
เสวนาเผ็ดร้อน!ซัดปมคอรัปชั่นสู่'อุ้มฆ่า'
เสวนา 'อุ้มฆ่ากับการก่ออาชญากรรม ' เลขา ฯ ครป. ชี้ปม'คอรัปชั่น'ขยายผลถึงคดีอุ้มฆ่า ขณะที่ 'ทนายเอกยุทธ' ระบุ รัฐบาลแอบดันร่างกฎหมายเพิ่มอำนาจอัยการ
22 มิ.ย.56 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันพัฒนาการเมือง, กลุ่มกรีน โพลิติก, ชมรม สสร.50 และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จัดเสวนา เรื่อง " อุ้มฆ่า กับการก่ออาชญากรรม " โดยมี นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจการเงินและอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง, นางอังคณา นีละไพจิตร ภรรยานายสมชาย อดีตทนายความที่ถูกอุ้มหายตัวไป , พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล และ นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด เลขาธิการ ครป. ร่วมเสวนา
โดยนายสุวัตร ทนายความนายเอกยุทธ กล่าวว่า ประเด็นการอุ้มฆ่ามีจริงและเกิดขึ้นอย่างหนัก ช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยเป็นนายกรัฐมนตรี และในรัฐบาลชุดปัจจุบันเนื่องจากรัฐบาลลุแก่อำนาจ พยายามรวบอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ โดยส่งคนของตนเองเข้าไปเป็นผู้บริหารสูงสุดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และพยายามเพิ่มอำนาจให้อัยการสูงสุด (อสส.) โดยแก้รัฐธรรมมูญ มาตรา 68 และเตรียมออกร่างกฎหมายว่าด้วยการชะลอการเอาผิด ให้อำนาจ อสส.ใช้ดุลยพินิจว่าในคดีที่ถูกยื่นฟ้องว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้องก็ได้ ดังนั้นเป็นไปได้ว่าพวกพ้องของเขาที่มีเรื่องฟ้องร้องอาจจะได้รับการช่วยเหลือ แต่หากเป็นคนขั้วตรงข้ามอาจเร่งรัดคดีให้เร็วเป็นพิเศษ เบื้องต้นทราบว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการพิจารณาของสำนักงานกฤษฎีกาแล้ว และรอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ ก่อนส่งเรื่องไปยังสภาฯ
นายสุวัตร กล่าวต่อว่า คดีอุ้มฆ่านายเอกยุทธ ตนเชื่อว่ามีความพยายามทำให้คดีล่าช้าหรือไม่ยอมทำคดีเลย และคนที่อยู่เบื้องหลังเป็นเจ้าพนักงานที่รู้การสืบสวนสอบสวน เพราะมีการทำลายหลักฐาน นอกจากนั้นแล้วก่อนที่ตนจะเข้ามาเป็นทนายให้กับนายเอกยุทธ ได้พูดคุยกันหลายเรื่อง อาทิ การฟ้องเอาผิด พล.ต.อ.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบ.ช.น.และพวก และมีคำพูดเหมือนสั่งเสียว่า หากนายเอกยุทธตายมีเฉพาะเรื่องดังกล่าวเรื่องเดียว
ด้านนางอังคณา นีละไพจิตร กล่าวว่า คดีอุ้มนายสมชายได้เกิดขึ้นมาหลายปีแต่ไม่สามารถคลี่คลายคดีดังกล่าวได้ โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ถือเป็นหน่วยงานที่มีส่วนสำคัญในการทำคดีดังกล่าวหรือคดีอุ้มฆ่าสำคัญ แต่ปัจจุบันไม่มีความคืบหน้าชัดเจน ดังนั้น หากดีเอสไอไม่ยอมทำคดีสำคัญ ตนมองว่าไม่ควรมีดีเอสไออีกต่อไป
ขณะที่ พ.ต.ท.สันธนะ อดีต รอง ผกก.ตำรวจสันติบาล กล่าวว่า ตั้งแต่มีคดีอุ้มหายนายสมชาย จะพบว่า ประเด็นเริ่มสำคัญคือ ผู้นำองค์กร ที่ยอมรับวิธีการเดิมๆ การอุ้ม การฆ่าเพื่อเป็นผลประโยชน์ตอบแทนนักการเมืองที่เข้าไปแทรกแซง โดยทำเพื่อแลกกับการอยู่ในตำแหน่งต่อไป สมัยปัจจุบันโลกเข้าสู่ยุคเทคโลโลยี ทีวีมีระแบบเอชดี ให้ภาพคมชัด แต่การกระทำที่เกิดขึ้นเหมือนเหตุการณ์เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา กลายเป็นองค์กรอาชญากรรม
" ปัจจุบันมีบริษัทฆ่าเอง บริษัทอุ้มเอง จำกัด และไปจดทะเบียนรับรองที่สตช. โดยผู้นำองค์กรคนปัจจุบัน ท่านกำลังสร้างผลิตผลรุ่นใหม่ ผมไม่อยากใช้คำว่า นักฆ่ารุ่นใหม่ แต่อยากให้พวกเขารู้ไว้ว่าประชาชนรู้ว่ากำลังทำอะไร อย่างไรก็ตามผมพร้อมจะเดินหน้า ไปทุกจุด ทุกเหตุการณ์ ไม่ห่วงแม้จะถูกอุ้ม ฆ่าเหมือนอย่างนายเอกยุทธ " พ.ต.ท.สันธนะ กล่าว
ด้านนายสุริยันต์ เลขาธิการ ครป.กล่าวว่า พ.ต.ทักษิณ ถือเป็นสัญลักษณ์ของอาชญากรรมข้ามชาติ ตอนนี้มีการพัฒนาจากการอุ้มฆ่าทั่วไป เป็นสู่การคอรัปชั่น โดยเงินที่มาจากการคอรัปชั่นนั้นจะเป็นต้นทุนของการก่ออาชญากรรม ทั้งนี้ตนขอเสนอทางออกโดยการให้มีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากรัฐสภาและให้ประชาชนตระหนักถึงเรื่องการคอรัปชั่น ส่วนำกรณีที่มีเหตุอุ้มฆ่า หรือฆ่าตัดตอน ตนอยากให้รัฐมีการเยียวยา
"วสิษฐ"ชี้ปมสอบสวนอุ้มฆ่า"เอกยุทธ"ทำประชาชนสงสัย ไม่เชื่อรัฐบริสุทธ์
พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองผบ.ตร.เเละผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มไทยสปริง ปาฐกถาในหัวข้อ รัฐตำรวจในระบอบเผด็จการทุนนิยมสามานย์ ในเวทีเสวนาอุ้มฆ่ากับการก่ออาชญากรรมโดยรัฐว่า การปกครองประเทศภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบัน เป็นระบอบเผด็จการทุนสามานย์ ผู้ใช้ทุนนึกถึงแต่ความมั่งคั่งของตนเองและพรรคพวกไม่คำนึงถึงประชาชน การใช้ระบอบนี้ทำให้เกิดปัญหาขึ้นอย่างมาก เช่น ปัญหาจากโครงการรับจำนำข้าวที่ทำโดยไม่คิดถึงระบบเศรษฐกิจและพาณิชย์ โครงการบริหารจัดการน้ำที่ทำการอย่างรวบรัดและไม่โปร่งใส การแทรกแซงการแต่งตั้งข้าราชการ
"ส่วนเรื่องคดีอุ้มฆ่านายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดังนั้น ยังไม่มีการยืนยันว่า เป็นฝีมือของรัฐหรือไม่ แต่มีพิรุธหลายอย่างที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถเชื่อได้ว่ารัฐบริสุทธิ์ ตนไม่คิดที่จะโทษเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงาน แต่โทษผู้บังคับบัญชามากกว่า เพราะการออกแถลงข่าวแต่ละครั้งของทางตำรวจชั้นผู้ใหญ่เหมือนเป็นประชาสัมพันธ์ของผู้ต้องหา ทำให้เจ้าหน้าที่ชั้นรองลงไปเกิดการลังเลในการทำงาน นอกจากนี้การตรวจหลักฐานต่างๆก็ทำโดยไม่ละเอียดรอบคอบ" พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าว



