
'โจลี่'เยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยในจอร์แดน
'แองเจลีน่า โจลี่'เยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยใน'จอร์แดน'ใกล้ชายแดนซีเรีย เนื่องใน'วันผู้ลี้ภัยโลก'
21 มิ.ย.56 นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR และแองเจลีน่าโจลี่ นักแสดงหญิงชื่อดัง ผู้มีตำแหน่งทูตพิเศษของ UNHCR ได้ไปเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัย ซาตารี ใกล้กับชายแดนซีเรีย เมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งตรงกับวันผู้ลี้ภัยโลก (World Refugee Day)
ทั้งนี้ วันผู้ลี้ภัย สถาปนาขึ้นโดยสหประชาชาติ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ลี้ภัยที่จำต้องอพยพออกจากบ้านเรือน เพราะถูกข่มเหงรังแก , สงครามและความรุนแรง โดยโจลี่ กล่าวที่ค่ายผู้ลี้พัย ซาตารี ที่ใหญ่ที่สุดของจอร์แดนว่า สงครามกลางเมืองในซีเรีย เป็นวิกฤติด้านมนุษยธรรมที่ร้ายแรงที่สุดของโลก และเรียกร้องให้บรรดาผู้นำโลก ใช้ความพยายามทางการทูตเพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้นให้สำเร็จให้ได้ ซึ่งประชาชน 1 ล้าน 6 แสนคน ได้หลั่งไหลออกจากซีเรีย โดยไม่มีอะไรติดตัวนอกจากเสื้อผ้า และกว่าครึ่งเป็นเด็ก พวกเขาต้องทิ้งประเทศบ้านเกิด โดยมีคนอีกหลายล้านที่อยู่เบื้องหลังต้องไร้ที่อยู่อาศัย หิวโหย สูญเสียและหวาดกลัว
อีกทั้ง โจลี่กลับไปทำงานด้านมนุษยธรรม หลังจากประกาศเมื่อเดือนที่แล้วว่า เธอเข้ารับการผ่าตัดเต้านมหลังแพทย์ตรวจพบว่า เธอมียีน BRCA1 อยู่ในร่างกาย ซึ่งส่งผลให้เธอมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมสูงกว่าคนปกติถึง 87 เปอร์เซ็นต์ และเสี่ยงเป็นมะเร็งรังไข่สูง 50 เปอร์เซ็นต์ การไปเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัย ซาตารี เป็นการปรากฏตัวต่อสาธารณชนครั้งแรก ร่วมกับ UNHCR หลังเข้ารับการผ่าตัด
เธอบอกว่า ภายในสิ้่นปีนี้ ประชากรครึ่งหนึ่งของซีเรีย หรือราว 10 ล้านคน จะต้องการอาหาร ที่พักพิงและความช่วยเหลืออย่างยิ่ง และจะต้องหาทางรัาบมือ ปัจจุบัน จอร์แดน ต้องแบกรับผู้อพยพจากซีเรียมากกว่า 5 แสนคน รวมทั้งที่ค่ายซาตารี ที่มีมากถึง 185,000 คน ทำให้ซาตารีกลายเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดเป็นดันดับ 4 ของจอร์แดน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนกรกฎาคม ค่ายซาตารี กลายเป็นค่ายที่รับผู้ลี้ภัยใหญ่ที่สุดอันดับที่ 2 ของโลก ส่วนค่ายที่ใหญ่ที่สุด คือ ค่ายดาดาอับ ในเคนยา ที่รับผู้อพยพชาวโซมาลีไว้ถึง 463,000 คน สื่อมวลชนในภูมิภาค รายงานในสัปดาห์นี้ว่า มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ใกล้กับชายแดนจอร์แดนที่คาดว่าจะไปช่วยประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซ้าดของซีเรีย ยึดจังหวัดดารา ที่อยู่ทางใต้คืนจากฝ่ายกบฎ ซึ่งจังหวัดนี้เปรียบเสมือนเส้นชีวิตของฝ่ายกบฎที่ใช้ในการลำเลียงอาวุธเพื่อโจมตีและโค่นอำนาจประธานาธิบดีอัสซ้าด ทำให้จอร์แดนต้องเพิ่มมาตรการรักษาความมั่นคง ด้วยการประจำการทหารเพิ่มตลอดแนวพรมแดนที่ติดกับซีเรีย



