ข่าว

ฝนมา...ทำอย่างไรห่างไกล 'หวัด'

ฝนมา...ทำอย่างไรห่างไกล 'หวัด'

25 มิ.ย. 2556

ไลฟ์สไตล์ : ฝนมา...ทำอย่างไรห่างไกล 'หวัด'

 

                          ครืนๆ...เข้าสู่หน้าฝนทีไร ไม่เพียงแต่จะเฉอะแฉะเจิ่งนองและส่งผลให้รถติดหนักชวนหัวเสียเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่เชื้อโรคขาประจำอย่าง "หวัด" มีเรี่ยวแรงออกมาแพร่ระบาดอีกด้วย แต่เมื่อต้องทำงานร่วมกับเพื่อนฝูงในออฟฟิศ ไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน บางทีต้องใช้คอมพิวเตอร์ คีย์บอร์ด หรือโทรศัพท์ร่วมกัน ทำเอาหลายคนอดกลุ้มใจไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้จะมีวิธีหลีกเลี่ยงหรือป้องกันอย่างไร

                          นพ.อิทธิชัย วัชรีคุปต์ แพทย์สาขาอายุรกรรมทั่วไป คลินิกเครือกล้วยน้ำไท กล่าวว่า ในช่วงนี้หนุ่มสาวออฟฟิศมักจะเป็นหวัดกันง่ายๆ เพราะร่างกายที่เจอกับความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแบบร้อนสลับหนาว ส่งผลให้ภูมิต้านทานของร่างกายลดต่ำลง ยิ่งต้องไปนั่งทำงานในออฟฟิศกับเพื่อนร่วมงานที่เป็นหวัดอยู่แล้ว พอจามออกมาเชื้อโรคที่ปะปนอยู่ในน้ำลายก็ฟุ้งกระจายอยู่ในห้องแอร์ที่อากาศแห้ง ไม่มีอากาศถ่ายเท รวมทั้งความเย็นยิ่งทำให้เชื้อไวรัสเจริญเติบโตได้ดี กระจายได้ไกลขึ้น และอยู่ในอากาศได้เป็นเวลานาน

                          "เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคหวัด โดยทั่วไปมีอยู่ประมาณ 200 กว่าตัว แต่เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคหวัดมากที่สุดคือเชื้อไรโนไวรัส ซึ่งเป็นหนึ่งในเชื้อไวรัสที่มีขนาดเล็กที่สุด เมื่อเราสูดละอองน้ำลายหรือหายใจเอาเชื้อไวรัสที่ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศในช่วงที่ภูมิต้านทานของร่างกายลดลง ทำให้เราเป็นหวัดได้ง่าย โทรศัพท์ คีย์บอร์ด โต๊ะทำงาน ลูกบิดประตู ห้องประชุม ห้องน้ำ ก็เป็นอีกบริเวณหนึ่งที่ทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายได้ดี เมื่อผู้ป่วยเอามือปิดปากขณะจามหรือไอ เชื้อไวรัสก็จะติดอยู่ที่มือ เมื่อเอามือไปจับลูกบิดห้องน้ำเชื้อโรคก็จะติดอยู่" คุณหมอ กล่าว

                          ทั้งนี้ คุณหมอผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำเพิ่มเติมว่า ควรใช้เอทิลแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ เช็ดโทรศัพท์ คีย์บอร์ด ลูกบิดประตู ฯลฯ ทุกครั้งเมื่อต้องใช้งานร่วมกับคนที่เป็นหวัด และควรล้างมือถูสบู่ให้สะอาดทันที ก่อนล้างมือไม่ควรจับปากหรือจมูกตนเอง ควรทำความสะอาดที่กรองแอร์อาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียในที่ทำงาน เวลาขึ้นรถสาธารณะควรใช้ทิชชูรองก่อนจับราวจับ และควรใส่มาสก์เพื่อป้องกันการรับเชื้อ อีกวิธีที่ทำได้ง่าย และได้ผลดีคือการล้างมือถูสบู่ให้สะอาดทุกครั้งหลังจากที่สัมผัสมือหรือใช้ของร่วมกันกับผู้ป่วย และควรใช้ช้อนกลางทุกครั้ง  

                          "สิ่งสำคัญคือ การสร้างภูมิต้านทานให้ตนเอง ด้วยการออกกำลังกายอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ดื่มน้ำสะอาดวันละ 6-8 แก้ว ลดการอยู่ในที่เย็นจัดสลับกับร้อนจัดบ่อยๆ โดยการพยายามเลี่ยงการออกไปข้างนอกช่วงเที่ยงถึงสี่โมง หรือหากจำเป็นพยายามเดินหลบแดด ใช้ร่ม หมวก ผ้า เพื่อลดความร้อน ควรกลั้วคอทั้งตอนเช้า และก่อนนอนด้วยน้ำเปล่าก่อนแปรงฟัน เพราะมีส่วนช่วยลดเชื้อไวรัสและเสมหะที่ค้างอยู่ในคอ พักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อเปียกฝนควรรีบเข้าบ้าน เช็ดตัวและผมเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที ไม่ควรเปียกฝนนานเกิน 3-4 ชั่วโมง เลือกเสื้อผ้าใยธรรมชาติ เพราะแห้งง่าย และควรรีบเปลี่ยนรองเท้า และถุงเท้าทันที" ผู้เชี่ยวชาญแนะ