
บึ้ม!รถทหารพราน'ยะลา'เจ็บ6
เกิดเหตุคนร้ายกดระเบิดใส่รถทหารพรานพังยับ ทหารพราน-ชาวบ้าน เจ็บรวม 6 ราย เชื่อสร้างสถานการณ์
23 มิ.ย. 56 เมื่อเวลา 06.20 น. ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บนถนนสายยะลา-สวนส้ม หมู่ 3 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา มีเจ้าหน้าที่ทหารพราน 41 และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 เดินทางไปตรวจสอบทันที
เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน บต 4944 ปัตตานี สภาพถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหาย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลยะลา ทราบชื่อคือ อส.ทพ.วิษณุ ดีทา อส.ทพ.สราวุธ หน่อแก้ว อส.ทพ.คมสัน วะทา ทั้งหมดเป็นทหารพรานสังกัด กรมทหารพรานที่ 41 นอกจากนั้นยังมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย คือ นายอาแว กาซอ ดญ.มูรณี กาซอ และดช.มุสลิม กาซอ โดยทั้ง 6 รายได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
ห่างจากตัวรถประมาณ 100 เมตร ที่บริเวณเกาะกลางถนนเจ้าหน้าที่พบหลุมที่เกิดจากระเบิดกว้างประมาณ 2 ฟุต ลึกประมาณ 20 ซม. นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังพบเศษสะเก็ดระเบิด เศษถังดับเพลิง สายไฟ ถ่านไฟขนาด 9 โวลต์ รวมทั้งเศษวิทยุสื่อสาร จึงเก็บรวบรวมเอาไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นเชื่อเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุในถังดับเพลิงขนาดเล็กน้ำหนักประมาณ 5 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร โดยคนร้ายนำมาซุกเอาไว้ที่โคนเสาไฟฟ้าเกาะกลางถนน
จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพราน ทพ 41 จำนวน 6 นาย ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเดินทางเข้ามาในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา เมื่อเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายซึ่งนำระเบิดมาซุกเอาไว้ จึงได้จุดชนวนระเบิดทันที ทำให้รถยนต์ของทางราชการได้รับความเสียหาย ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ รวม 3 นาย และชาวบ้านซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน เบื้องต้นเชื่อเป็นฝีมือของกลุ่มคนร้ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
คุมตัวอดีตครูสอนศาสนาต้องสงสัยยิงทหาร
พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส สนธิกำลังร่วมกับ พ.ท.สฐิรพงษ์ อาจหาญ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 นำกำลังรวม 6 ชุดปฏิบัติการ ใช้กฎอัยการศึกปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 59 หมู่ 4 ต.เรียง อ.รือเสาะ ควบคุมตัวนายแวฮาเซ็ง นิลูบี อายุ 43 ปี อดีตครูสอนศาสนาโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ผู้ต้องสงสัยในคดีร่วมกับพวกยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต ในพื้นที่ อ.รือเสาะ และทำหน้าที่รายงานความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ให้กับกองกำลังติดอาวุธ RKK เพื่อก่อเหตุ รวมทั้งให้ที่พักพิงแก่สมาชิกกองกำลังติดอาวุธ RKK โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายแวฮาเซ็ง มาสอบสวนเบื้องต้นที่ฐานปฏิบัติการ ฉก.นราธิวาส 30 ซึ่งนายแวฮาเซ็ง ให้การรับสารภาพบางข้อ แบบกึ่งรับกึ่งสู้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมที่กรมทหารพรานที่ 41 จ.ยะลา ต่อไป
ติดป้ายโจมตีรบ. ระบุตอบโต้จับผู้บริสุทธิ์
พ.ต.อ.ยุคล ประสาทนานนท์ ผกก.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี รับแจ้ง พบป้ายผ้าโจมตีรัฐ แขวนพาดที่เสาไฟฟ้า ริมถนนสาย 418 ใกล้หัวสะพานลอยข้ามถนน ม.4 บ้านมะพร้าวต้นเดียว ต.ลิปะสะโง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน โดยกันประชาชนออกนอกพื้นที่รัศมี เนื่องจากอาจเป็นกลลวงคนร้ายที่อาจจะวางระเบิดไว้
จากนั้นชุดเก็บกู้ได้ตัดสัญญาน และใช้เครื่องเอ็กซเรย์ ตรวจรอบๆ ป้าย จนมั่นใจว่าปลอดภัย จึงเข้าไปตรวจสอบป้ายดังกล่าว พบเป็นป้ายไวนิล สีขาว โดยเขียนด้วยหมึกสีแดง มีข้อความว่า "ตราบใดรัฐจับผู้บริสุทธิ์ นั่นแหละคือการตอบโต้" เจ้าหน้าที่จึงได้ดีงผ้าออก และเก็บไว้เพื่อนำไปตรวจสอบลายนิ้วมือต่อไป
จากการสอบสวนทราบว่า ถนนเส้นทางดังกล่าว เป็นเส้นทางเดียวกับที่เกิดเหตุระเบิดรถยนต์ทหาร ชุดสันติสุข (มวลชนสัมพันธ์) ของค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี แต่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณเกือบ 10 กม. ที่ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 2 ราย เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันที่ลอบวางระเบิดทหาร โดยหลังก่อเหตุเมื่อคืนนี้ คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้นำป้ายมาแขวนไว้ เพื่อบอกสาเหตุของการลอบวางระเบิดดังกล่าว
มอบ 40 ทุนให้นร.ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุไม่สงบ
ที่ศูนย์การค้าโคลีเซี่ยมยะลา อ.เมือง จ.ยะลา นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีมอบเงิน ตามโครงการมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชน จากครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.ยะลา ที่ทางสำนักงานหอการค้าจังหวัดยะลา โดยชมรมผู้ประกอบการโครงการสร้างงานและจ้างงานเร่งด่วนจังหวัดยะลา ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า สำนักงานจัดหางานจังหวัดยะลา จัดขึ้นให้กับเด็กนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบจำนวน 40 ทุนๆ ละ 2,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 80,000 บาท
นายประสิทธิ์ศักดิ์ ลิ่มกาญจนา รองประธานหอการค้าจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า สำหรับโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนจากครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดยะลาได้รับทุนการศึกษา เพื่อไว้ใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียน รวมทั้งให้เยาวชนและผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ยะลา ได้รับการเยียวยาด้านจิตใจ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจิต ภายหลังสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก อีกทั้งยังเป็นการร่วมจัดกิจกรรมร่วมกันของทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กับภาคเอกชน และเพื่อจะได้รับทราบความเป็นอยู่ ความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนและผู้ปกครอง เพื่อที่จะได้กำหนดแนวทางช่วยเหลือ และกิจกรรมที่จะจัดในโอกาสต่อไป
เจรจารอบ 3 ความรุนแรงไม่หยุด จับตาข้อตกลงบีอาร์เอ็น
ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ และเป็น 1 ในตัวแทนคณะผู้ร่วมทีมในกระบวนการพูดคุยสันติภาพกับแกนนำกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐที่ประเทศมาเลเซีย ทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา เปิดเผยว่า หลังสิ้นสุดการพูดคุยสันติภาพครั้งล่าสุด พบว่าความรุนแรงในพื้นที่ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับ 2 ครั้งก่อนหน้านี้ค่อนข้างชัด
แม้ในห้วงเวลานี้จะยังไม่อยู่ในกรอบเวลาตามที่มีการตกลงร่วมกันระหว่างเลขาฯสมช.กับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น ที่จะลดระดับความรุนแรงลงในช่วงเดือนรอมฎอน หรือเดือนถือศีลอดของพี่น้องมุสลิมก็ตาม แต่บรรยากาศของการก่อเหตุอย่างหนักและต่อเนื่องทำให้เกิดผลตามมาคือ ความอดทนของประชาชนในพื้นที่เริ่มสงสัยว่าแกนนำของขบวนการบีอาร์เอ็นจะสามารถส่งสัญญาณไปถึงแนวร่วมเพื่อให้ลดความรุนแรงในช่วงที่มีการตกลงได้จริงหรือไม่
"สิ่งที่เป็นห่วงคือความอดทน และความคาดหวังของประชาชนที่อาจไม่สามารถรอได้เพราะการพูดคุยมีการตกลงลดความรุนแรงในเดือนรอมฎอน แต่ขณะนี้กลับมีความรุนแรงปรากฏอย่างหนักและต่อเนื่อง ทำให้อาจจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของคนในพื้นที่ต่อกระบวนการสร้างสันติภาพ"
ผศ.ดร.ศรีสมภพ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามในข้อตกลงได้กำหนดให้แต่ละฝ่ายต้องส่งแผนในปฏิบัติการลดความรุนแรงให้แต่ละฝ่ายได้ร่วมกันพิจารณาก่อนเข้าสู่ห้วงของเดือนรอมฎอน เพื่อให้เกิดภาพหรือขั้นตอนการเดินหน้าสันติภาพร่วมกันที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งในช่วงเวลาลดความรุนแรงมาถึงทั้งสองฝ่ายจะได้เห็นว่าทุกอย่างเป็นตามแผนที่ตกลงหารือร่วมกันไว้หรือไม่
"สิ่งที่ต้องจับตาจากนี้ไปจะเป็นบทพิสูจน์ว่า แกนนำขบวนการบีอาร์เอ็นจะสามารถแสดงให้เห็นว่าสามารถสั่งการหรือควบคุมการลดระดับความรุนแรงได้หรือไม่ เพราะเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ในช่วงก่อนรอมฎอนนั้นไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นฝีมือแนวร่วมกลุ่มหรือเครือข่ายใด ดังนั้นเมื่อถึงเวลาตามกรอบของการลดความรุนแรงทุกฝ่ายจะได้เห็นว่ากลุ่มบีอาร์เอ็นสามารถควบคุมสถานการณ์ได้จริงหรือไม่"
อย่างไรก็ตาม จากสถิติการรวบรวมข้อมูลของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ พบว่าช่วงเดือนรอมฎอนทุกปีจะมีคลื่นความถี่ของการเกิดเหตุรุนแรงในเดือนถือศีลอดอยู่ตลอด ซึ่งในแต่ละปีจะมีช่วงรุนแรงสำคัญๆ เกิดขึ้น เช่น ห้วงสิบวันแรกของการเข้าสู่การถือศีลอด แต่ในบางปีก็จะรุนแรงในช่วงสิบวันสุดท้ายก่อนสิ้นสุดการละศีลอด ด้วยเหตุนี้เดือนถือศีลอดปีนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่าบีอาร์เอ็นจะยับยั้งความรุนแรงได้จริงหรือไม่
----------------------
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)



