
สะดุดรักที่แผงขายปลาร้า
สะดุดรักที่แผงขายปลาร้า : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // สุชาติ สูงเรือง
วาสนาชะตาฟ้าลิขิต บางครั้งเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าดีหรือร้าย ก็เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว เหมือนดังเช่นละครชีวิตของ "วาสนา" ปัจจุบันอายุ 42 ปี ใช้นามสกุล "เบาร์ยิง" ตาม "อดีนุส อนอดุส มาเวีย เบาว์ยิง" ชาวเนเธอร์แลนด์ สามีที่อายุห่างกัน 20 ปีเต็ม
ชีวิตวัยเด็กของลูกชาวนาอย่าง วาสนา เด็กหญิงชาวตำบลหัวช้าง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด เกิดและเติบโตท่ามกลางความยากจนที่รายล้อม เรียนหนังสือจบระดับประถมศึกษาก็ต้องออกมาช่วยพ่อแม่ทำนา ใช้ชีวิตเฉกเช่นเดียวกับบรรพบุรุษที่ผ่านมา เมื่อถึงเวลาก็แต่งงานกับคนรัก มีลูกด้วยกันสองคน เลี้ยงดูกันตามประสาคนจน หาเช้ากินค่ำ สามีรับจ้างทำงานทุกอย่าง ส่วนเธอก็ยึดอาชีพทำปลาร้า ทำส้มผักดองไปขายที่ตลาด ขายตั้งแต่ถุงละ 5 บาทจนถึงปัจจุบันราคา 10 บาท ชีวิตก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น
เมื่อความยากจนคืบคลานเข้ามา ขณะที่ลูกๆ โตขึ้น ภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวก็สูงขึ้น เงินรายได้หาเช้าไม่พอกินค่ำ สามีจึงไปทำงานถึงกรุงเทพฯ และเมื่อเอ่ยปากชวนไปด้วย วาสนาคิดตรึกตรองแล้วว่าการใช้ชีวิต 4 คนในเมืองหลวงอาจยากเย็นกว่ายอมอดอยากอยู่บ้าน อย่างน้อยลูกก็ยังมีพี่ป้าน้าอาคอยช่วยดูแล เธอจึงปฏิเสธที่จะย้ายถิ่นฐานตามสามี
ความรักเมื่ออยู่ไกลก็ย่อมจืดจางไปตามระยะทางและเวลา จากที่เคยไปมาหาสู่ สามีเริ่มห่างหายและที่สุดก็หายไปจากชีวิตเธอ ปล่อยให้เลี้ยงดูลูกตามลำพังด้วยเงินรายได้จากการขายปลาร้า
"ชีวิตช่วงนั้นลำบากมาก ทุกข์กายทุกข์ใจ เห็นเพื่อนบ้านหลายคนมีผัวฝรั่ง เขาดูแลและให้เกียรติภรรยาอย่างดี มีฐานะดีขึ้นชีวิตอยู่สุขสบาย เราก็เลยคิดวาดหวังไว้เล็กๆ ว่าอยากมีอย่างเขาบ้าง ก็เลยเริ่มขวนขวายไปเรียนภาษาให้พอสนทนากับชาวต่างชาติได้บ้าง เผื่อว่าสักวันเทวดาจะส่งเนื้อคู่ผมทองมาให้"
แต่จนแล้วจนรอด วาสนาก็ไม่พบเนื้อคู่ฝรั่งสักที ได้แต่มองคู่อื่นด้วยความหวังเล็กในใจที่ยังไม่เลือนหายไปไหน เมื่อมีเพื่อนชวนให้เดินหน้าไปตามหารักแท้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เธอตอบตกลงทันที
"มองย้อนไปตอนนั้นยังขำๆ อยู่เลยว่า เราไปเดินดูฝรั่งที่สนามบิน เผื่อจะมีปิ๊งกันบ้าง แต่ก็ไม่มี เราเองก็ไม่ถูกใจใครสักคนและก็ไม่มีฝรั่งคนไหนที่มองเราแบบสนใจด้วย คราวนั้นก็เลยแห้วกลับมาบ้าน มานั่งขายปลาร้าต่อ" วาสนาหัวเราะ
วันหนึ่งเมื่อปี พ.ศ.2552 หรือเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ขณะวาสนากำลังขายปลาร้า-ส้มผักดองในตลาดสด อ.จตุรพักตรพิมาน หน้าตาเต็มไปด้วยเหงื่อไคลจากความร้อนของอากาศ บรรยากาศรอบด้านก็อบอวลไปด้วยกลิ่นปลาร้าที่ใครจะว่าเหม็น แต่สำหรับเธอมันช่างหอมเสียนี่กระไร เพราะนี่คือรายได้หลักที่เลี้ยงครอบครัว เลี้ยงลูกให้เติบใหญ่มาได้
ขณะวาสนากำลังบรรจุปลาร้าและส้มผักดองใส่ถุง ก็มีฝรั่งคนหนึ่งเดินผ่านอย่างรีบเร่งคล้ายหนีใครมา ดูหน้าตาก็ไม่เคยเห็น ไม่น่าจะใช่เขยฝรั่งของคนแถวนี้ วาสนามองตามอย่างสงสัย เขาคงรู้สึกได้ว่ามีคนเพ่งมองตาม จึงหันหลังกลับมามอง ตาต่อตาประสานกัน และนี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตสะใภ้อินเตอร์ที่เธอเฝ้าหามานาน แต่จู่ๆ กลับพบกันโดยบังเอิญอย่างเหลือเชื่อ
"อดีนุส "ฝรั่งตาน้ำข้าวที่ใฝ่ฝันอยากได้หญิงไทยเป็นภรรยา เพราะอ่อนหวาน เอาใจเก่ง เขาหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของประเทศไทย จึงพยายามติดต่อกับสาวไทย กระทั่งพบรักกับสาวอีสานนางหนึ่ง นัดหมายให้ไปรับที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อมาสู่ขอกับครอบครัวที่บ้านเกิด ระหว่างเดินทางเขาสังเกตว่าหญิงสาวที่เขาตกลงจะใช้ชีวิตร่วม มีพฤติกรรมคล้ายคนติดยาเสพติด เมื่อผ่านตลาดที่มีคนพลุกพล่านจึงรีบหนีลงจากรถและวิ่งเข้าไปในตลาด
"ตอนเจอครั้งแรก เหมือนเราหนีคนร้ายมาแล้วได้พึ่งอาศัยอยู่กับคนดี หรือพบตำรวจประมาณนั้น เห็นรูปร่างหน้าตาเขาแล้วชอบเลย ใบหน้าอิ่มเอิบ ดูเป็นคนใจดี เป็นผู้หญิงในฝัน รูปร่างขาว ใบหน้าใหญ่ หน้าผากกว้าง ดูดีมากๆ"
ทั้งสองได้เริ่มสนทนากัน วาสนาเอาความรู้ภาษาแบบงูๆ ปลาๆ พูดคุยพอสื่อความหมายกันได้กระท่อนกระแท่น "อดีนุส" ชวนเพื่อนใหม่สาวไทยไปเป็นเพื่อนเที่ยวประเทศลาว เธอตอบตกลงทันที แต่ถึงแม้จะเป็นแม่ม่ายก็ไม่ใช่สาวใจง่าย วาสนาชวนเพื่อนๆ และสามีที่เป็นฝรั่งรวมๆ เกือบ 10 คนไปเที่ยวด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่
"พอกลับจากเที่ยวเมืองลาว เขาให้เงินสดๆ จำนวน 1 แสนบาท บอกว่าให้ไว้ใช้จ่าย ส่วนเขาจะกลับมาอีกแน่นอน ครั้งหน้าจะมาสู่ขอแต่งงานและจะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันในเมืองไทยตลอดไป จากนั้นเขาก็กลับไป ตอนนั้นก็ได้แต่คิดว่าเขาจะกลับมาจริงไหม กระทั่งผ่านไปไม่กี่เดือน เขาก็กลับมาตามสัญญา และไปสู่ขอจากพ่อแม่ แต่งงานกับแบบง่ายๆ อยู่กินกันมาอย่างมีความสุขถึงทุกวันนี้"
ปัจจุบันทั้งสองอาศัยอยู่ที่ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด สร้างบ้านหลังใหม่สะอาดสะอ้านดูดี ส่งเสียลูกสองคนที่เป็นเรือพ่วงของวาสนาจนเรียนในระดับอุดมศึกษา ชีวิตเดิมที่เคยขายปลาร้าขายผักดองในตลาด สามีฝรั่งให้หยุด ครอบครัวพ่อแม่และญาติพี่น้องได้อาศัยไม่เดือดร้อน เขาเคยพาไปบ้านเยี่ยมญาติพี่น้องที่บ้านเกิดในประเทศเนเธอร์แลนด์ 2-3 ครั้ง ทุกคนยินดีรับสะใภ้คนไทย ชีวิตเหมือนฟ้าหลังฝนที่แม้ตะวันจะยังเป็นดวงเก่า แต่ความงดงามกลับดูสดชื่นยิ่งนัก
"หลังจากได้อยู่กินด้วยกันก็มีความสุข วาสนาเขาเป็นคนอารมณ์ขัน ไม่เครียดยิ้มตลอดเวลา ชวนคุย ใจสะอาดไม่คิดเล็กคิดน้อย ตั้งใจจะอยู่เมืองไทยอยู่กับวาสนาไปตลอด ปัจจุบันมีรายได้หลักจากเงินบำนาญที่รัฐบาลจ่ายให้แต่ละเดือนก็พอใช้จ่ายในชีวิตอย่างสบายๆ ผมรักเมืองไทย รักสาวไทย อยู่ด้วยแล้วมีความสุขมาก"
.............................................
(สะดุดรักที่แผงขายปลาร้า : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // สุชาติ สูงเรือง)



