ข่าว

40สว.-สว.เลือกตั้งงัดข้อประเด็นยุบพรรค-เพิกถอนสิทธินักการเมืองทุจริต

40สว.-สว.เลือกตั้งงัดข้อประเด็นยุบพรรค-เพิกถอนสิทธินักการเมืองทุจริต

08 มิ.ย. 2552

40 ส.ว.-ส.ว.เลือกตั้งงัดข้อประเด็นยุบพรรค-เพิกถอนสิทธินักการเมืองทุจริต ด้าน ส.ว.ศรีสะเกษระบุควรรวบรวมกฎหมายยุบพรรคจากทั่วโลกมาถก ขณะที่กลุ่ม 40 ส.ว.ค้านหัวชนฝา จวกนักวิชาการต่างสังกัดค่าย ชงโทษโกงเลือกตั้งเป็นฐานความผิดป.ป.ง.-เสธ.อู้แซว “ไพบูลย์ นิติตะวั

 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2552 โดยพ.ท.กมล ประจวบเหมาะ ส.ว.สรรหา รองประธานคณะกรรมาธิการ ทำหน้าที่ประธาน โดยที่ประชุมได้พิจารณารายงานการศึกษาเรื่องปัญหาและอุปสรรคในการบังคับใช้มาตรา 237 กรณีการยุบพรรคการเมือง และการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง โดยกรรมาธิการมีความเห็นแย้งกัน ขณะที่กลุ่ม 40 ส.ว.ต้องการให้ระบุเพิ่มไปในรายงานว่าการทุจริตการเลือกตั้งถือเป็นอาชญากรทางการเมือง โยงไปถึงคดีอาญา ควรกำหนดให้เป็นหนึ่งในฐานความผิดของคณะกรรมการการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ส่วนส.ว.เลือกตั้ง ส่วนหนึ่งต้องการให้มีการลงโทษเฉพาะคนทำผิด และพรรคไม่ต้องถูกยุบ

 นางสาวรสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. กลุ่ม 40 ส.ว. แสดงความเห็นว่า การกำหนดโทษให้ยุบพรรคการเมืองที่คณะกรรมการบริหารกระทำการทุจริตเลือกตั้งเป็นความจำเป็นที่ต้องระบุให้ชัดเจน เพราะการทุจริตเลือกตั้งนั้นเป็นอาชญากรรมทางการเมือง และมีแต่นักการเมืองเดือดร้อน ส่วนประชาชนไม่ได้เดือดร้อนไปด้วย หากไม่มีบทลงโทษที่รุนแรงนักการเมืองจะไม่ยอมจำนน ตนเห็นว่าพรรคการเมืองต้องทำตัวให้เป็นสถานะที่พึ่งได้

 “มหาตมะ คานธี เคยกล่าวไว้ว่า นมหนึ่งถังที่มียาพิษแม้แต่หยดเดียวเราจะยอมดื่มหรือ ดิฉันเห็นว่าการทุจริตการเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องใหญ่ หากพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมด้วยความไม่สุจริตก็ถือว่าพรรคการเมืองนั้นไม่ได้เป็นของประชาชน เป็นเพียงแค่สมบัติส่วนตัวของคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น” นางสาวรสนา กล่าว

 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า การทุจริตการเลือกตั้งเป็นอาชญากรรมแน่นอน วันนี้ที่ส.ว. เข้ามาตรวจสอบโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคันของกระทรวงคมนาคม เพราะมีความเคลือบแคลงในการดำเนินการของรัฐบาล รวมถึงโครงการต่างๆ ทั้งนี้ที่ผ่านมาเมื่อมีการทุจริตในโครงการต่างๆ นักการเมืองจะเอาเงินที่ได้มาซื้อเสียงเลือกตั้งเพื่อได้กลับเข้ามาอีก ตนขอเสนอให้ผลักดันการทุจริตเลือกตั้งเป็นฐานความผิดหนึ่งของป.ป.ง. ซึ่งอาจให้มีการยึดทรัพย์ด้วย เพราะต้องโยงไปถึงคดีอาญาอยู่แล้ว และให้ถือกำหนดเรื่องการซื้อเสียงเป็นวาระแห่งชาติด้วย ทั้งนี้พรรคการเมืองเมื่อทำผิดต้องถูกยุบพรรค และพรรคการเมืองที่มีอยู่ตอนนี้มีสองประเภทคือ พรรคการเมืองที่มีเจ้าของ และพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงนี้พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหา กระเซ้านายไพบูลย์ว่า “แล้วพรรคการเมืองใหม่อยู่ในประเภทไหน" ทำให้นายไพบูลย์ตอบอย่างอารมณ์ดีว่า “อยู่ในประเภทที่สอง เป็นพรรคของประชาชน” จากนั้นพล.อ.เลิศรัตน์กล่าวว่า การทำรายงานของคณะกรรมาธิการไม่ควรเขียนระบุว่าต้องใช้แนวทางใด แต่ควรเขียนเป็นข้อเสนอแนะเพื่อส่งไปให้วุฒิสภาพิจารณา วันนี้ตนอยากให้ทุกคนมองไปในวันข้างหน้า แต่สิ่งที่ทำกันอยู่คือการมองกลับไปข้างหลัง พูดแต่เรื่องในอดีต เรื่องการยุบพรรค การตัดสิทธิคณะกรรมการบริหารพรรค ต้องเป็นไปด้วยหลักการและเหตุผลของกฎหมาย แต่เชื่อว่าวันข้างหน้าไม่มีปัญหาการตัดสิทธิเป็นร้อยๆ คนแล้ว

 “ผมอยากให้ทุกคนอยู่ในโลกที่สว่าง อย่าเอาแต่อยู่ในโลกที่มืดมิด การคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 237 นี้ มีอยู่เรื่องเดียวคือ กลัวมีการนิรโทษกรรม แต่ผมว่าอย่าไปห่วงคนที่กำลังนอนตายอยู่เลย” พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว

 ขณะที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา เสนอว่า ให้มีการแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และส.ว. โดยเขียนบทลงโทษการกระทำผิดเลือกตั้งให้ชัดเจน ซึ่งตรงนี้จะทำให้ไม่ต้องไปแก้ไขที่มาตรา 237

 ด้านนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ เสนอว่า ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคนที่ไม่ได้กระทำความผิด เพราะเป็นการไม่ให้ความยุติธรรมกับผู้ที่ไม่ได้กระทำความผิด ทั้งนี้อยากให้มีการรวบรวมรายงานหรือผลการศึกษาเกี่ยวกับกรณีการยุบพรรคและการตัดสิทธิทางการเมืองในระดับสากล มาเขียนไว้ในรายงานสรุปของคณะกรรมาธิการด้วย อย่างไรก็ดีหากที่ประชุมมอบหมายให้ตนไปรวบรวมเรื่องนี้ก็ยินดี แต่นายไพบูลย์ทักท้วงว่า นักวิชาการในโลกต่างมีค่ายกันทั้งนั้น หากจะนำมากล่าวอ้าง หากเป็นแนวทางที่ตนไม่เห็นด้วยก็มีสิทธิคัดค้านได้ ซึ่งทำให้บรรยากาศที่ประชุมเริ่มเครียดขึ้นมาทันที บรรดากรรมาธิการที่นั่งอยู่ช่วยกันหาทางออก โดยพ.ท.กมล กล่าวว่า หากจะรวบรวมข้อมูลเรื่องนี้มาก็ขอให้เป็นเรื่องข้อเท็จจริง ไม่ควรเป็นการเสนอข้อมูลด้านเดียว ซึ่งนายจิตติพจน์ยอมรับกับข้อเสนอของประธาน