ข่าว

'ปู'โยนกขช.ดูคืนจำนำข้าว15,000

'ปู'โยนกขช.ดูคืนจำนำข้าว15,000

25 มิ.ย. 2556

'นายกฯ' โยน'กขช.'พิจารณาคืนจำนำข้าว 15,000 หรือไม่ แจงต้องพิจารณาความสมดุล 4 ด้าน ห่วงไข้เลือดออกระบาดสั่งสธ.เร่งสกัด

               25 มิ.ย.56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงกรณีกลุ่มชาวนาที่ชุมนุม เรียกร้องให้รัฐบาลคงราคารับจำนำข้าวที่ตันละ 15,000 บาท ว่า ได้มอบหมายให้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กับนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปรับหนังสือจากกลุ่มชาวนาแล้ว ซึ่งทาง ครม.ก็ได้รับทราบ และจะส่งให้ทางคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ(กขช.) นำไปพิจารณาต่อไป

                ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการชดเชยด้วยการเยียวยาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ขออนุญาต ให้ทางกขช.ประชุมก่อน แต่ยืนยันในหลักการเดิมว่า นโยบายหลักของรัฐบาลคือ การดูแลความเป็นอยู่ของเกษตรกร ชาวนา  แต่คงต้องขอความร่วมมือว่าต้องคำนึงถึงความสมดุลทั้ง 4 ด้าน ให้สัมพันธ์กันด้วย ซึ่งจะนำไปให้ทาง กขช.ไปพิจารณา รวมถึงต้องคำนึงถึงความเป็นอยู่ของชาวนาด้วย

                เมื่อถามว่า รัฐบาลยังไม่รับข้อเสนอที่เรียกร้องใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตามขั้นตอนของกฎหมายแล้วต้องเข้ามาที่กขช.ก่อน แล้วจึงจะออกมาได้ ซึ่งตอนนี้คงจะไม่สามารถตอบได้ตอนนี้ แต่เราได้มอบหมายให้นายบุญทรง นำเรื่องของชาวนาไปพิจารณาแล้ว

                อย่างไรก็ตาม เมื่อพยายามถามย้ำว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะปรับราคารับจำนำกลับไปที่ตันละ 15,000 บาท นายกฯ กล่าวว่า “ขออนุญาตนะคะ ต้องให้ทางคณะกรรมการก่อน”

                ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่ สส.เพื่อไทย บางส่วนไม่เห็นด้วยกับการปรับลดราคารับจำนำข้าว นายกฯ กล่าวว่า เราต้องการเห็นความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวนา ถ้าพบว่าขาดทุนจริงๆ ก็ต้องมาช่วยกันดูแล แต่ถ้าไม่ได้ขาดทุนและขาดทุนในผลต่างของกำไรก็คงต้องขออนุญาตนำมาพิจารณาในเรื่องของความสมดุลทั้ง 4 ประการคือ ความเป็นอยู่ของชาวนาที่จะต้องช่วยดูในเรื่องคุณภาพชีวิตให้ลืมตาอ้าปากได้ และให้สัมพันธ์กับพันธุ์ข้าวหรือคุณภาพข้าว ขณะเดียวกันพันธุ์ข้าวคุณภาพข้าว ก็จะสะท้อนมาที่คุณภาพราคาตลาดโลกและรักษาวินัยการเงินการคลังให้สมดุล เพราะถ้าเราไม่นึกถึงวินัยการเงินการคลังเลยก็คงไม่ได้ ซึ่งก็ต้องเป็นความสมดุลทั้ง 4 ส่วนที่ต้องทำงานอย่างใกล้ชิด และคำนึงถึงทุกมิติอย่างครบถ้วน

                ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีข้าวที่หายไปกว่า 8 พันตัน ที่โกดังจังหวัดพิจิตร นายกฯ กล่าวว่า การตรวจในเรื่องของทุจริตจะเป็นการตรวจในระดับปฏิบัติการ ซึ่งตามหลักถ้าเราคุยกันในเรื่องของนโยบาย ก็เป็นนโยบายที่รัฐบาลส่งเสริมให้ชาวนานั้นมีรายได้ที่ดีขึ้น โดยขั้นตอนการปฏิบัติการเป็นเรื่องของกระบวนการ กฎระเบียบต่างๆ ที่เราได้ออกไว้ ซึ่งวันนี้เราได้สั่งให้กขช.นำระเบียบต่างๆไปดู ในจุดที่จะต้องเพิ่มเติมให้เกิดความรอบคอบ และในเรื่องของขั้นตอนการปฏิบัติซึ่งเราจะดูทั้งในส่วนของระเบียบ และขั้นตอนการปฏิบัติว่าได้มีการปฏิบัติถูกต้องหรือไม่  นอกจากนี้ ครม. ก็ได้มีการตั้งบริษัท เซอร์เวย์เยอร์ คนกลางขึ้นมาตรวจร่วมกับคณะกรรมการซึ่งก็มีอนุกรรมการระบายข้าวอยู่ด้วย รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะลงตรวจพร้อมๆกันทั้งหมดในวันเดียว

                เมื่อถามว่า เบื้องต้นมีการตรวจพบว่ามีบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีดำ แต่ก็ยังเข้ามารับจำนำข้าว ตรงนี้เป็นความรับผิดชอบของใคร นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องไปตรวจสอบ อย่างที่บอกว่าถ้าขั้นตอนบอกว่าไม่ให้ขึ้นถ้าใครได้รับขึ้นมาก็ต้องตรวจกันไปในรายละเอียด ต้องเรียนอย่างนี้ ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาทั้งระบบ แต่เป็นปัญหาเฉพาะจุด เราก็ต้องลงไปให้ความเป็นธรรมและตรวจเฉพาะจุดด้วยว่า เป็นปัญหาที่ระดับปฏิบัติหรืออย่างไร ก็ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน ก็ขอให้ทุกอย่างมีความชัดเจน เพราะว่าแต่ละจุดคงตอบปัญหาแบบเดียวกันไม่ได้ คงต้องให้คณะกรรมการและสตช.ทำเรื่องสรุปขึ้นมาร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด

                ส่วนที่จะมีมาตราการเร่งด่วนช่วยเหลือชาวนาอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า มาตราการเร่งด่วนอย่างแรกได้ออกไปแล้ว โดยกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้มีเอกสารชี้แจง ผ่านทางผู้ว่าฯ ที่ประสานงานไปยังท้องที่ในการที่จะให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องของการลดต้นทุนการปลูกข้าว ถ้าทำตามขั้นตอนที่แนะนำ ซึ่งได้ฟังจากนายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์  ก็เรียนว่าอาจจะลดได้ถึงประมาณหลักพันบาท ซึ่งนี่คือหนึ่งในมาตรการ ขณะเดียวกันช่วงบ่ายวันนี้(25มิ.ย.) ก็จะมีการประชุมในเรื่องของเกษตรโซนนิ่ง ในการดูแลพื้นที่เพาะปลูกเพราะเบื้องต้นเราได้สำรวจแล้วว่า มีพืชหลายประภทที่ยังมีความต้องการอยู่ทั้งพืชพลังงาน และอื่นๆ รวมถึงยังขาดพื้นที่เพาะปลูก อย่างเช่น จ.กำแพงเพชร และจังหวัดอื่นๆ ที่มีความพร้อม รวมถึงอาชีพอื่นที่ยังมีความต้องการอีกเยอะ เช่น ปศุสัตว์ ประมง ก็จะเป็นทางเลือกให้กับเกษตรด้วยเช่นกัน

                เมื่อถามว่า การรับจำนำข้าวราคาตันละ15,000 บาทนั้นไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า “ไม่ใช่ค่ะ อันนี้ต้องเรียกว่าไม่เกี่ยวกับราคา 15,000 แต่เกี่ยวกับความสมดุลรวมฉะนั้นเราต้องดูว่าปริมาณข้าว เราต้องไปดูส่วนต่างของราคาที่เป็นราคาตลาดโลกกับคุณภาพข้าว ว่าอย่างไรเหมาะสม โดยทุกอย่างต้องมีอย่างเช่นต้นทุนเท่าไหร่ ที่พอจะอยู่ได้ระดับหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ว่าจะสูงมากเกินไป ก็ต้องไปดูความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง”

 

 

               
ห่วงไข้เลือดออกระบาดสั่งสธ.เร่งสกัด

 

               นายธีรวัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) ว่า ก่อนการประชุมครม.น.ส.ยิ่งลักษณ์ แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคมือ เท้า ปาก และโรคไข้เลือดออกว่าจะกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน จึงมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขไปดำเนินการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย เพื่อดำเนินหาแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดต่อไป

 

               
เดินสายดูงาน"มุกดาหาร-ยโสธร"30 มิ.ย.-1 ก.ค.นี้

 

                นายธีรวัตถ์ว่า ก่อนการประชุมครม.น.ส.ยิ่งลักษณ์ แจ้งต่อที่ประชุมถึงการลงพื้นที่ตรวจราชการ และติดตามความคืบหน้าโครงการรัฐบาลพื้นที่ จ.มุกดาหาร และจ.ยโสธร ระหว่างวันที่ 30 มิ.ย.-1 ก.ค. ซึ่งจัดให้เป็นโครงการนำร่องในการจัดทำยุทธศาสตร์จังหวัด เพื่อบูรณาการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ พร้อมสั่งการให้รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ ขณะที่นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี แจ้งว่าสำหรับการประชุมครม.ในเดือนก.ค.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 ก.ค. วันที่ 9 ก.ค. วันที่ 18-19 ก.ค.ในการประชุมครม.นอกสถานที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และมีประชุมครม.อีกครั้งวันที่ 30 ก.ค.

 

               
สั่ง "สภาพัฒน์" ทำยุทธศาสตร์ก่อนลุยทัวร์นกขมิ้น

 

                นายชลิตรัตน์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) จัดเตรียมทำยุทธศาสตร์จังหวัด โดยนายกฯจะลงพื้นที่ จ.ยโสธร และ จ.มุกดาหาร ในวันอาทิตย์ที่ 30 มิ.ย. และวันจันทร์ที่ 1 ก.ค. นี้ เพื่อนำร่องการบริหารงานในรูปแบบจังหวัด โดยจะลงพื้นที่ในแต่ละจังหวัดไปเรื่อยๆ ว่าแต่ละจังหวัดมีอะไรบ้าง หรือ value change และต้องการให้ทุกจังหวัดบูรณาการงานให้สอดคล้องกัน พร้อมมอบหมายให้รัฐมนตรีลงพื้นที่ด้วย โดยเฉพาะกระทรวงสำคัญ ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลัง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ปลัดกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันทำเวิร์คช็อป หน่วยงานละ 2 คน ส่วนหน่วยงานหรือกระทรวงอื่นๆ ให้ลงพื้นที่หน่วยงานละ 1 คน