
'ภูมิธรรม'ยัน'รบ.'เดินหน้าจำนำข้าว
'ภูมิธรรม' ยัน รบ.เดินหน้าจำนำข้าว ด้าน'สภาเกษตรกร'จี้ชะลอใช้ราคาจำนำข้าว ขณะที่ชาวนาปากท่อช็อกตายหลังรัฐลดราคา
24 มิ.ย.56 นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ทาง FM. 97.0 MHz. ถึงโครงการจำนำข้าว และการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งถือเป็นจุดตายของรัฐบาล ว่า ไม่เห็นด้วย เพราะอยู่ที่การประเมินที่ถือเป็นจุดตาย และจุดเสริมมากกว่า ซึ่งในการประชุมวงกาแฟเล็กๆ วันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้เชิญผู้ที่ห่วงในสถานการณ์บ้านเมืองมาหารือ ซึ่งกระบวนการมีทั้งโต้แย้งและคัดค้านมาตลอดว่าห่วงเรื่องทุจริต แต่ภายหลังจากที่รัฐบาลประกาศจำนำข้าวอยู่ที่ 12,000 บาท ซึ่งก็เป็นสิทธิของชาวนาที่จะออกมาบอกเล่าถึงความทุกข์ เราก็ไม่ถือว่าวิกฤติ รัฐบาลยังยืนยันเรื่องนโยบายจำนำข้าว มั่นใจ และจะเดินหน้าต่อไปเพื่อสนับสนุนชาวนา ซึ่งการจำนำข้าวไม่ใช่เรื่องกำไร ขาดทุน แต่เป็นการสนับสนุนชาวนาว่าสิ่งที่กระทำไปมีผลต่อการจำนำข้าว และเงินส่วนใหญ่ให้กับชาวนา เมื่อรัฐบาลประกาศตัวเลขเพื่อสร้างสมดุลที่ชาวนาเป็นผู้ผลิต สมดุลด้านราคาขาย และการปรับลดราคาข้าวต้องคำนึงถึงราคาตลาดโลกที่ปรับลดด้วย ตนไม่ได้มีปัญหาหรือกังวลใจที่ชาวนาจะเข้ามา เพราะเป็นการเข้ามาเพื่อบอกเล่าทุกข์ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่อย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย รัฐบาลยังยืนที่จะรักษาประโยชน์ของชาวนา
ส่วนที่ว่าการเปลี่ยนนโยบายเพราะเหตุใดจึงไม่ถามชาวนาก่อน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ถามหรือไม่ถามอยู่ที่การตัดสินใจ ราคาที่เป็นจริงก็เป็นส่วนหนึ่ง เมื่อทำไปอาจจะมีอะไรที่ไม่พอดีก็คุยกันได้ ไม่ถือว่าเป็นการเตะปลายคาง รัฐบาลไม่มีอะไรที่ต้องรักษาหน้าหรือยืนยันในสิ่งที่เราคิดอย่างเดียว บนพื้นฐานประโยชน์ชาวนาและประเทศ เราสามารถคุยกันได้ ไม่ใช่ตัวเลข 15,000 บาท แต่ต้องมาคุยกันว่าประโยชน์คืออะไร
"การขึ้นหรือการลด การกำหนดราคา ขึ้นอยู่กับกลไกทุกอย่างที่ต้องมาดูกัน เพื่อช่วยเหลือชาวนา และต้องมาดูกันว่าถ้าปรับกระบวนการ ปรับระบบ การทุจริต ไม่ใช่แสวงหากำไรขาดทุน เชื่อว่ามีทางออก การที่ชาวนามาก็เป็นเรื่องดี จะได้มาคุยกันโดยไม่มีการเมืองที่หวังทำลายกัน ปัญหาแก้ได้ รัฐบาลยืนยันว่าการทุจริตคอรัปชั่นในโครงการจำนำข้าว จะยอมไม่ได้ต้องไม่มีการลูบหน้าปะจมูก แต่ต้องยอมรับว่าการจัดการปัญหาใหญ่ๆ มีปัจจัยแวดล้อมมากมาย ซึ่งในฐานะผู้ปฏิบัติก็ต้องน้อมรับและต้องจัดการให้ได้" เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าว
เมื่อถามว่า การรับจำนำข้าว 2 ปีผ่านไปกลับเป็นนโยบายที่ฉุดเรตติ้งรัฐบาล นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องจำนำข้าวเป็นเรื่องใหญ่ที่ยากลำบาก แต่มีเป้าหมายที่คนส่วนใหญ่ของประเทศ เราเกิดขึ้นท่ามกลางคนที่เสียเปรียบ แต่ก็มีการฉุดรั้งฉุดขา เวลาเพิ่งผ่านไป 2 ปี ทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้น เร็วเกินไปที่จะสรุปและโจมตี ควรปล่อยให้เวลาเดินไปให้ครบเทอม 4 ปี รัฐบาลมีหน้าที่พิสูจน์ว่าบั้นปลายชาวนาได้ประโยชน์จริงหรือไม่
"สภาเกษตรกร"จี้รัฐชะลอใช้ราคาจำนำข้าวใหม่
ที่รัฐสภา ได้มีตัวแทนสมาชิกสภาเกษตรกร 10 จังหวัดภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง นำโดย นายชารินทร์ สิงห์ดี ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสิงห์บุรี เข้ายื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ผ่านนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ชะลอการใช้นโยบายลดราคารับจำนำข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาล จากเดิมที่รับจำนำตันละ 15,000 บาท ไปใช้ราคา 12,000 บาทต่อตัน และเตรียมดำเนินการในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ออกไปจนถึงสิ้นสุดฤดูกาลผลิตปีนี้ โดยนายวราเทพ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวนารัฐบาลไม่ได้ละเลย และจะนำข้อเสนอต่าง ๆ ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดประโยชน์กับชาวนาอย่างสูงสุด
จากนั้นนายวราเทพ ให้สัมภาษณ์ต่อว่า ในประเด็นที่มีชาวนาไม่เห็นด้วยกับมติลดราคาจำนำของรัฐบาลและเตรียมชุมนุมเพื่อยื่นข้อเสนอต่อนายกฯ ในวันที่ 25 มิ.ย.นั้น ตนมองว่าการแสดงออกทุกฝ่ายรัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นและยอมรับ รวมถึงได้มีการเปิดรับข้อมูลทุกช่องทาง โดยเฉพาะข้อมูลที่คิดว่าจะนำมาสู่การตัดสินใจเพื่อดูแลประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพื่อให้นโยบายของรัฐบาลเกิดการยอมรับมากที่สุด ทั้งนี้ ส่วนตัวเชื่อว่า การชุมนุมของผู้แทนชาวนาไทยนั้นจะไม่ยืดเยื้อ เพราะเหตุผลของการมาชุมนุมไม่ใช่เป็นเรื่องทางการเมือง แต่เป็นการนำเสนอความเดือดร้อนต่อรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ตนมองว่านโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลนั้นไม่ได้ล้มเหลว เพราะระยะเวลา 1ปีเศษที่รัฐบาลทำโครงการเห็นชัดว่าเกิดประโยชน์กับชาวนา ส่วนสิ่งที่รัฐบาลเตรียมปรับปรุงเป็นสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกับชาวนา
“ผมเชื่อว่าการชุมนุมจะไม่บานปลาย หากฝ่ายการเมืองไม่นำไปเป็นประเด็น อีกทั้งผมเชื่อว่าชาวนาจะไม่ยอมถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างแน่นอน ส่วนปัญหาที่ชาวนาไม่ยอมรับ ขณะนี้กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการหารือว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เบื้องต้นอาจคุยเรื่องผลกระทบและการทบทวนมติ ส่วนความเห็นของผมมองว่าแนวทางแก้ปัญหาและทางออกกับข้อเรียกต่าง ๆ ของชาวนานั้น 1-2 วันนี้น่าจะมีการหารือและน่าจะได้ข้อสรุปก่อนวันที่ 29 มิ.ย.นี้ ที่ถือเป็นวันสุดท้ายของการใช้ราคารับจำนำที่ตันละ 15,000 บาท ส่วนจะเป็นการทบทวนมติหรือไม่ก็ต้องนำมาพิจารณากัน” นายวราเทพ กล่าว
ขณะที่ นายชารินทร์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า สำหรับนโยบายลดราคารับจำนำข้าวนั้น ตนไม่เห็นด้วยและคิดว่าไม่เหมาะสม เพราะเท่ากับเป็นการกลั่นแกล้งชาวนา ส่วนตัวมองว่าแนวทางแก้ปัญหาการขาดทุนหรือการทุจริต รัฐบาลควรไปควบคุมกระบวนการในโครงการ เช่น ขั้นตอนการรับจำนำ, โรงสีที่รับจำนำข้าว, การส่งออก รวมถึงแก้ปัญหาการทุจริตมากกว่า ส่วนกรณีที่ผู้แทนชาวนาไทยเตรียมชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ในวันที่ 25 มิ.ย.นั้น พวกตนจะไม่เข้าร่วม เพราะสภาเกษตรกรมีหลักเกณฑ์ และระเบียบปฏิบัติ ส่วนตัวมองว่ากลุ่มที่จะออกมาชุมนุมเป็นคนเสื้อแดงและไม่ใช่ชาวนา100 เปอร์เซ็นต์
“กรณีที่รัฐบาลลดราคารับจำนำเท่ากับเป็นการกลั่นแกล้งชาวนา หากรัฐบาลไม่ได้ทำตามข้อเรียกร้องที่ให้ใช้ราคารับจำนำใหม่ช่วงเปิดฤดูกาลใหม่ สภาเกษตรกรที่มีสมาชิกกว่า 8 หมื่นคนจะไม่ขอเป็นกำแพงให้รัฐบาลหรือพรรคเพื่อไทยอีกต่อไป” นายชารินทร์ กล่าว
ชาวนาปากท่อช็อกตายหลังรัฐบาลลดราคาจำนำข้าว
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. นายคมสันต์ ประเดิมชัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากท่อ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ได้เข้าไปดูพื้นที่ปลูกข้าวของชาวนาในหมู่ 4 ต.ปากท่อ หลังชาวนาในพื้นที่ดังกล่าวนั้นยังไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ เนื่องจากยังมีฝนตกอยู่ตลอดเวลา และพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ที่อยู่ปลายน้ำ ทำให้ได้รับน้ำมาทำนาช้ากว่าพื้นที่อื่นๆ ข้าวจึงยังไม่ครบ 120 วัน ไม่สามารถที่จะเกี่ยวได้ต้องรอให้ข้าวครบกำหนด และต้องรอให้ฝนหยุดตกก่อนจึงจะทำการเกี่ยวข้าวได้ ซึ่งจะไม่ทันวันที่ 29 มิ.ย.56 ที่ทางรัฐบาลกำหนดให้เป็นวันสุดท้ายในการรับจำนำข้าวในราคา 15,000 บาท/ตัน ซึ่งหลังจากนั้นก็จะลดลงเหลือ12,000 บาท/ตัน โดยนายคมสันต์ ได้กล่าวว่า การที่รัฐบาลลดราคาจำนำลงกลางฤดูกาลเก็บเกี่ยวนั้น เอาสมองส่วนไหนมาคิด เพราะชาวนานั้นต้องลงทุนไร่ละ 6,000-7,000 บาท แต่ผลผลิตที่ได้มานั้นเพียงและไร่ละ 50-60 ถัง เพราะสภาพอากาศที่แปรปรวน เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก ทำให้ข้าวท้องแตก เม็ดลีบ ข้าวที่ได้ก็ลดลง และชาวนาเองก็จะมีระบบเรื่องของการทำนาโดยเฉพาะเรื่องของเก็บเกี่ยวนั้นก็จะทำตามคิว ไม่มีการแซงคิว เช่น การนัดเกี่ยวข้าวถ้านัดวันนี้เมื่อยังเกี่ยวไม่ได้ก็จะต้องเลื่อนไป ชาวนาคนอื่นๆ ก็จะต้องเลื่อนตามออกไปเรื่อยๆ ซึ่งดีกว่าข้าราชการที่คอยแต่จะแก่งแย่งแซงคิวกัน และราคาจำนำตอนนี้ก็ยังพอทำให้ชาวนาอยู่ได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว แต่ถ้าลดลงก็ลงจะไม่เหลืออะไร เชื่อว่าอีกหน่อยต้องมีชาวนาฆ่าตัวตายเพราะเป็นหนี้ แถมราคาก็ยังมาลดอีก ซึ่งคงจะต้องออกมาเรียกร้องตามสิทธิของชาวนา ส่วนจะดำเนินการอย่างไรนั้นคงจะต้องมีการพูดคุยกับชาวนาที่เดือดร้อนอีกครั้ง
ด้านนางหงส์ อ่อนละมูล อายุ 77 ปี ชาวนาในหมู่ 4 ต.ปากท่อ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี กล่าวว่า ทำนาทั้งหมด 37 ไร่ ตอนนี้ยังไม่ได้เกี่ยวข้าวเพราะยังไม่ครบกำหนด 120 วัน ซึ่งจะเลยวันที่ 29 มิ.ย. ถ้าได้ราคาจำนำแค่ 12,000 บาท/ตัน ก็ขาดทุนหมดเพราะค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าจ้างก็แทบจะไม่พออยู่ จึงอยากให้รัฐบาลยืนราคาจำนำ 15,000 บาท ไปจนถึงสิ้นปี แล้วในปีหน้าค่อยว่ากันไม่ใช่มาหักกลางคันแบบนี้ เพราะชาวนาส่วนใหญ่ก็มีหนี้สินก็หวังว่าถ้าเกี่ยวข้าวได้เงินมาก็จะไปใช้หนี้ แต่กลับมาลดราคาอีกแล้วชาวนาจะเหลืออะไร ทุกปีที่ผ่านมาก็จะทำแค่พอกินพอใช้ ไม่ได้มีเหลืออะไร แม้แต่บ้านที่ถูกพายุพัดพังไปเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ก็ยังไม่ได้ซ่อมเพราะรอเงินเกี่ยวข้าวแล้วถ้าเป็นอย่างนี้ก็คงจะต้องอยู่อย่างนี้ไปก่อน หนี้สินก็คงจะไม่ได้ใช้ ก็อยากให้รัฐบาลชะลอไปก่อน และให้ช่วยไปลดราคาค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าลดด้วย เชื่อว่าชาวนาก็จะพอใจและรับได้ถ้าลดราคาจำนำลง
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้รับแจ้งว่า ชาวนาที่หมู่ 4 ต.ปากท่อ ชื่อนางเหลือ ศรีมุก อายุ 61 ปี หลังได้ทราบข่าวเรื่องของการลดราคาจำนำลง ทำให้เกิดอาการเครียดจัด เพราะข้าวนั้นยังไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ทัน และมีหนี้สินจำนวนมากก็หวังว่าจะได้เงินค่าข้าวไปใช้หนี้ ทำให้เกิดช็อกตายทันที เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งจะมีการรดน้ำศพในเย็นวันนี้ด้วย



