
ส่อเค้าไม่เอาผิดผู้ถูกตัดสิทธิ์เข้าไปยุ่งพรรคการเมือง
ส่อเค้าไม่เอาผิดผู้ถูกตัดสิทธิ์เข้าไปยุ่งพรรคการเมือง ด้าน สมชัย โดดขวางกกต.ต้องพิจารณา หวั่นคำสั่งศาล รธน.ไร้ค่า
นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. กล่าวถึงกรณีผู้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมืองบางพรรคว่า ที่ผ่านมากกต.ยึดกฎหมายมาตลอด กฎหมายใดที่จำกัดสิทธิ์ เราก็ต้องตัดสินตามนั้น ไม่ใช่ไปห้ามทำอะไรทั้งหมด ไม่อย่างนั้นหากมีภรรยาก็ต้องเลิก เราจะจำกัดสิทธิผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งแค่การลงสมัครส.ส.เท่านั้น แต่ไม่ได้ห้ามไม่ให้คบหากับใคร หากจะห้ามกันหมดทุกอย่างก็เหมือนจำกัดสิทธิ์เสรีภาพไปด้วย
นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวประเด็นเดียวกันว่า ตามพ.ร.บ.พรรคการเมือง ห้ามกรรมการบริหารพรรคผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งกระทำการ 3 อย่าง คือ 1. การจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมือง 2. การร่วมก่อตั้งพรรค และ 3. เป็นกรรมการบริหารพรรค เพราะกรรมการบริหารพรรคถือเป็นผู้มีอำนาจบริหารงานในพรรค ซึ่งหากอะไรที่ทำไม่ได้ก็ต้องตีความ อย่างที่กกต.เคยตีความว่า ห้ามผู้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งไปปราศรัยหาเสียง เพราะเมื่อตรวจสอบข้อบังคับพรรคได้ระบุไว้ว่า กรรมการบริหารพรรคมีหน้าที่รณรงค์หาเสียง เราก็ต้องตีความไปอย่างนั้น
ส่วนที่มีการโยงว่า ทำไมกกต.ไม่ห้าม ซึ่งในเรื่องนี้ก็ต้องไปดูข้อบังคับนั้น ๆ เพราะช่วงการร่างรัฐธรรมนูญก็มีการพูดกัน ว่านอกจากข้อห้าม 3 อย่าง ควรจะห้ามไม่ให้ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเข้าไปดำเนินการกิจการใดๆของพรรคการเมือง อาทิ กรณีตั้งนอมินี ซึ่งในที่ประชุมการร่างรัฐธรรมนูญในขณะนั้นก็มีการท้วงติงว่า จะไปจำกัดสิทธิ์เสรีภาพทางการเมือง จึงมีการตัดในส่วนนี้ออกไป เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นเรื่อง ๆ ไป จะเอาตามใจไม่ได้ ส่วนเรื่องพรรคภูมิใจไทย ที่ไปจัดสัมมนาในพื้นที่ใกล้เคียงการเลือกตั้งตามที่มีผู้ตั้งข้อสังเกต นั้น ก็พบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากพื้นที่เลือกตั้งถึง 30-50 ก.ม.
นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายไม่ต้องการให้ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่กฎหมายเขียนไม่ชัดเจน ดังนั้นจะไปห้ามหรือบังคับผู้ที่ถูกเพิกสิทธิ์ไม่ได้ แต่ถ้าจะพิจารณาให้พรรคการเมืองไม่นำผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองในลักษณะเข้ามาเสมือนเป็นกรรมการบริหารพรรค ก็ต้องใช้มาตรการเกี่ยวกับพรรคการเมืองเข้าไปจัดการ ไม่เช่นนั้นคำสั่งศาลก็ไม่เป็นผล ซึ่งเรื่องนี้ต้องดูเป็นกรณีไป และเรื่องนี้ กกต.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบภายในพื้นที่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อในกรณีนี้กฎหมายไม่สามารถเอาผิดได้ ควรจะให้ยกเลิกหรือเขียนให้ชัดเจนมากขึ้น นายสมชัย กล่าวว่า ตนเห็นว่า ควรเขียนให้ชัดเจน กฎหมายเป็นสิ่งจับต้องไม่ได้และเป็นนามธรรม อย่างนั้นควรเขียนให้ชัดเจน โดยไม่ต้องให้ตีความหรือใช้ดุลพินิจ เพราะมิเช่นนั้น เมื่อถึงจุดให้แบ่งแยกก็จะมีปัญหา ซึ่งแม้กระทั่งศาลก็อาจจะมองต่างกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า กกต.เหมือนเสือเชื่องช้าหรือไม่ ที่ปล่อยให้พรรคภูมิใจไทยดำเนินการในจ.สกลนครเช่นนี้ นายสมชัย กล่าวว่า ความจริงจะบอกว่า เชื่องช้าก็ไม่ใช่ เพราะได้ให้กกต.จังหวัดเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ ซึ่งก็ยังไม่ได้รับรายงานว่า มีการร้องเรียนเข้ามา
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีการซื้อเสียงนอกพื้นที่ โดยมีการเตรียมการในกทม. นาย สมชัย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้รับรายงานเข้ามา แต่ถ้ามีผู้ร้องเรียนเข้ามาก็จะดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียด อีกทั้งกกต.ก็อยู่ตรงกลาง เลยต้องถูกทั้งมือตบและตีนตบ



