
'ฮัสซัน'ยื่นไทยถอนทหาร-'เฉลิม'ไม่ทำตาม
'ฮัสซัน'จี้ไทยถอนทหารแลกยุติรอมฎอนอ ด้าน'เฉลิม'ลั่นไม่มีวันเอาด้วยเด็ดขาด ขณะที่'อังคณา'ย้อนถามให้รัฐถอนทหาร แต่ขบวนการฯ ยิงคนได้เสรีใช่หรือไม่
25 มิ.ย.56 แกนนำบีอาร์เอ็นกลุ่มนายฮัสซัน ตอยิบ ซึ่งร่วมในกระบวนการพูดคุยสันติภาพกับรัฐบาลไทย ได้เผยแพร่คลิปคำประกาศของแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี (BRN) ครั้งที่ 4 ผ่านเว็บไซต์ยูทิวบ์เมื่อวันจันทร์ที่ 24 มิ.ย.2556
คลิปดังกล่าวมีความยาว 5.13 นาที มี นายฮัสซัน พูดเพียงคนเดียว โดยเป็นการกำหนดเงื่อนไขต่อรัฐบาลไทย ซึ่งยังคงใช้คำเรียกขานว่า “นักล่าอาณานิคมสยาม” ทั้งต่อกรณีที่บีอาร์เอ็นจะยุติการก่อเหตุรุนแรงช่วงรอมฎอน และการพูดคุยสันติภาพครั้งต่อไปที่มีมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกด้วย
นายฮัสซัน ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยและตัวแทนบีอาร์เอ็น กล่าวผ่านคลิปว่า ฝ่ายบีอาร์เอ็นลงมติที่จะยุติปฏิบัติการทางทหารตลอดช่วงเดือนรอมฎอน และ 10 วันแรกของเดือนชาวัล (หรือเดือนเชาวาล เดือนต่อจากเดือนรอมฎอน) ตามข้อตกลงจากการพูดคุยกับตัวแทนรัฐบาลไทยเมื่อ 13 มิ.ย.2556 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีเงื่อนไขและขอบเขตดังต่อไปนี้
1.ให้ถอนกำลังทหารและทหารพรานจากกองทัพภาค 1,2 และ 3 รวมทั้งตำรวจที่มาจากส่วนกลางออกจากดินแดนปาตานี คือสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) และห้าอำเภอของ จ.สงขลา (ในคลิปใช้คำว่า 5 อำเภอ)
2.แม่ทัพภาคที่ 4 ต้องถอนทหารและทหารพรานออกจากเขตหมู่บ้านในปาตานี (สามจังหวัดชายแดนภาคใต้และห้าอำเภอของ จ.สงขลา) ให้อยู่ค่ายใหญ่ของแต่ละหน่วย
3.ให้ถอนกำลังตำรวจและตำรวจตระเวนชายแดนออกจากเขตหมู่บ้านในปาตานี (สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และห้าอำเภอของ จ.สงขลา)
4.ปล่อยบรรดา อส.(อาสารักษาดินแดน) ที่นับถือศาสนาอิสลาม ไม่ให้ประจำการตลอดช่วงเดือนรอมฎอน เพื่อที่พวกเขาจะได้สามารถปฏิบัติศาสนกิจและสามารถใช้ชีวิตกับครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์
5.นักล่าอาณานิคมสยามไม่สามารถทำการโจมตี การสกัดถนน และการจับหรือควบคุมตัวอย่างเด็ดขาด
6.นักล่าอาณานิคมสยามไม่สามารถจัดกิจกรรมทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับเดือนรอมฎอนได้
นายฮัสซัน ย้ำด้วยว่า ขอบเขตและเงื่อนไขดังกล่าวต้องมีการลงนามโดยนายกรัฐมนตรีไทย และต้องประกาศในวันที่ 3 ก.ค.2556 (ก่อนเข้าสู่เดือนรอมฎอนตามปฏิทินอิสลาม) เงื่อนไขและขอบเขตเหล่านี้เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 รอมฎอน 1434 ฮิจเราะห์ศักราช ถึงวันที่ 10 ชาวัล (เชาวาล) 1434 ฮิจเราะห์ศักราช ข้อเรียกร้องของบีอาร์เอ็นผ่านนายฮัสซัน ยังให้รัฐบาลไทยมีคำสั่งไม่ขายเหล้าหรือของมึนเมา รวมทั้งปิดสถานบันเทิงและแหล่งอบายมุขตลอดช่วงเดือนรอมฎอน พร้อมให้ทุกคนในสังคม ประชาสังคม องค์กรเอ็นจีโอ โดยเฉพาะบุคคลสำคัญทางด้านศาสนาในปาตานีให้ความสำคัญแก่เงื่อนไขและขอบเขตดังกล่าวด้วย
ในตอนท้ายของคลิป นายฮัสซัน ได้ระบุคำเตือนว่า การเจรจาสันติภาพระหว่างบีอาร์เอ็นกับรัฐบาลไทยจะไม่เกิดขึ้นตราบใดที่ไทยยังไม่ดำเนินและให้คำตอบต่อข้อเรียกร้อง 5 ข้อของบีอาร์เอ็น ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาของไทยด้วย
นอกจากนั้นยังต้องประกาศให้การเจรจาสันติภาพเป็นวาระแห่งชาติ จะไม่มีการเจรจาลับอีก และต้องกำหนดสถานะของหัวหน้าคณะตัวแทนไทยและสถานะนั้นต้องมั่นคงด้วย
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ บีอาร์เอ็นกลุ่มนายฮัสซัน เคยสื่อสารผ่านคลิปวีดีโอเผยแพร่ทางเว็บไซต์ยูทิวบ์มาแล้ว 3 ครั้ง คือช่วงก่อนวันที่ 29 เม.ย.2556 (ก่อนวันนัดพูดคุยสันติภาพรอบที่ 2) วันที่ 24 พ.ค. และ 28 พ.ค.2556
"เฉลิม" ซัด บีอาร์เอ็นขอถอนทหาร ลั่นไม่มีวันเอาด้วยเด็ดขาด
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอ 7 ข้อของกลุ่มบีอาร์เอ็นที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านเว็บไซต์ยูทูปว่า เวลาบีอาร์เอ็นเสนอมาถือเป็นสิทธิของเขา แต่การพิจารณาตกลงใจเป็นอำนาจของรัฐบาล โดยเฉพาะศปก.กปต. และเราไม่จำเป็นต้องสนองตอบข้อเสนอของเขา แต่หลักการคือ ลดความรุนแรง กลุ่มบีอาร์เอ็นคงลืมไปว่าเมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ก่อน เขาเคยเผยแพร่ในเว็บไซต์ยูทูปว่า 6 ศพที่ จ.ปัตตานี เป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ผ่านมา 2 สัปดาห์ ปรากฏว่าตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ 1 คน และวิสามัญ 1 คน ซึ่งคนร้ายที่ถูกจับเป็นคนสารภาพว่าคนร้ายที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเป็นผู้สั่งฆ่า ฉะนั้น ข้อเสนอก็เสนอไป ตนไม่รับฟัง เพราะเป็นข้อเสนอของผู้ที่มีความผิดติดตัว นอกจากนี้ ตนเคยให้แนวทางเจ้าหน้าที่ไป 3 ข้อเสนอเรื่องความเป็นธรรมที่พวกเขาเรียกร้อง แต่ไม่มีผลตอบรับเลย ถามว่าแล้วจะมาเรียกร้องอะไรให้ถอนกองทัพ แล้วประชาชนจะอยู่อย่างไร ตำรวจอย่างเดียวไม่พอ ขนาดเจ้าหน้าที่หนาแน่นยังทำอย่างนี้ ตนไม่มีวันเอาด้วยเด็ดขาด
“เอาสมองส่วนไหนมาคิดบีอาร์เอ็น พวกคุณคุมกันไม่ได้ อย่านึกว่าผมไม่รู้นะ แล้วเดี๋ยวผมจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจากนี้ต่อไปอย่าให้สัมภาษณ์ยกย่องบีอาร์เอ็นมากนัก แล้วมันสับสน ต่อไปให้มาเข้า ศปก.กปต. ไม่ใช่ใครอยากนึกจะพูดอะไรก็เอาไปพูด”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประชาชนในพื้นที่เองก็ไม่เอาด้วยกับการถอนทหาร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ใครเขาจะไปเอา อันตราย เอานายฮัสซัน ตอยิบ มาอยู่ จ.นราธิวาสบ้างสิ เผื่อจะได้โดนลูกหลงบ้าง พวกคุณกันเองไม่ต้องการให้สงบ ตนไม่มีวันใช้ความรุนแรง แต่ตำรวจต้องป้องกันตัว ไม่เห็นหรือว่าเวลาเจ้าหน้าที่จับได้ทีไรก็ตัวจริงทั้งนั้น เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะเดินหน้าอย่างไรหากรัฐบาลไม่รับข้อเสนอของบีอาร์เอ็น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า มีวิธีการของเรา เราต้องใช้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ กฎกติกา ต้องใช้กฎหมายไทย อะไรอะลุ่มอล่วยได้ก็เอา ตนให้ไป 3 ข้อแล้วทำไมคุณไม่ตอบรับ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าเราต้องไปพูดคุยกับกลุ่มอื่น เพราะพอคุยกลุ่มเดียวแล้วเป็นแบบนี้ และลักษณะการยื่นให้ถอนทหารเหมือนเราขับรถเข้าซอย ดังนั้น จึงต้องหาวิธีการใหม่ แล้วนับแต่เจรจามากลุ่มบีอาร์เอ็นไม่สามารถสั่งการกองกำลังในพื้นที่ได้ แต่ไม่หยุดพูดคุย ต้องหากลุ่มอื่นบ้าง
เมื่อถามว่า เชื่อหรือไม่ว่าช่วงเดือนรอมฎอนเหตุการณ์ความรุนแรงจะลดลง รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่ภาวนาให้เป็นอย่างนั้น แต่เราต้องมีมาตรการดูแล โดยวันที่ 29 - 30 มิ.ย.นี้ ตนจะลงพื้นที่ไปคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อเพิ่มมาตรการเข้มงวด
"เลขาฯสมช." แจงข้อเสนอ "ตอยิบ" ยังไม่เป็นทางการ
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีที่ นายฮัสซัน ได้โพสต์คลิปทางบยูทูปยื่นเงื่อนไขการยุติการก่อเหตุในช่วงเดือนรอมฎอน โดยขอให้มีการถอนทหารออกจากพื้นที่ ว่า ข้อเสนอที่เขายื่นผ่านยูทูปมาครั้งนี้ มี 7 ข้อ และเป็นข้อขยายความอีก 5 ข้อ ซึ่งเรายังไม่ได้ยอมรับเป็นทางการ เป็นเพียงการรับฟัง เนื่องจากหลักการที่ได้พูดคุยไว้นั้น ข้อเสนอต่างๆ ต้องผ่านผู้อำนวยความสะดวก คือประเทศมาเลเซีย ซึ่งก็อยู่ระหว่างการรอรับข้อมูลจากมาเลเซีย เพราะไม่ทราบว่าจะตรงกับในข้อเสนอในยูทูปหรือไม่ ส่วนที่มีการขอให้ถอนทหารนั้นเป็นข้อเรียกร้องที่เรายังไม่เห็นจากทางมาเลเซีย และสิ่งที่เราจะกระทำต้องตอบสนองความต้องการของประชาชน ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนยังไม่ได้รับเสียงสะท้อนที่ต้องการให้มีการถอนกำลังแต่อย่างใด และจากข้อความที่มีการโพสต์มานั้น เราเห็นแต่ข้อเรียกร้องของฝ่ายบีอาร์เอ็น ยังไม่เห็นว่าเขาจะทำอะไรให้เราบ้าง ก็ต้องรอความชัดเจนจากทางมาเลเซีย ทั้งนี้เมื่อได้รับข้อเสนอจากทาง มาเลเซียมาแล้ว หน่วยงานด้านความมั่นคงต้องพิจารณาร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
เมื่อถามว่า เราจะต้องตอบว่าจะรับหรือไม่รับข้อเสนอด้วยใช่หรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เมื่อฟังข้อเสนอเขามาแล้วก็ต้องมีการสื่อสารถึงกันและกัน แต่ถ้าหากเราไม่รับข้อเสนอของเขา ก็ต้องมีการพูดคุยต่อไปอยู่แล้ว แต่เบื้องต้นก็ต้องรับฟังมา แต่หลักการเราต้องยึดตามรัฐธรรมนูญของไทย และเป็นไปตามความต้องการของประชาชน และเมื่อได้ข้อเท็จจริงตรงนี้มาแล้วจะนำเสนอต่อ ศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายยุทธศาสตร์และแก้ไขปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) ต่อไป
เมื่อถามต่อว่า เหตุใดฝ่ายบีอาร์เอ็นเป็นผู้ยื่นข้อเสนอเป็นฝ่ายรุกตลอด เลขาฯสมช. กล่าวว่า เป็นเรื่องของปฏิบัติการข่าวสารที่เขาต้องสร้างคะแนนต่อแนวร่วมประชาชนถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนที่ยังมีการก่อเหตุอยู่นั้น ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาคสี่ส่วนหน้าอยู่ระหว่างผู้ดำเนินการอยู่
อย่างไรก็ตาม พล.ท.ภราดร กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ต้องการล้มรัฐบาลว่า ขณะนี้มีการพยายามจุดกระแสขึ้นมาซึ่งทางรัฐบาลก็ได้ติดตามข่าวสารอยู่ตลอด และสิ่งที่สำคัญที่สุดรัฐบาลต้องชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ต่อประชาชนและคิดว่าน่าจะเพียงพอและทันต่อการแก้ไขสถานการณ์ ทั้งนี้ผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวก็เป็นลักษณะของกลุ่มเดิมๆ ตามที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุ อย่างไรก็ตามเรื่องข้าวถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่รัฐบาลต้องชี้แจง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะถือว่าเป็นหัวข้อเร่งด่วนและสำคัญที่สุด
"อังคณา" ย้อนถาม"ฮัสซัน"ให้รัฐถอนทหาร แต่ขบวนการฯ ยิงคนได้เสรีใช่หรือไม่
นางอังคณา นีละไพจิตร ประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ให้สัมภาษณ์เนชั่นทีวีถึงการยื่นเงื่อนไขเพิ่มเติมของกลุ่มบีอาร์เอ็น ก่อนที่จะลดเหตุรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอน ว่า ส่วนใหญ่เป็นข้อเรียกร้องที่ไม่น่าจะมีความเป็นไปได้ โดยเฉพาะที่ให้รัฐถอนทหารและตำรวจออกจากพื้นที่นั้น จะกลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับประชาชนในพื้นที่ เพราะไม่มีหลักประกันอะไรว่า เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ออกไป กลุ่มผู้ก่อการยังจะก่อเหตุอยู่อีกหรือไม่ กรณีที่เคยเกิดขึ้นในอาเจะห์ ซึ่งเคยมีการต่อสู้แบ่งแยกดินแดน รัฐบาลอินโดนิเซีย ถอนทหารในวันเดียวกับที่กลุ่มขบวนการวางปืนให้เห็นต่อหน้าองค์กรระหว่างประเทศทั้งสหภาพยุโรป หรือองค์การสหประชาชาติ แต่ในสามจังหวัดนั้นยังไม่เห็นมีการวางอาวุธ ฉะนั้น หากถอนกำลังทหารตำรวจ แต่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยังสามารถขับรถปิคอัพถือปืนเอ็ม 16 ยิงคนได้อย่างเสรี อย่างนี้ไม่ใช่ข้อตกลงสันติภาพ
นางอังคณา กล่าวต่อว่า ส่วนข้อเรียกร้องของบีอาร์เอ็น ที่ให้นำเงื่อนไข 5 ข้อเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภานั้นก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน เพราะเรื่องที่จะนำเข้าสภาเป็นข้อสรุปที่ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว และนำเสนอให้สภาอนุมัติเป็นขั้นตอนสุดท้าย แต่ขณะนี้ยังเป็นแค่ข้อเสนอของฝ่ายบีอาร์เอ็น เท่านั้น หากนำเข้าสภาแล้วมีผู้แทนถามว่าการยอมรับข้อเสนอของบีอาร์เอ็นจะทำให้พื้นที่สงบอย่างไร หรือถามว่าคนที่รัฐไปคุยมาเป็นตัวจริงหรือไม่ ใครจะตอบได้ ส่วนกรณีที่เรียกร้องให้นายกฯลงนามด้วยตัวเองนั้นก็ทำไม่ได้เพราะคนระดับนายกฯต้องลงนามกับผู้นำตัวจริงเท่านั้น แต่ฮัสซัน ตอยิป เป็นแค่ผู้ประสานงานเท่านั้น โดยที่วันนี้ยังไม่รู้ว่าผู้นำสูงสุดที่แท้จริงของบีอาร์เอ็นคือใคร
ขณะที่นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล สว.สรรหานายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล ประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามและประเมินผลด้านการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ วุฒิสภา กล่าวว่า การยื่นเงื่อนไขเพิ่มเติมของกลุ่มบีอาร์เอ็น แสดงให้เห็นว่ากลุ่มบีอาร์เอ็น ไม่ได้จริงใจมากพอที่จะร่วมมือในการลดเหตุรุนแรงอย่างแท้จริง มีแต่ข้อเสนอให้รัฐ ขณะที่ฝ่ายตนไม่สามารถสื่อสารกันเพื่อลดความรุนแรงได้เลย ไม่ต้องรอถึงรอมฎอน แต่มองย้อนกลับไปตั้งแต่ลงนามในวันที่ 28 ก.พ.2556 ฝ่ายรัฐมีข้อเสนออย่างเดียวคือให้ลดความรุนแรง บีอาร์เอ็น ยังทำไม่ได้ เป้าหมายอ่อนแอก็ยังเป็นเหยื่อตลอด กรณี 6 ศพก็ยังกล่าวหาว่ารัฐอยู่เบื้องหลังด้วย เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มเหตุการณ์ตลอด 3-4 เดือนที่ผ่านมาจึงยังไม่มีความหวังว่าช่วงรอมฎอนความรุนแรงจะน้อยลง
“ในฐานะคนในพื้นที่อยากเห็นความรุนแรงลดลงอย่างแน่นอน อยากเห็นการเจรจาที่นำไปสู่ข้อตกลงและความสงบ ไม่ใช่แค่ช่วงเดือนรอมฎอนเท่านั้น ทั้งคนไทยพุทธและมุสลิม พร้อมจะให้โอกาสสันติภาพ แต่ดูจากเหตุการณ์ที่ผ่านมามีการพูดคุยก็จริง แต่เหตุการณ์ก็ไม่ลดลงจึงมองไม่เห็นว่าฟ้าใหม่ที่รัฐบาลอ้างถึงนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่”นายอนุศาสน์ กล่าว



