
'ปอร์เช่'เบี้ยวนัดตรวจรถหรู
สน.บางกอกใหญ่ส่ง 'เบนท์ลี่ย์' ต้องสงสัยให้ 'ดีเอสไอ' ตรวจสอบขยายผล ขณะที่ 'ปอร์เช่' เบี้ยวนัดไม่นำรถเข้าตรวจสอบทางกายภาพ
25 มิ.ย. 56 ที่อาคารจอดรถบริษัทไปรษณีย์ไทย ถนนแจ้งวัฒนะ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ตรวจสอบกายภาพรถยนต์จดประกอบเป็นวันที่ 2 โดยวันนี้ เจ้าของรถยนต์ปอร์เช่ จดทะเบียนที่ จ.ปราจีนบุรี ไม่นำรถเข้าตรวจสอบทางกายภาพตามที่นัดหมายไว้ เจ้าหน้าที่จึงนำรถยนต์เบนซ์ รุ่น เอส 350 มาตรวจสอบสภาพ
พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า ขอให้ผู้ครอบครองรถจดประกอบเร่งนำรถยนต์เข้ามาตรวจสอบ เพราะขณะนี้ยังถือว่าผู้ครอบครองรถเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่หากเพิกเฉยดีเอสไอจะออกหนังสือเรียกให้นำรถมาตรวจสอบ หรือติดตามอายัดรถยนต์ต่อไป อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีการพูดคุยกับนายสุทิน เหมมะรา แกนนำชมรมรถจดประกอบแห่งประเทศไทย ซึ่งเข้ามาพูดคุยเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจจะนำรถเข้าตรวจสอบ
รายงานข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความพยายามในการดัดแปลงสภาพรถก่อนนำเข้าตรวจสอบทางกายภาพกับดีเอสไอ โดยมีการสลับเครื่องยนต์ สลับเกียร์รถเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ว่าไม่ได้เป็นรถที่นำเข้ามาทั้งคัน โดยดีเอสไอได้บันทึกไว้เป็นข้อสงสัย แต่ไม่ได้สั่งยึดรถไว้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีรายงานอู่รถยนต์หลายแห่งมีคิวนำรถเข้าดัดแปลงสภาพจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ร.ต.ท.อาทิตย์ โอชา พนักงานสอบสวน สน.บางกอกใหญ่ ได้นำรถเบนท์ลี่ รุ่นคอนติเนนทัล GT SPEED ทะเบียน ญล 5915 กทม. ซึ่งถูกอายัด ขณะตำรวจ สน.บางกอกใหญ่ ตั้งจุดตรวจสกัดรถยนต์ บริเวณหน้าปากซอยอิสรภาพ 21 เวลาประมาณ 01.30 น. ของวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยนายพิศาลมัย ทรวงสุรัตนกุล อายุ 25 ปี นักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านปทุมวัน เป็นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนทั้งด้านหน้า-ด้านหลัง และไม่ติดแผ่นป้ายวงกลม เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบเอกสาร นายพิศาลมัย จึงติดต่อให้นายพิศิษฏ์ ชาติพาณิชย์ ผู้มีชื่อเป็นเจ้าของรถ นำเอกสารมาแสดง แต่พบว่ารถขาดการต่อทะเบียนมาตั้งแต่เดือน ส.ค. 2555 อีกทั้งนายพิศาลมัย ได้ให้การว่ารถยนต์มีราคา 9 ล้านบาท ตำรวจจึงเห็นว่ามีพิรุธต้องสงสัย จึงประสานดีเอสไอตรวจสอบขยายผลต่อไป อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบสมุดคู่มือการจดทะเบียนพบว่าระบุชื่อ นายพันธุ์วศิน วิไลแก้ว อายุ 32 ปี เป็นผู้ครอบครองและเป็นผู้เสียภาษีสรรพสามิต ซึ่งเป็นเจ้าของเดิม และนำมาขายต่อ
สำหรับรถเบนท์ลี่ย์ ญล 5915 กทม. มีชื่อนายพิศิษฐ์ ชาติพาณิชย์ เป็นผู้ครอบครองรถ โดยซื้อต่อมาจากนายพันธุ์วศิน วิไลแก้ว อย่างไรก็ตาม รถคันดังกล่าวมีการนำเข้ามาจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2554 หลังจากนั้นเมื่อทะเบียนขาดอายุครบกำหนดต้องเสียภาษีต่อทะเบียนค่าธรรมเนียมปีละ 18,000 บาท ก็ไม่มีการนำรถไปยื่นต่อทะเบียนอีก กระทั่งถูกตรวจยึดได้
พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า รถยนต์เบนท์ลี่ย์หมายเลขทะเบียน ญล 5915 กทม. คันที่สน.บางกอกใหญ่ส่งมอบให้ดีเอสไอนั้น ไม่อยู่ในบัญชีรถยนต์จดประกอบ มูลค่าตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป ที่กรมการขนส่งทางบกส่งให้ดีเอสไอตรวจสอบ คาดว่าอาจจะมีข้อมูลคลาดเคลื่อน ดังนั้นเบื้องต้นจะประสานให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เร่งตรวจสอบหมายเลขตัวถัง หมายเลขเครื่องยนต์ ว่าตรงกับข้อมูลที่ยื่นจดทะเบียนหรือไม่ และขยายผลถึงแหล่งผลิต การนำเข้า และการสำแดงราคา หลังจากนี้ดีเอสไอจะออกหมายเรียกผู้ครอบครองรถยนต์มาให้ปากคำ



