
'มท.1'สั่งผู้ว่าฯแจงชาวนาปมจำนำข้าว
'จารุพงศ์' สั่งผู้ว่าฯแจงชาวนาปมลดราคาจำนำข้าว พร้อมกำชับเร่งรัดโครงการ 'ปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษามหาราชินี' หวังดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม
21 มิ.ย.56 ที่กระทรวงมหาดไทย นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองโฆษกกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายข้าราชการประจำ แถลงข่าวชี้แจงโครงการรับจำนำข้าวว่า นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน ถึงเหตุผลเกี่ยวกับที่รัฐบาลดำเนินการปรับราคาจำนำข้าว จากตันละ 15,000 บาท เป็นราคาตันละ 12,000 บาท และกำชับให้ผู้ว่าฯลงพื้นที่ตรวจสอบกระบวนการดำเนินงานในโครงการรับจำนำข้าวของโรงสีต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อป้องกันการทุจริต และการจัดเก็บข้าว เป็นต้น โดยให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดรายงานผลการดำเนินงานดังกล่าวมาที่กระทรวงมหาดไทยภายในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ นอกจากนี้ให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัดสำรวจเกษตรกรว่า จะมีข้าวเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวรอบใหม่จำนวนเท่าไหร่
'มท.1' จี้ผู้ว่าฯเร่งรัดปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษามหาราชินี
นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ตรวจราชกรกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองโฆษกกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวว่า นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย และนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดทำแผนปฏิบัติงานโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี โดยเน้นย้ำให้ผู้ว่าฯ บริหารงบประมาณในการดำเนินการ เพื่อให้การปลูกป่าทันช่วงฤดูฝนนี้ นอกจากนี้ ขอให้ผู้ว่าฯ จัดทำแผนการดำเนินการ รวมถึงการสำรวจพื้นที่ปลูกป่า ว่าสามารถทำได้จริง และต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อเป็นการปลูกฝังประชาชนให้หวงแหนและเป็นการพิทักษ์ป่าอย่างยั่งยืน
'มท.1' สั่งผู้ว่าฯประสานงานวิทยุท้องถิ่นถ่ายทอดรายการ 'รบ.ยิ่งลักษณ์พบปชช.' ชี้แจงจำนำข้าว
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ในช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมได้เชิญนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์มาชี้แจงถึงมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ปรับลดอัตรารับจำนำข้าว โดยนายวราเทพและนายบุญทรงพร้อมที่จะชี้แจงกับที่ประชุมพรรคในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้เพื่อทำความเข้าใจกับส.ส.ถึงเหตุผลและความจำเป็นของรัฐบาล และเพื่อนำไปอธิบายกับประชาชนต่อไป
นายจารุพงศ์กล่าวอีกว่า ส่วนการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชี้แจงกับผู้เกี่ยวข้องและเกษตรกรในพื้นที่นั้น ได้สั่งกำชับให้ผู้ว่าเร่งทำความเข้าใจ และขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานกับวิทยุในท้องถิ่นเพื่อประสานการถ่ายทอดสัญญาณของรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ในหัวข้อโครงการรับจำนำข้าวที่จะออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 และวิทยุแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน โดยนายวราเทพและนายบุญทรงจะเป็นคนชี้แจง เมื่อจบรายการแล้วรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจะส่งหนังสือชี้แจงจำนวน 4 หน้า ไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้เป็นคู่มือในการชี้แจงกับเกษตรกรและทุกภาคส่วน
นายจารุพงศ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ดีการสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งนี้ไม่ได้มีการคาดโทษผู้ว่าราชการจังหวัดในการทำความเข้าใจกับชาวนา ที่ผ่านมาผู้ว่าฯ ได้รายงานความคืบหน้าและทำการชี้แจงอย่างเต็มที่โดยรายงานกลับมาที่โปรแกรม line ให้ทราบอย่างต่อเนื่อง ไม่มีใครใส่เกียร์ว่างเพราะทราบดีว่าเป็นนโยบายสำคัญ อย่างไรก็ดี ตนจะกำชับให้นายอำเภอไปทำอย่างเดียวกับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยให้ทำการชี้แจงซ้ำทุกอำเภอ โดยเฉพาะอำเภอที่มีข้าวนาปลังในฤดูกาลที่จะเก็บเกี่ยวนี้
'มท.1' ชม 'แซม' ช่วยงานได้เยอะ
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนเป็นคนเสนอแนวคิดในการแต่งตั้งนายยุรนันท์ ภมรมนตรี เป็นที่ปรึกษารมว.มหาดไทย และโฆษกประจำกระทรวงมหาดไทยด้วย เนื่องจากเห็นว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถ ให้คำปรึกษาในเรื่องต่างๆได้ นอกจากนี้นายยุรนันนท์ยังมีความใกล้ชิดกับคนกรุงเทพฯ รู้ความต้องการของประชาชนจากการที่ได้ลงเลือกตั้งส.ส.มา น่าจะสามารถทำความเข้าใจกับประชาชนโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ได้ มั่นใจว่านายยุรนันท์จะช่วยงานตนและกระทรวงได้เป็นอย่างดี
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการตอบแทนที่นายยุรนันท์ลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อเพื่อมาลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม.เขตดอนเมืองแล้วแพ้การเลือกตั้ง นายจารุพงศ์ กล่าวว่า เป็นเพียงการให้กำลังใจและให้รางวัลคนที่ตั้งใจทำงาน โดยก่อนเข้ารายงานตัวที่กระทรวงมหาดไทยเมื่อวานนี้ (20มิ.ย.) นายยุรนันท์ก็ระบุว่ายินดีกับตำแหน่งนี้และเต็มใจจะช่วยงานในกระทรวง ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี
'จารุพงศ์' เรียก 'รมต.-ส.ส.' ถกสัปดาห์หน้าก่อนลงพื้นที่แจงชาวนา
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการออกมาคัดค้านของชาวนากรณีรัฐบาลลดราคารับจำนำข้าวว่า ไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติของระบอบประชาธิปไตย พี่น้องประชาชนมีสิทธิแสดงความคิดเห็น ไม่เสแสร้ง รัฐบาลรับได้ เพราะนี่คือความต้องการของประชาชนภายใต้ระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่แบบเผด็จการ ส่วนความคิดเห็นที่แตกต่างนั้นก็ต้องมาคุยกันด้วยเหตุด้วยผล รัฐบาลพร้อมเปิดใจรับฟังทุกคน ทั้งนี้ ในสภาวการณ์เช่นนี้ก็ต้องทำให้ดีที่สุด หากถามว่าขัดกับนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาหรือไม่นั้น ต้องเข้าใจว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็น 1 ใน 16 ข้อของนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล แต่ราคาข้าวตอนนี้ต้องปรับตามกลไกตลาดโลก หากอนาคตราคาข้าวในตลาดโลกสูงขึ้นก็ปรับมาที่ 15,000 บาทต่อตันตามเดิมได้ หรืออาจปรับสูงกว่าเดิมได้อีก ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องตายตัวที่จะกำหนดราคาเท่านี้ตลอดไป
โดยในส่วนของกระทรวงมหาดไทยก็ได้มีการเรียกผู้ว่าฯมาประชุมชี้แจงทำความเข้าใจไปแล้ว ให้สื่อสารกับเกษตรกร ชาวนาตามนโยบายของรัฐบาลที่ออกมาอย่างถูกต้องครบถ้วน เชื่อว่าอาจมีผู้ที่ได้รับผลกระทบบ้างแต่ทั้งหมดไม่ได้หมายความว่าชาวนาจะขาดทุน ก็ยังได้กำไรอยู่ ส่วนที่ขาดทุนคือกำไร เพราะทุนแค่ 8 พันบาท รัฐบาลลดราคารับจำนำราคาข้าวมาอยู่ที่ 12,000 บาทต่อตัน ชาวนาก็ยังรับได้อยู่ อย่างไรก็ตาม ภายในอาทิตย์หน้าจะมีการประชุมหารือทำความเข้าใจในเรี่องดังกล่าวกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและส.ส.พรรคเพื่อไทย เพื่อเตรียมลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับเกษตรกร ชาวนาในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศด้วย
'มท.2' สั่งตั้งศูนย์รับร้องทุกข์ลูกหนี้นอกระบบ
พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ได้ให้นโยบายไปกับผู้ว่าราชการจังหวัดให้กำกับดูแล โดยให้ตั้งศูนย์อำนวยความเป็นธรรม มีนายอำเภอกำกับดูแลเป็นหัวหน้าศูนย์ โดยทำป้ายประกาศให้ประชาชนทราบ เพื่อให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาเป็นหนี้เงินกู้ด้วยดอกเบี้ยเกินอัตราได้มาร้องทุกข์ นอกจากนี้ ให้เสาะแสวงหาว่ามีนายทุนที่ให้กู้เงินอัตราดอกเบี้ยสูงเกินอัตรา และมีรายใดที่จ้างคนทวงหนี้ด้วยการใช้อันธพาลข่มขู่ด้วยวิธีรุนแรง เบื้องต้น ให้ทำการไกล่เกลี่ยและประนอมหนี้ ตามแนวทางการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง หรือตั้งคณะทำงานเจรจาหนี้แล้วจัดทำสัญญายินยอม แต่หากพบว่ามีการกระทำที่เป็นลักษณะข่มขู่หรือใช้กำลังคุกคามทำร้ายประชาชนให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด
"เท่าที่ทราบปัญหานี้มีอยู่ทั่วไป โดยมีการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราอีกมาก ผมได้ประชุมกับนายอำเภอ 321 อำเภอและสถานีตำรวจทั้งหมดทางภาคอีสานเพื่อกำชับให้ทำเรื่องนี้ ซึ่งต่อไปจะไปประชุมกำชับกับทุกภาคเพื่อบอกว่านโยบายนี้เป็นนโยบายที่รัฐบาลขอให้ดำเนินการ โดยจะไปรับฟังด้วยว่ามีปัญหาในการปฏิบัติงานตามนโยบายนี้หรือไม่” รมช.มหาดไทย กล่าว



