
ก.ต่างประเทศยืนยันเยอรมันยกเลิกวีซ่าเชงเก้นทักษิณ
"พนิชเผยกระทรวงต่างประเทศระบุไม่มีชื่อทักษิณอยู่ยูเออี คาดกลับเข้ายูเออีคงไม่ได้ใช้ชื่อเดิมยันรัฐบาลยูเออีให้ความร่วมมือไทยไม่ยอมให้ใช้ประเทศเป็นฐานเคลื่อนไหวการเมือง เร่งอยากทำสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เพราะยูเออีก็ต้องการตัวคนทำผิดที่อยู่ในไทย
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และโฆษกฝ่ายการเมืองของกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่นายนพดล ปัทมะ อดีตทนายความส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ออกมากล่าวว่าวีซ่าเข้าเยอรมนีของพ.ต.ท.ทักษิณถูกยกเลิกไปโดยปริยายเมื่อทางการไทยยกเลิกพาสปอร์ตของไทยที่ออกให้แก่พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ตนได้ตรวจสอบกับสถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยแล้วและได้รับแจ้งว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางเข้าประเทศเยอรมนีเมื่อเดือนธันวาคมปี 2551 โดยใช้พาสปอร์ตนิคารากัวและใช้วีซ่าเชงเก้น เดินทางผ่านจากประเทศฝรั่งเศสเข้าไปอยู่ที่เยอรมนีเป็นเวลา 2 วัน
ทั้งนี้ หากเป็นการเดินทางโดยทางรถยนต์ จะไม่มีด่านตรวจคนเข้าเมือง ดังนั้นเยอรมนีจะไม่ทราบว่าพ.ต.ท. ทักษิณเดินทางเข้ามาได้อย่างไร ผ่านทางไหน โดยทางเยอรมนีเพิ่งตรวจพบเมื่อเดือนเมษายนปี 2552 ว่าพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเข้ามาหลังจากได้ยินข่าวดังกล่าว เมื่อทราบแล้วจึงมีการยกเลิกวีซ่าเชงเก้นของพ.ต.ท.ทักษิณ
"การที่นายนพดลออกมาระบุว่าทางการเยอรมนีไม่ได้ยกเลิกวีซ่าเชงเก้นของพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะวีซ่าเชงเก้นของพ.ต.ท.ทักษิณถูกยกเลิกไปโดยปริยายเมื่อทางการไทยได้ยกเลิกหนังสือเดินทางไทยของพ.ต.ท.ทักษิณนั้นจึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะเยอรมนีได้ทำการยกเลิกวีซ่าเชงเก้นของพ.ต.ท.ทักษิณต่างหากในภายหลัง นอกจากนี้ทางเยอรมนียังยืนยันว่าได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับความสัมพันธ์ของสองประเทศ เห็นได้จากการที่มีการยกเลิกวีซ่าเชงเก้นของพ.ต.ท.ทักษิณที่พบเป็นข่าว ก่อนที่จะแจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศได้รับทราบ" นายชวนนท์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางการเยอรมนีได้ยืนยันกับฝ่ายไทยหรือไม่ว่าหลังจากนี้จะไม่มีการออกวีซ่าเชงเก้นให้กับพ.ต.ท.ทักษิณอีกต่อไป นายชวนนท์กล่าวว่า เขาไม่ได้พูดแบบนั้น แต่เชื่อว่าน่าจะตีความได้ว่าทางเยอรมนีคงจะไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเข้าประเทศอีกแล้ว เพราะไม่เช่นนั้นคงจะไม่ยกเลิกวีซ่าเก่า รวมทั้งยังได้รีบชี้แจงมายังไทย อย่างไรก็ดี เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณคงจะไม่ได้เปลี่ยนชื่อที่ปรากฎในหนังสือเดินทางของประเทศอื่น เพราะไม่เช่นนั้นทางการเยอรมนีคงไม่สามารถตรวจสอบพบได้ว่ามีการเดินทางเข้าไปโดยใช้พาสปอร์ตของประเทศอื่น
ด้านนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังคงอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต ( ยูเออี ) ว่า ทางการยูเออีได้ยืนยันกับไทยมาตลอดว่า อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยไม่ได้พำนักอยู่ในประเทศยูเออีแต่อย่างใด ซึ่งเราต้องเชื่อข้อมูลด้วยความเคารพและให้เกียรติกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีระหว่างกัน แม้จะมีการข่าวมีคนเห็นหรือมีคนเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่หลายครั้ง
"พนิช”เผยก.ตปท.ระบุไม่มีชื่อทักษิณอยู่ยูเออี
นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงข้อถกเถียงเรื่องที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้หรือไม่ได้ใช้ชื่อพ.ต.ท.ทักษิณในการเดินทางไปประเทศต่าง ๆ ว่าหลังจากมีข่าวอย่างต่อเนื่องว่าประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ หรือยูเออีเป็นที่พักพิงของพ.ต.ท.ทักษิณ ทางกระทรวงจึงได้ประสานไปยังรัฐบาลยูเออี และได้รับคำยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ใครใช้สถานที่ประเทศขับเคลื่อนทางการเมือง ซึ่งจากการพบปะกับรัฐมนตรีต่างประเทศของยูเออี ได้รับการยืนยันว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้มีชื่ออยู่ในยูเออี โดยเดินทางออกไปตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. 2552 แต่กลับมีรายงานข่าวว่ามีคนเจอพ.ต.ท.ทักษิณอยู่ที่ยูเออี ดังนั้นจึงอาจจะสามารถมองไปได้ว่าถ้ากลับเข้ายูเออีอาจจะไม่ได้ใช้ชื่อเดิม
“เราต้องเชื่อและให้เกียรติกับยูเออี และต้องยึดคำยืนยันนั้น และผมเข้าใจว่าเมื่อยูเออียืนยันว่าอดีตนายกฯทักษิณไม่ได้อยู่ในประเทศ ก็หมายความว่าไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าอยู่ในยูเออี ก็ไม่น่าจะมีชื่อ เพราะโดยการตรวจสอบแล้วทางรัฐบาลยูเออียืนยันว่าอดีตนายกฯทักษิณเดินทางออกไปแล้ว แต่ถ้ากลับไปยูเออี ในชื่อเดิม หรือจะโดยพาสปอตประเทศอื่น ก็น่าจะสามารถตรวจสอบได้ ” นายพนิช กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่นายนพดลยังอ้างว่าทางการฮ่องกง มีหนังสือตอบกลับไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดว่า ไม่สามารถให้ความร่วมมือในการตามตัวพ.ต.ท.ทักษิณ และไม่สามารถห้ามพ.ต.ท.ทักษิณเข้าประเทศได้ ผช.รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่านายนพดลพูดถึงจดหมายฉบับไหน เพราะกระทรวงการต่างประเทศได้ตรวจสอบกับอัยการสูงสุดไปล่าสุดวานนี้ ( 7 มิ.ย.) ในฐานะที่ออกหมายจับ ได้รับคำยืนยันว่าไม่ได้มีจดหมาย หรือหนังสือจากฮ่องกงเลย แต่กลับมีคำยืนยันจากผู้บริหารสูงสุดเขตปกครองพิเศษด้วยซ้ำว่าจะเร่งดำเนินการสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้เสร็จสิ้น จึงไม่ทราบว่าที่อ้างนั้นหมายถึงจดหมายอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความคืบหน้าในการดำเนินการสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับยูเออี นายพนิช กล่าวว่าได้มีการส่งร่างของรัฐบาลยูเออีมาให้กระทรวงการต่างประเทศมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพราะหากมีข้อที่ไม่ตรงกัน จะต้องมีการเจรจา จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการดำเนินการ ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้ดำเนินการเรื่องสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนเฉพาะกับยูเออี แต่มีอีกประมาณ 10 ประเทศ ที่กำลังดำเนินการอยู่
“ผมเชื่อว่าหลายประเทศก็มีความจำเป็นที่อยากให้ประเทศไทยรีบดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วรวมทั้งยูเออี เพราะก็มีคนที่ทางการยูเออีต้องการและอยู่ในประเทศไทย ซึ่งอยากให้ไทยส่งตัวกลับไปโดยด่วน ซึ่งถือเป็นผลประโยชน์ของทั้งสองฝั่ง ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยที่จะดำเนินคดีกับคนใดคนหนึ่ง เพราะทางยูเออี ก็มีบุคคลที่เขาต้องการจะส่งกลับไปถ้าสนธิสัญญา ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเรียบร้อย ดังนั้นยืนยันได้วาไม่มีข้อมูลว่าประเทศยูเออีเอือมระอากับพฤติกรรมไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณตามที่มีการกล่าวหา เพราะทางประเทศยูเออีให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยเป็นอย่างดี และทุกครั้งที่เดินทางไปพบกับรัฐบาลยูเออีก็ยืนยันตรงนี้ รวมถึงยังได้พูดชัดว่า ไม่ยอมให้ใครใช้ยูเออีเป็นฐานขับเคลื่อนทางการเมือง ” นาย พนิช กล่าว
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าทางการเยอรมันถอนวีซ่าของพ.ต.ท.ทักษิณนั้น นายพนิช กล่าวว่า ขณะนี้สถานทูตไทยในเยอรมันกำลังสอบถามไปยังรัฐบาลเยอรมันถึงกรณีดังกล่าว แต่เท่าที่ตนเข้าใจคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของหนังสือเดินทางของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ทางการไทยยกเลิกฉบับสุดท้ายไปเมื่อประมาณเดือนเมษายน ซึ่งก่อนหน้านั้นอาจจะเป็นไปได้ที่เคยมีวีซ่าจากหนังสือเดินทางเล่มนี้.



