ข่าว

อึ้ง!พบซาก'แมว-หนู'ตายอื้อโกดังข้าว

อึ้ง!พบซาก'แมว-หนู'ตายอื้อโกดังข้าว

24 มิ.ย. 2556

อึ้ง!พบซาก'แมว-หนู-คางคก'ตายอื้อ โกดังเก็บจำนำข้าวสารอคส.นครศรีธรรมราช ขณะที่ข้าวสารส่อเสื่อมคุณภาพ กลิ่นหึ่ง หลังใช้สารเคมีฆ่า ชทพ.ไม่ช่วยสกัดม็อบชาวนา


               เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 24 มิถุนายน นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าการค้าภายใน พาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สุ่มตรวจโกดังเก็บข้าวสารของเอกชนที่ถูกเช่าโดยองค์การคลังสินค้าเก็บข้าวสารจากการสีในฤดูกาลจำนำข้าว 54/55 จำนวน 4 โกดัง รวมกว่า 2 แสนกระสอบ ในบริเวณโรงงานแปรรูปไม้ยางพารามหาชัยพาราวู้ด ต.ท่างิ้ว อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

               เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพบว่าภายในโกดังนั้นต้องใช้ผ้าปิดจมูกเนื่องจากมีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง ทั้งจากกลิ่นข้าวสารและสารเคมีที่ใช้กำจัดแมลงโดยเฉพาะมอดที่กัดกินข้าวสาร โดยพบว่ามีซากตัวมอดกระจายปะปะกับข้าวสารที่เกลื่อนบนพื้นโกดังมีสภาพเชื้อรา อย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้นยังมีซากคางคก ซากหนู และซากแมว ส่งกลิ่นตลบอบอวล โดยการเก็บข้าวดังกล่าวนั้นอยู่ในความดูแลของบริษัทเอกชนโดยยืนยันว่าตัวมอดจำนวนมากที่มากัดกินข้าวนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบกับคุณภาพของข้าว ส่วนการใช้สารเคมีนั้นเป็นการปฏิบัติตามปกติ

               นายวิโรจน์ ระบุว่า คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องโดยตรงได้สุ่มตรวจโกดังเหล่านี้อย่างต่อเนื่องทั้ง 16 แห่งในพื้นที่นครศรีธรรมราช และยังไม่พบว่ามีข้าวสูญหายไปจากการจับเก็บ ซึ่งได้ทำรายงานไปยังกระทรวงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว ส่วนข้าวที่ถูกเก็บไว้นั้นจะมีค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษากระสอบละ 2 บาทต่อเดือน 2 แสนกระสอบจะอยู่ที่ 4 แสนบาทต่อเดือนเก็บมาแล้วมากกว่า 1 ปีเพื่อรอการระบายของกระทรวงพาณิชย์

 

ชทพ.ไม่ช่วยสกัดม็อบชาวนา

               นายชาญชัย เอื้อสุวรรณ ส.ส. สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า ในช่วงบ่ายของวันที่ 25  มิถุนายน นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรค  ได้เรียกประชุมพรรคด่วน เพื่อหารือปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปรับลดราคารับจำนำข้าวของรัฐบาล หลังกลุ่มชาวนาหลายจังหวัดออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน และเตรียมมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลในวันเดียวกัน ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่ารัฐบาลตัดสินใจผิดพลาดที่เปลี่ยนหลักเกณฑ์อย่างกระทันหัน โดยไม่มีการรับฟังความคิดเห็นของชาวนาก่อน และะทำให้ชาวนาเดือดร้อนอย่างหนัก

               “แกนนำรัฐบาลบอกให้ส.ส. ช่วยไปชี้แจงชาวบ้าน ถามว่าจะให้ไปชี้แจงอะไร จะให้เราไปแก้ตัวให้รัฐบาล ซึ่งในฐานะที่เราร่วมรัฐบาลอยู่ก็อยากช่วย แต่คำอธิบายมันฟังไม่ขึ้น เพราะอย่างโครงการรถคันแรกเป็นภาระงบประมาณตั้งเท่าไร มีคนได้ประโยชน์ไม่กี่กลุ่ม แต่ไม่ยกเลิก พอโครงการรับจำนำข้าวซึ่งคนส่วนใหญ่ของประเทศได้ประโยชน์ กลับขอปรับเกณฑ์โดยอ้างว่าขาดทุน แล้วจะให้อธิบายว่าอย่างไร ดังนั้นจึงอยากให้ทบทวนมติครม. ไม่ต้องกลัวเสียหน้า ไม่เช่นนั้นถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา รัฐบาลก็ต้องแก้ไขเอาเอง ทั้งนี้ยืนยันว่าที่ออกมาพูดไม่ใช่เพราะพรรคเป็นห่วงเรื่องฐานเสียง แต่เราเป็นห่วงว่าชาวบ้านจะเสียประโยชน์” ส.ส. ชทพ. กล่าว


“องอาจ”ชี้รัฐสอบทุจริตโรงสีข้าวพิจิตรแค่สร้างภาพ

               นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธานส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลตีปี๊บเอาจริงเอาจังกับการทุจริตโครงการจำนำข้าว กรณีข้าว 8 พันตัน มูลค่า 133 ล้านบาท ที่จ.พิจิตรหายไปจากโกดังเก็บข้าวว่า ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นการเอาจริงเอาจังกับการตรวจสอบการทุจริต แต่เป็นการฉวยโอกาสจากความผิดพลาดในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลเอง โดยเป็นการสร้างภาพ เพราะเหตุการณ์ในจังหวัดพิจิตรไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นใน 1 ถึง 2 เดือนนี้ แต่เกิดขึ้นตั้งแต่ ส.ค.2555 เพราะมีชาวนา จ.พิจิตรหลายร้อยคนเอาข้าวสารไปจำนำกับโรงสีดังกล่าว
       

ชาวนาพิจิตรทยอยแห่แจ้งความ"โกงข้าว"

               เมื่อเวลา 09.00 น.ได้มีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว  จาก 3 ตำบล เกือบ 100 คน ในเขตอำเภอเมืองพิจิตร ประกอบไปด้วยตำบลหัวดง ตำบลสายคำโห้และตำบลฆะมัง ได้เดินทางมาที่ สภ. เมืองพิจิตร เพื่อเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีกรณีที่มีข้าวหาย

               ด้านพล.ต.ต.ศิรินทร์ ผดุงชีวิตร์ รองผบช.ภาค 6 ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจติดตามสำนวนคดีและกำชับเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร กรณีข้าวขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.)ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลประจำปี 2555/2556 รวมทั้งคดีฉ้อโกงชาวนาในการนำข้าวมาจำนำในโครงการของรัฐบาลปี 2555/2556 รวมปริมาณข้าวทั้งหมด 8,000 ตัน มูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท


“ม็อบชาวนาไทย”หนุนเทพธิดาอาเซียนเดินหน้าจำนำข้าว”

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น.ตัวแทนกลุ่มชาวนาไทย จากจังหวัดต่างๆ อาทิ จ.ชุมพร , จ.พระนครศรีอยุธยา , จ.จันทบุรี , จ.ระยอง , จ.อุทัยธานี , จ.พิจิตร , จ.สระแก้ว , จ.ราชบุรีประมาณ 400 คน นำโดยนางกนกพร ศิริพันนาพิรัตน์ ได้เดินเท้าจากบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า มายังทำเนียบรัฐบาล พร้อมตะโกนว่า “ยิ่งลักษณ์สู้ๆ” เพื่อให้กำลังใจนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และสนับสนุนโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ที่บริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ทำให้ต้องปิดถ.พิษณุโลก 1 ช่องจราจร ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้กล่าวปราศรัยบนรถกระบะดัดแปลง ผ่านเครื่องกระจายเสียงชื่นชมรัฐบาล และโจมตีกลุ่มต่างๆที่เห็นต่างจากรัฐบาล นอกจากนี้ และมีป้ายผ้าเขียนข้อความ อาทิ “เทพธิดาอาเซียน” , “ใครคิดล้มนายกฯปู ถามกูหรือยัง” , “ เป็นกำลังใจให้นายกฯชนะอุปสรรคทั้งปวง” , “ช่วยลดต้นทุนการผลิตให้ชาวนาเป็นการชดเชย” เป็นต้น

               สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่โดยรอบทำเนียบรัฐบาล กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการควบคุมฝูงชน 3 กองร้อย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบมาควบคุมสถานการณ์
    
               จากนั้นในเวลา 11.40น. น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล มารับมอบดอกไม้จากตัวแทนกลุ่มเกษตรกรชาวนาที่นำมามอบให้ ทำให้ผู้ชุมนุมพอใจ โดยน.ส.ศันศนีย์ กล่าวภายหลังรับดอกไม้และผลไม้ว่า ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรได้ยื่นรายชื่อ 200-300คน เพื่อยืนยันว่าเป็นเกษตรจริง และผู้ชุมนุมที่มาก็พอใจนโยบายโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลและขอให้เดินหน้าต่อ ซึ่งการเคลื่อนไหวของเกษตรกรในวันนี้รัฐบาลพร้อมรับฟังและดูแล พร้อมยอมรับข้อเสนอที่เกษตรกรมาให้กำลังใจเพื่อเดินหน้าทำโครงการรับจำนำข้าวต่อไป
    
               นายสุภรณ์ กล่าวว่า จะนำเรียนเรื่องดังกล่าวต่อนายกรัฐมนตรี ที่ได้มีเกษตรชาวนาเดินทางมาให้กำลังใจการทำงานของนายกรัฐมนตรีเพื่อให้รัฐบาลมีกำลังใจเดินหน้าทำงานต่อไป
    
               ขณะที่นายมนตรี เทียมศักดิ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติภาคกลาง(นปช.ภาคกลาง) ในฐานะตัวแทนเกษตรกรชาวนา จ.สุพรรณบรี ระบุว่า การที่รัฐบาลปรับลดราคารับจำนำข้าวลง จากตันละ 15,000บาท เหลือตันละ 12,000 บาท เพราะเข้าใจว่ารัฐบาลต้องหาวิธีการปรับเปลี่ยนและแก้ไขปัญหาให้เหมาะสม เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการต่อไปได้ เชื่อว่ารัฐบาลจะต้องหาทางออกให้กับชาวนาได้ ซึ่งการเดินทางมาวันนี้เพื่อมาให้กำลังใจรัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีในการทำงาน เรื่องของโครงการรับจำนำข้าวไม่เกี่ยวกับสีเสื้อ และยืนยันว่าไม่ได้มีการทำหนังสือร้องเรียนหรือมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล แต่ต้องการมาให้กำลังใจรัฐบาลเพื่อสู้ต่อเท่านั้น


ชาวนาพะเยานับพันร้องรัฐบาลจำนำข้างราคาเดิม

               เมื่อเวลา 10.00 น. ชาวจังหวัดพะเยา กว่า 1,000 คน จาก 9 อำเภอ ได้รวมตัวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดพะเยา เพื่อร่วมลงชื่อสนับสนุนให้รัฐบาลคงนโยบายการรับจำนำข้าวตันละ 15,000 บาท และข้าวหอมมะลิตันละ  20,000 บาทตามเดิม หลังจากได้ปรับลดลงเหลือตันละ 12,000 บาท ซึ่งทำให้ชาวนาส่วนใหญ่เดือดร้อนเนื่องจากแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูง โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบล สมาชิกสภาจังหวัดและผู้ใหญ่บ้านเป็นตัวแทนพาเกษตรกรเข้ามาให้กำลังใจและร่วมลงชื่อ

               ต่อมาเวลา 10.30 น. ได้ตั้งเวทีให้กำลังใจรัฐบาลบริเวณลานจอดรถของศาลากลางจังหวัดพะเยา โดยมีสลับหมุนเเวียนให้ตัวแทนแต่ละอำเภอในจังหวัดพะเยาขึ้นกล่าวถึงความเดือดร้อนของชาวนา ต่อต้นทุนการผลิตข้าวและให้กำลังใจรัฐบาลต่อโครงการรับจำนำข้าวต่อไป

               นายทูล เวชกลาง แกนนำกลุ่มเกษตรกรจังหวัดพะเยาและแกนนำกลุ่มเสื้อแดงจังหวัดพะเยา กล่าวในเวทีว่า ในวันนี้กลุ่มผู้ปลูกข้าวในจังหวัดพะเยา มารวมตัวกัน ไม่ใช่การมาประท้วงหรือ เรียกร้อง สร้างความวุ่นวาย แต่เป็นการมาให้กำลังใจรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ยืนหยัดในนโยบายรับจำนำข้าว โดยให้รับจำนำข้าวตันละ 15,000 บาทและ 20,000 บาทในส่วนของข้าวหอมมะลิต่อไป ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จะได้ยื่นหนังสือเกี่ยวกับความจำเป็นที่รัฐบาลต้องคงราคาข้าวตามที่ได้ประกาศนโยบายไว้ และให้กำลังใจรัฐบาลกรณีที่อาจมีการโจมตีโครงการจำนำข้าว ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลที่ได้รับการเลือกจากประชาชน จะช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน

               จากนั้นเวลา 12.30 น.นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นผู้รับหนังสือข้อเรียกร้องของเกษตรกรและรายชื่อผู้ปลูกข้าวที่ร่วมลงกันเพื่อให้กำลังใจกับรัฐบาล ซึ่งนายสมชาย เข็มเพ็ชร ประธานเกษตรกรอำเภอจุน เป็นตัวแทนเกษตรกรยื่นหนังสือให้กับผู้ว่าราขการจังหวัด โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ จังหวัดพะเยา และกำลังตำรวจจาก สภ.เมือง สภ.ภูกามยาว สภ.ดอกคำใต้ และตำรวจนอกเครื่องแบบ ประมาณ 300 นายรักษาความสงบ

               ทั้งนี้  นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวกับเกษตรกรที่มาจัดเวทีว่า การปรับลดราคาข้าวเป็น 12,000 บาท เป็นเฉพาะช่วงการทำนาในปี 2555-2556 เฉพาะนาปรังรอบ 2 ซึ่งจะไม่มีผลกระทบกับชาวนาพะเยา เพราะได้หมดฤดูการทำนาในพื้นที่ไปแล้ว และอยากให้ชาวนาอย่ากังวลกับการปรับราคา ในอนาคตจะมีการปรับราคาจากรัฐบาลอีกครั้ง ส่วนการจ่ายเงินจำนำข้าวในปีนี้ รัฐบาลก็คงจะเร่งให้เกิดการจ่ายเงินให้เกษตรกรโดยเร็วที่สุด

               นายสังวาล เมยน้อย อายุ 51 ปี ชาวนาตำบลแม่สุก อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา หนึ่งในผู้เข้าร่วมเวทีในครั้งนี้ กล่าวว่า ในปีนี้ ตนทำนา 12 ไร่ มีต้นทุนทั้งค่าปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ค่าจ้างรถเกี่ยวข้าว เป็นต้นทุนกว่า 30,000 บาท ถ้าไม่ได้ราคาจำนำข้าว 15,000 บาทต่อตัน คงจะเป็นหนี้สูงจากการกู้มา
 

อีสานโพลเผยชาวอีสานรับไม่ได้ลดราคา

             นายสุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล (E-Saan Poll) ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า ทางคณะได้สำรวจความเห็นอีสานเรื่อง "โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล" โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 21-23 มิ.ย. ที่ผ่านมา จากกลุ่มตัวอย่าง 1,205 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด  ซึ่งเมื่อสอบถามถึงความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างชาวอีสาน ต่อการที่รัฐขาดทุน 1.36 แสนล้านบาท ในโครงการรับจำนำข้าวเฉพาะปีการผลิต 2554/2555 (ปีแรก) พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 78.2 รู้สึกรับไม่ได้ โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า ทำให้รัฐสูญเสียเงินในจำนวนที่มากเกินไป และเกิดการทุจริต ส่วนอีกร้อยละ 21.8 รู้สึกรับได้ โดยให้เหตุผลว่า เพราะชาวนาได้รับประโยชน์ และจำนวนที่ขาดทุนนั้นไม่น่าจะส่งผลให้ประเทศเดือดร้อน