
'นายกฯ'จ้อTVยันจำนำข้าวช่วยชาวนา
'ยิ่งลักษณ์'จัดรายการ'รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน'แจงจำนำข้าวช่วยชาวนา พร้อมเดินหน้าตรวจสอบโกดังเพื่อให้ทุกอย่างโปร่งใส
22 มิ.ย.56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จัดรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" พร้อมด้วยนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมี นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ แจงจำนำข้าวช่วยชาวนา ชี้ลดราคายึดตลาดโลก ยันทุกอย่างโปร่งใส
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงโครงการรับจำนำข้าวว่า ตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารประทศ ก็ทำการศึกษาการแก้ปัญหาความยากจนของประชาชน ซึ่งพบว่าช่องว่างของผู้มีรายได้มากกับผู้มีรายได้น้อยมีอยู่มาก และเกษตรกรก็มีรายได้ต่ำ ราคาข้าวก็ไม่เป็นไปตามตลาด มีการกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง ทำให้ชาวนาไปกู้หนี้นอกระบบ รัฐบาลจึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้ชาวนามีชีวีตที่ดีขึ้น จึงหาแนวทางให้มีผลผลิตสูงสุด และพยุงราคาข้าวให้ดีขึ้น จึงเป็นที่มาของนโยบายจำนำข้าว เพื่อให้ข้าวมีราคาเป็นธรรมกับชาวนา ให้ชาวนามีคุณภาพชีวิตดี ตามนโยบายเร่งด่วนใน 1 ปีแรก จากนั้นมีการเรียกร้องให้เดินหน้าโครงการในปีที่ 2 แต่โครงการจำนำข้าวเราจัดสรรเพื่อการดูแล เช่นเดียวกับผู้ใช้แรงงานก็มีการปรับคาแรงเป็น 300 บาท เพื่อให้คนกลุ่มนี้ลืมตาอ้าปากได้ และทำให้ระบบเศรษฐกิจมีการใช้จ่ายมากขึ้น
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการปรับลดราคาเป็นการเสนอจาก คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) เสนอมายังคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งรัฐบาลก็มีหน้าที่สร้างความสมดุลทั้งมิติราคาพันธุ์ข้าว คุณภาพของข้าว และจะทำอย่างไรให้สะท้อนราคาตลาดโลกด้วย ซึ่งโครงการรัฐบาลต้องยึดราคาตลาดโลกในระดับหนึ่ง เมื่อบวกกับค่าเงินบาทแข็ง และประเทศเพื่อนบ้านมีการส่งออกข้าวเพิ่มขึ้น จึงต้องมีการสร้างความสมดุล แต่ถ้าตลาดโลกสูงขึ้นเราก็ต้องปรับขึ้นด้วย เพื่อความยืดหยุ่น ที่สำคัญรัฐบาลต้องรักษาวินัยการเงิน การคลัง ทำให้ต้องพิจารณาแต่ละมิติให้สมบูรณ์ร่วมกัน เพราะรัฐบาลนี้ให้ความสนใจกับวินัยการเงินการคลัง จึงเป็นที่มาความเห็นชอบของครม. แต่กรณีนี้ต้องไม่ให้ชาวนาขาดทุน เพราะเป็นสิ่งที่ยึดมั่นมาตลอด
"นอกจากนี้ครม.ได้เร่งรัดเรื่องกำหนดพื้นที่เพาะปลูกหรือเกษตรโซนนิ่ง เพื่อให้มีการหาพื้นที่ทำการเกษตรว่าพื้นที่ไหนเพาะปลูกดี มีราคาดี รัฐบาลสนับสนุนให้มีการปลูกต่อไป เพราะจริงๆแล้วพืชเศรษฐกิจสำคัญๆยังมีความต้องการอีกมาก เช่น อ้อย มันสำปะหลัง รัฐบาลก็จะให้กระทรวงเกษตรไปแนะนำชาวบ้าน เพื่อให้เกิดรายได้ยั่งยืน ส่วนเรื่องข้าวที่ผ่านมายังไม่มีการสร้างมูลค่าเพิ่ม ก็มีมติให้มีการบูรณาการงานวิจัยเกี่ยวกับข้าวเพิ่มเช่นกัน ขณะที่ข้าวอินทรีทางยุโรปยังต้องการ จึงอยากให้มีการผลิตข้าวประเภทนี้ให้มากขึ้น และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าพื้นที่เพื่อรับฟังเกษตรกร เพราะส่วนไหนเป็นความทุกข์ของเกษตรกร เป็นความทุกของรัฐบาลเช่นกัน" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่ออีกว่า ขณะที่ความโปร่งใส่ได้ให้ กขช.ไปติดตามเพื่อให้เกิดความโปรงใสให้เป็นแผนงานการเร่งรัดตรวจสอบได้ โดยมีการตั้งบริษัทเพื่อไปสำรวจโกดังข้าวทุกที่เพื่อตรวจสอบให้ทุกอย่างโปร่งใส่ ไม่มีการทุจริต ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ก็โอนเงินไปถึงมือชาวนาได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมุ่งมั่นว่า นโยบายจำนำข้าว เป็นนโยบายสร้างชีวิตให้ชาวนา แต่ต้องดำเนินการยืดหยุ่นและรักษาสมดุล โดยหลักการต้องทบทวนราคาตลอดเวลาเพื่อรักษาสมดุลให้ได้ ทำให้รัฐบาลต้องดูเรื่องค่าใช้จ่ายให้ชาวนา เพื่อเป็นการสร้างความเติบโตเศรษฐกิจในประเทศให้ได้อย่างยั่งยืน และเพื่อให้เราเป็นแหล่งอาหารโลก เป็นครัวไทยสู่ครัวโลกให้เกิดขึ้นจริง เพราะหลายประเทศก็ยังมีความต้องการ
“ขอขอบคุณที่ให้ความไว้วางใจถึงทุกวันนี้ ไม่มีสิ่งใดวันเกิด มีแต่ความรักความปรารถนาดีเพื่อทำงานให้ประชานตอลดไป”น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ด้านนายนายกิตติรัตน์ กล่าวถึงผลการลดราคาจำนำข้าวจาก 15,000 บาทต่อตันเ ป็น 12,000 บาทต่อตันว่า ช่วงการกำหนดราคารับจำนำตอนนั้น มีราคาข้าวต่างจากปัจจุบัน มีอัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างกัน อุปทานการผลิตของคู่แข่งก็ต่างกัน ทำให้ส่วนต่างราคาและต้นทุนราคามีการกำหนดคร่าวๆไว้ ซึ่งต้องเป็นวินัยการคลังที่ต้องดูแล เพราะการดูแลในกรอบเหมาะสมเป็นเรื่องจำเป็น แต่การขายข้าวเมื่อเทียบกับตลาดโลก เราต้องอยู่กับความจริง และรับจำนำที่ลดลงไปบ้าง แต่ถ้าราคาเปลี่ยนแปลงก็สามารถกำหนดราคาใหม่ได้ เพราะกลไกตลาดโลกเป็นเรื่องสำคัญ การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ต้องทำ แต่ไม่ใช่เรื่องถอยอะไร
“ผมไม่เห็นด้วยใช้คำว่าขาดทุน เพราะการดูแลเกษตรกรต้องมีเงินอุดหนุนเข้าไป จึงอยากให้คนทั้งประเทศจะเข้าใจเกษตรกรและรัฐบาลด้วย แต่การปิดบัญชีของกขช.มีข้อมูลชัด รัฐบาลก็ใช้ข้อมูลนี้เป็นแนวทาง หากรัฐบาลใช้งบขาดดุลมากๆ การดูแลเกษตรกรสามารถทำได้ แต่เรามีความชัดเจนการเข้าสู้วินัยการคลังในงบสมดุล”นายกิตติรัตน์ กล่าว
นายวราเทพ กล่าวว่า เรื่องตัวเลขขาดทุนเป็นการประกอบพิจารณา แต่ตัวเลขที่เกิดขึ้นเป็นตัวเลขคลาดเคลื่อนอย่างมากถึง 2.6 ล้านบาท ทำให้สร้างความกังวลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง แต่รัฐบาลได้มีตัวเลขชัดเจนจากเอกสารก็พบว่ามีผลการดำเนินการขาดทุนแค่ 1.36 แสนล้านบาทเท่านั้น โดยมีการคำนวนจากสต็อกข้าวที่เหลือและต่ำที่สุด และเป็นการคาดการณ์จากการขาดทุนมากที่สุด แต่วันนี้มีความพยายามพูดถึงตัวเลข 2.6 แสนล้านบาท เพราะตัวเลขไม่ตรงเป็นการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ข้าวสารที่ยังไม่ส่งมอบก็มีการยืนยันว่า ยังไม่บันทึก ดังนั้นหากมีการสำรวจจริงจะพบว่าตัวเลขจะลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
ขณะที่นายบุญทรง ได้ชี้แจงถึงมติของมติของ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) กรณีการปรับราคาจำนำข้าวจาก 15,000 บาทต่อตันและ เป็น 12,000 บาทต่อตัน ว่า ในการประชุม กขช. เมื่อวันที่19 มิ.ย.ได้มีมติที่จะมีการปรับปรุงให้โครงการรับจำนำข้าวในฤดูกาลปัจจุบันนี้เป็นฤดูกาลนาปรังสำหรับปี 2556 โดยเงื่อนไขที่จะมีการเปลี่ยนแปลงจะมีอยู่ 2 ประเด็นหลักที่สำคัญ 1.จะจำกัดปริมาณมูลค่าข้าวสำหรับเกษตรกรชาวนาให้เข้าโครงการได้ไม่เกินครัวเรือนละ 500,000 บาท เพราะรัฐบาลต้องการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาซึ่งเป็นรายย่อย ดังนั้น รัฐบาลจะไปดูสถิติ ซึ่งปรากฏว่าขณะนี้เกษตรกรชาวนาที่อยู่ภายนอกโครงการยังไม่ได้เข้ามา ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อยแทบทั้งสิ้น ทำให้การกำหนดมาตรการที่วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ก็มีความเหมาะสม
นายบุญทรง กล่าวต่อว่า 2.เรื่องของราคา รัฐบาลจะมีการใช้ราคารับจำนำใหม่สำหรับข้าว 100 เปอร์เซ็นต์ ที่ราคา 12,000 บาท ซึ่งได้พิจารณาร่วมกันในหลายหน่วยงานด้วยกัน ทั้งกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเป็นกระทรวงซึ่งให้ข้อมูลที่มีความสำคัญ สุดท้ายก็มายุติที่ราคา 12,000 บาทต่อตัน สำหรับข้าวขาว 100 เปอร์เซ็นต์ ที่ความชื้น 15 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 เรื่อง จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 20 มิถุนายน เป็นต้นไป ส่วนราคาใหม่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน ที่ราคา 12,000 ฉะนั้นราคาเดิม 15,000 บาท ยังสามารถใช้ในการรับจำนำได้ต่อไปเรื่อยๆ จนถึงวันที่ 29 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันสุดท้าย วันที่ 30 มิถุนายน จะเป็นวันแรกที่จะเริ่มต้นใช้ในราคาใหม่
"ส่วนผลกระทบนั้น คงจะมีบ้าง แต่ราคาที่รัฐบาลปรับลดลงมานี้ ส่วนหนึ่งรัฐบาลได้มีการคำนึงถึงข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาต้นทุน ในเรื่องปริมาณข้าวต่อราย อย่างไรก็ตามรัฐบาลยอมรับว่าการปรับเงื่อนไขหรือรายละเอียด ก็ย่อมต้องมีผลกระทบ ซึ่งรัฐบาลยังเน้นดูแลเลือกที่จะดูแลเกษตรกรรายย่อยซึ่งเมื่อรัฐบาลมีมติเรียบร้อย ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมในเรื่องของการช่วยดูแลต้นทุน ในเรื่องปัจจัยการผลิตไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยหรืออย่างใดก็ตาม ซึ่งตรงนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรีบไปดำเนินการช่วยเหลือต่อไป" นายบุญทรง กล่าว



