายในเวลาที่รวดเร็วนัก ผมขอประกาศในนามของผู้ที่ดูแลความมั่นคงว่า เงื่อนไขที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้บอกมา ผมไม่ยอมรับ เพราะไม่ถูกต้อง และไม่จริงใจ ดังนั้นเราไม่สนใจ ส่วนการพูดคุยไม่ได้ปิดประตู ถ้าอยากคุยก็คุยกันไป ถ้าไม่อยากคุยก็ไม่คุย เราต้องทำให้ภาคใต้สงบให้ได้ ถามว่าเราแพ้ตรงไหนบ้าง ไม่มี ทุกด้านเราไม่แพ้เลย แต่เราทำด้วยความนิ่มนวล เหมือนพระเอกหนังได้ดีตอน 25 นาทีสุดท้าย ตอนนี้ผู้ร้ายได้เปรียบไปก่อน” พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว
ตนยังไม่ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้ แต่ท่านคงเห็นเหมือนกับฝ่ายความมั่นคง เพราะเราได้พูดคุยกลั่นกรองกันมาแล้ว ถ้าทั้งสองฝ่ายทำเพื่อประชาชนชาวใต้จริงๆ จะต้องไม่มีเงื่อนไข ทั้งนี้ไม่ใช่ว่า หากเกิดความรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอนแล้วเราจะไม่คุย เราก็สามารถคุยได้ เพราะการพูดคุยกับการปฏิบัติการทางทหารต้องแยกกัน อย่ารวมกัน ซึ่งในช่วงเดือนรอมฎอนต้องพิสูจน์กันต่อไปว่า จะคุมเกมได้จริงหรือไม่ และเป็นตัวแทนของทุกกลุ่มจริงหรือไม่ แต่ที่ผ่านมาเขายังไม่ได้แสดงให้เห็นว่า คุมได้ทุกกลุ่ม
ทั้งนี้เราพยายามพูดคุยกับทุกกลุ่มที่ก่อความไม่สงบ ถ้าใครอยากคุย เราก็พร้อมจะพูดคุย ส่วนการปฏิบัติการทางทหารก็ว่ากันไป โอกาสที่เขาจะได้ชัยชนะไม่มี โอกาสที่จะมาปลดปล่อยเป็นไปไม่ได้เลย ปิดประตู 100 เปอร์เซ็นต์ แต่การแก้ปัญหาช้า เพราะเราทำอย่างนิ่มนวล เราไม่ได้ทำแบบรุนแรง ถึงได้ช้าอยู่อย่างนี้ คิดหรือว่า ถ้าทหารไม่ปฏิบัติการทางทหารแล้วภาคใต้จะสงบ เราไม่ได้อยากทำ แต่ก็ต้องทำ อย่างไรก็ตามหากเราแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง เราดูแล้วว่า ไม่จบ แม้ว่า การแก้ปัญหาจะเร็ว แต่จะไม่จบ เพราะความรุนแรงคู่กับความแค้น ทั้งนี้ปัญหาภาคใต้พูดได้เลยว่า ปีนี้มีอะไรดีขึ้นมาเยอะ
เมื่อถามว่า หากเจอนายฮัสซัน ตอยิบ ตัวต่อตัวจะพูดอย่างไร พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า อยากจะขอดูหัวใจเขา ทั้งนี้ขอให้มั่นใจในการทำงานของทหาร เราต้องทำแบบค่อยๆก้าวหน้าไปเรื่อยๆ



