
กองทุนดัน 5 กีฬา เทียบเท่าโอลิมปิก
กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เตรียมดัน 5 กีฬาที่ไม่มีแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ ให้ได้เงินรางวัล เท่ากีฬาโอลิมปิกเกมส์ ทั้ง ตะกร้อ, กอล์ฟ, มวยไทย, โบว์ลิ่ง และ บิลเลียด-สนุกเกอร์ บิ๊กอ๊อด พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานโอลิมปิกไทยฯ เป็นประธานพิจารณาให้รอบคอบ
พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ ที่ห้องประชุม 301 อาคารบัญชาการทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น “เสธ.หนั่น” เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้อนุมัติจ่ายเงินรางวัลและเงินสนับสนุนการพัฒนากีฬาของชาติ ตามที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ได้เสนอ 2 ครั้ง แบ่งเป็น ครั้งที่ 1 จำนวน 9 รายการ 24,065,900 บาท และ 65,526,500 บาท รวมทั้งสิ้น 89,592,400 บาท โดยได้กำชับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะผู้จัดการกองทุนให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว มิให้นักกีฬาได้รับเงินล่าช้า จนกระทั่งมีการร้องเรียนผ่านสื่อเหมือนที่ผ่านมา
“เสธ.หนั่น” กล่าวอีกว่า ที่ประชุมมีการหารือเรื่องการแก้ไขประกาศท้ายระเบียบ พร้อมทั้งเห็นชอบในหลักการจำนวนทั้งสิ้น 12 รายการ โดยมีรายการที่สำคัญได้แก่ การเพิ่มระดับกีฬา 5 ชนิด ให้ได้รับเงินรางวัลเทียบเท่ากีฬาที่มีแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ ได้แก่ ตะกร้อ, กอล์ฟ, มวยไทย, โบว์ลิ่ง และ บิลเลียด-สนุกเกอร์ ซึ่งตามระเบียบเดิม กีฬาที่ไม่มีในโอลิมปิกเกมส์ จะได้รับเงินรางวัลเพียงครึ่งเดียว จากกีฬาที่มีแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ โดยแต่งตั้ง “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานคณะทำงานเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบ และต้องตอบสังคมได้เนื่องจากอาจจะมีอีกหลายสมาคมกีฬาที่เห็นว่าไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเห็นว่า กีฬาทั้ง 5 ชนิด เป็นกีฬาที่นักกีฬาไทยมีศักยภาพและมีขีดความสามารถสูง และบางชนิดเป็นกีฬาไทยที่ควรจะอนุรักษ์ไว้
นอกจากนี้ ยังมีการแก้ไขระเบียบ อนุมัติให้นักกีฬาคนพิการ ที่ได้เหรียญรางวัลจากกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ได้รับเงินสวัสดิการนอกเหนือจากเงินรางวัล โดยแบ่งจ่ายเป็นรายเดือน ในระยะเวลา 5 ปี เช่นเดียวกับนักกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ส่วนเงินรางวัลที่จะมอบให้นักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัลจากกีฬาเอเชี่ยนยูธเกมส์ และกีฬาเอเชี่ยนมาร์เชี่ยลอาร์ทเกมส์ ที่ประชุมเห็นชอบให้ยึดหลักเกณฑ์เงินรางวัลที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน คือ เอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ และเอเชี่ยนบีชเกมส์ คือ ทอง 2 แสนบาท, เงิน 1 แสนบาท และทองแดง 5 หมื่นบาท
นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท.ในฐานะผู้จัดการกองทุน กล่าวถึงสถานะทางการเงินของกองทุนในขณะนี้ว่า จนถึงวันที่ 30 เมษายน กองทุนมีเงินคงเหลือประมาณ 419 ล้านบาท



