ข่าว

นครสงขลาเร่งภารกิจอนุรักษ์ป่าสน

นครสงขลาเร่งภารกิจอนุรักษ์ป่าสน

25 มิ.ย. 2556

นครสงขลาเร่งภารกิจอนุรักษ์ ป่าสนผืนสุดท้ายเมืองสมิหลา : โดย...สุพิชฌาย์ รัตนะ

               หาก "หาดสมิหลา" เปรียบได้ดั่ง "ห้องรับแขก" ของเมืองสงขลาแล้ว ขณะเดียวกันสำหรับ "ป่าสนอ่อน" ที่เติบโตริมผืนทรายที่ชายทะเลแห่งนี้ก็คงเป็นเหมือนองค์ประกอบสำคัญที่อยู่เคียงคู่กับดินแดนสองทะเลแห่งนี้ ชนิดที่สิ่งหนึ่งสิ่งใดจะขาดหายไปไม่ได้เลย

               แต่ปัจจุบันนี้ "ป่าสน" ที่อยู่คู่กับแหลมสมิหลามายาวนานหลายชั่วอายุของคน จนชาวสงขลาเรียกขานกันติดปากว่า "แหลมสนอ่อน" กำลังอยู่ในสภาวะที่จะต้องเร่งเยียวยา รักษาและฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เพราะในช่วงหลายขวบปีที่ผ่านมานั้น "ต้นสน" บริเวณชายทะเลแห่งนี้ได้หักโค่นจนล้มหายตายจากผืนหาดแห่งนี้ไปแล้วจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดเหตุการณ์วาตภัยเมื่อปลายปี 2553 ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ต้นสนล้มตายไปเกือบ 10,000 ต้น

               "สมศักดิ์ ตันติเศรณี" นายกเทศมนตรีนครสงขลา เล่าว่า ช่วงก่อนหน้านี้ตลอดแนวของชายหาดแหลมสมิหลา เริ่มตั้งแต่บริเวณชุมชนเก้าเส้ง ไล่มาจนกระทั่งถึงบริเวณอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพร มีจำนวนต้นสนกระจายตลอดแนวรวมกันกว่า 30,000 ต้นเป็นอย่างน้อย บนเนื้อที่ผืนป่าสนรวมกันแล้วราว 200 ไร่ แต่ในปัจจุบันกลับพบว่าจำนวนต้นสนมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ และอาจจะหมดไปในอนาคตหากไม่มีการอนุรักษ์ผืนป่าแห่งนี้เอาไว้ 

               ด้วยเหตุนี้เทศบาลนครสงขลา จึงเริ่มดำเนินโครงการอนุรักษ์ป่าสนผืนสุดท้ายกลางเมืองสมิหลา ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ป่าสนสันทรายบนชายหาด 176 ไร่ที่แหลมสนอ่อน ชายหาดสมิหลา โดยเทศบาลจะขับเคลื่อนกิจกรรมร่วมปลูก ร่วมรักษากับเครือข่ายภาคประชาชน "กลุ่มสงขลาฟอรั่ม" รวมทั้งกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ เครือข่ายพลเมืองสงขลา และประชาชนทั่วไป โดยจะร่วมกันปลูกต้นสนจำนวน 200 ต้น เดือนละ 1 ครั้ง พร้อมทั้งร่วมกันจัดกิจกรรม "กอดสนให้รู้คุณค่า ป่าของเมือง" ซึ่งเป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อสะท้อนให้ประชาชนชาวสงขลา เกิดความหวงแหนและรักษาป่าสนกลางเมืองผืนสุดท้ายเอาไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานในอนาคต

               นายกเทศมนตรีนครสงขลา เล่าต่อว่า เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่ป่าสนธรรมชาติบริเวณแหลมสนอ่อนของ จ.สงขลา ขึ้นชื่อว่าเป็นพื้นที่ป่าสนที่มีความอุดมสมบูรณ์ผืนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในตัวเมืองสงขลา ซึ่งมีความสำคัญและมีประโยชน์ต่อวิถีชีวิตของคนในจังหวัดเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของระบบนิเวศในด้านต่างๆ เพราะระบบนิเวศป่าสนและระบบนิเวศชายหาดสามารถช่วยลดการกัดเซาะชายฝั่งของคลื่นทะเลและยังเป็นแนวกันคลื่นลมพายุได้ด้วย เทศบาลนครสงขลาจึงได้รณรงค์ให้ชาวสงขลา ให้เริ่มตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป 

               ดังนั้นเทศบาลนครสงขลาจึงมีแนวความคิดที่จะศึกษาและรวบรวมองค์ความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับระบบนิเวศของป่าสน และระบบนิเวศชายหาดบริเวณแหลมสนอ่อนอย่างเป็นรูปธรรม โดยการสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมของกลุ่มเยาวชนและประชาชนในพื้นที่เพื่อให้ช่วยกันรณรงค์เผยแพร่ความรู้เรื่องป่าสนสู่คนในชุมชน ตลอดจนความรู้เรื่องการอนุรักษ์ป่าสนให้อยู่คู่เมืองสงขลาต่อไป

               "ผืนป่าสนมีคุณค่ามากกว่าความงดงามคู่กับชายหาด เพราะที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ความจำเป็นต่อระบบนิเวศชายหาด โดยป่าสนมีลักษณะเป็นเนินทราย หรือ Sand Dune ทำหน้าที่เป็นป่ากันคลื่นและลมพายุที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ อีกทั้งยังรักษาชายฝั่งจากการดักทรายและยึดเหนี่ยวสันทรายเอาไว้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ชายหาดสมิหลาที่เพิ่งได้รับการฟื้นฟูกลับมาได้คงสภาพที่สวยงามเหมือนเดิมและเอื้อต่อสรรพชีวิตในธรรมชาติของชายหากสมิหลา" นายกเทศมนตรีนครสงขลา กล่าว

               "สมศักดิ์" ยังเล่าอีกว่า สำหรับผืนป่าแหลมสนอ่อนสงขลานั้น กฎหมายผังเมืองปัจจุบันยังกำหนดให้เป็นพื้นที่สีเขียวอ่อนและอนุญาตให้ใช้ประโยชน์เพื่อการนันทนาการและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น ตลอดจนการจัดเป็นพื้นที่ถอยร่นชายฝั่งตามธรรมชาติ (Setback) เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดจากคลื่นลมและพายุ โดยเทศบาลนครสงขลาจะพัฒนาให้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและการพักผ่อนริมชายหาดของชาวนครสงขลาและผู้มาเยือน พร้อมทั้งให้เป็นสถานศึกษาเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพของเยาวชนและประชาชนทั่วไป

               "แหลมสนอ่อน" นอกจากจะเป็นป่ากลางเมืองผืนสุดท้ายของนครสงขลาแล้ว ยังถือว่ามีคุณค่าทางจิตใจของชาวสงขลาอย่างยิ่งยวด และยังเป็นดั่งลมหายใจที่สำคัญของหาดสมิหลาแห่งนี้ด้วย ดังนั้นเทศบาลนครสงขลาจึงถือเอาภารกิจอนุรักษ์ป่าสนผืนสุดท้ายของเมืองสมิหลาให้เหมือนกับการพิทักษ์กล่องดวงใจและการต่อลมหายใจของชาวสงขลาซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของ "ชาวเมืองสองทะเล" อย่างยิ่งยวด

 

.........................................................

(นครสงขลาเร่งภารกิจอนุรักษ์ ป่าสนผืนสุดท้ายเมืองสมิหลา : โดย...สุพิชฌาย์ รัตนะ)