ข่าว

แพนด้าน้อยมีจุดดำขึ้นครบ-หัดพยุงตัว

แพนด้าน้อยมีจุดดำขึ้นครบ-หัดพยุงตัว

08 มิ.ย. 2552

แห่ส่งประกวดชื่อ“แพนด้าน้อย”ที่เชียงใหม่ล้นหลาม ทั้งคำเมือง-ภาษาจีน อาทิ เอื้องฟ้า เอื้องหลวง หลินหลิน รวมถึง ไทไท แพนด้าน้อยมีพัฒนาการต่อเนื่อง พบมีจุดดำขึ้นครบทุกจุดแล้วและกำลังพยายามหัดพยุงตัว

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 มิ .ย. ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ นางสุนทรี เวชชานนท์ ศิลปินนักร้องล้านนาได้เดินทางมาพร้อมกับนางสาวบุษกร พิชยาทิตย์ นักเขียนชื่อดัง เพื่อส่งมอบบทกวีที่นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ และกวีซีไรท์ได้แต่งขึ้นมาเป็นการเฉพาะ  เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกยินดีที่มีต่อการกำเนิดขึ้นมาของแพนด้าน้อย โดยมีข้อความว่า   

น้องน้อยแพนดา
โงเงหลับตา มุดหน้าหานม
ตัวแอ้ตัวอ่อน ตัวก้อนตัวกลม
มุดหน้าหานม กินนมแม่หมี

แม่หมีหลินฮุ่ย
กะปุกกะปุย กอดรัดพัดวี
เลียเนื้อเลียตัว เลียทั่วทุกที่
กอดรัดพัดวี ลูกแพนดาน้อย

พ่อหมีช่วงช่วง
หมดหายหมดห่วง สืบล่วงสืบรอย
สืบสายเลือดหมี แพนดาภูดอย
สืบล่วงสืบสาย เพชรพลอยเผ่าพันธุ์

เพชรม่านไม้ไผ่
เผ่าพงศ์โยงใย ไทยจีนประจัน
เลือดเนื้อเชื้อไข ถ่ายเทถึงกัน
ไทยจีนประจัน ผูกพันไมตรี

ขวัญเอยขวัญคล้อย
ขวัญแพนดาน้อย มาอยู่ยังที่
พลิ้วพลิ้วใบไผ่ ขับไม้มโหรี
มาอยู่ยังที่ ฟังสะล้อซอซึง

ห่วงเอยห่วงใย
ทุกหัวใจไทย ฝากใจคำนึง
ให้รู้ให้รัก ว่ารักเป็นหนึ่ง
ฝากใจคำนึง รักแพนดาน้อย

บทกวีดังกล่าว นายเนาวรัตน์ ได้เขียนเป็นลายมือด้วยปากกาสีดำบนพื้นกระดาษขาว พรรณนาถึงครอบครัวแพนด้าลูกแม่พ่อ ที่มีความรักผูกพัน รวมทั้งถ่ายทอดความรู้สึกของตนที่มีต่อแพนด้าน้อย และครอบครัว โดยใช้ภาษาที่เรียบง่ายแต่งดงามรูปแบบเป็นกาพย์สุรางคนางค์

 ทั้งนี้บทกวีดังกล่าว ได้ถูกนำมาใส่กรอบไม้สีน้ำตาลความสูงประมาณ 1 เมตร และส่งมอบให้กับนายธนภัทร พงษ์ภมร ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ ซึ่งหลังจากนี้ทางสวนสัตว์จะนำไปตั้งแสดงไว้ยังหน้าส่วนจัดแสดงแพนด้าเพื่อเปิดให้ประชาชนได้ร่วมชื่นชมร่วมกันต่อไป

 นายเนาวรัตน์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ดูข่าวแล้วเห็นว่าแพนด้าน้อยน่ารักดี เลยเกิดแรงบันดาลใจแต่งบทกวีขึ้นดูได้จากขนาดสัตว์ยังเรียกร้องความรักจากคนได้ ซึ่งลูกหมีเกิดมามันมีสีตามธรรมชาติของมันก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นขาวกับดำ มนุษย์ก็เหมือนกันเกิดมาก็ไม่ได้สวมเสื้อผ้า สวมเครื่องแบบหรือมีชื่อมาก่อน เพราะฉะนั้นควรตระหนักถึงความเป็นมนุษย์ให้มาก ซึ่งบทกวีนี้ตนแต่งขึ้นมาโดยใช้เวลาไม่นาน

 ด้านนางสุนทรี กล่าวว่า รู้สึกยินดีกับการกำเนิดของแพนด้าน้อยตัวนี้ ตนประทับใจในตัวหลินฮุ่ยมากนั่งดูข่าวแล้วน้ำตาซึมและยังเข้าไปดูคลิปติดตามพัฒาการของแพนด้าน้อยทุกวัน ซึ่งมองว่าการเลี้ยงดูลูกน้อยของหลินฮุ่ยสุดยอดมากแม้แต่มนุษย์บางคนยังสู้ไม่ได้ เพราะหลินฮุ่ยประคบประหงมลูกมาก แต่ก็เป็นห่วงช่วงที่หลินฮุ่ยคาบลูกกลัวว่าฟันจะไปกัดถูกลูกทำให้แพนด้าน้อยบาดเจ็บ

 สำหรับงาน “ สู่ข้าวเอาขวัญ ” เฉลิมฉลองแพนด้าน้อยซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 4-6 ก.ค.นี้ ตนก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือหากฝ่ายที่เกี่ยวข้องประสานมา

 นางสุนทรี กล่าวอีกว่า สำหรับชื่อของแพนด้าน้อยสำหรับตนแล้วอยากให้มีชื่อเป็นภาษาคำเมืองเพราะแพนด้าน้อยเกิดในเชียงใหม่จึงอยากให้ชื่อว่า "ล้านนา"เพราะบ่งบอกถึงความเป็นเหนือและ “ ล้านนา ” ยังมีความหมายเป็นอาณาจักรยิ่งใหญ่

 แห่ส่งประกวดชื่อ“แพนด้าน้อย”ทั้งคำเมือง-ภาษาจีน


 ส่วนการประกวดตั้งชื่อแพนด้าน้อยที่สวนสัตว์เชียงใหม่เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนส่งไปรษณียบัตรและกระดาษขนาดกึ่งหน้า A4 ซึ่งเขียน ข้อความด้วยลายมือตั้งชื่อให้กับแพนด้าน้อยเข้ามาเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่เปิดมาจนถึงขณะนี้มีเข้ามาแล้วหลายพันฉบับ บางรายเดินทางมาสอบถามรายละเอียดสำหรับการร่วมส่งชื่อเข้าประกวดด้วยตัวเองยังที่สำนักงานสวนสัตว์เชียงใหม่ ซึ่งทางสวนสัตว์ได้นำกล่องจำนวน 9 กล่อง มาวางไว้ตามจุดต่าง ๆทั้งที่ด้านหน้า ด้านในและบริเวณที่ส่วนจัดแสดงแพนด้าในสวนสัตว์เชียงใหม่แล้ว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนของการส่งชื่อเข้าประกวดนั้น ผู้ที่ส่งเข้ามามีการตั้งชื่อทั้งภาษาไทยและภาษาจีน บางรายบรรจงวาดรูประบายสีแพนด้ารวมถึงนำภาพถ่ายของแพนด้าน้อยที่ตัดจากหนังสือพิมพ์ มาปะติดประกอบการอธิบายความหมายของชื่อที่ตัวเองแต่งด้วยความตั้งใจ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่เบื้องต้นทราบว่าผู้ที่ส่งชื่อเข้าร่วมประกวดที่ จ.เชียงใหม่นั้น หากเป็นชื่อไทยส่วนใหญ่จะตั้งชื่อที่มีความเกี่ยวพันกับพื้นถิ่นทางเหนือ โดยที่มีเข้ามามากที่สุดได้แก่ การขึ้นต้นด้วยคำว่าเอื้อง เช่น เอื้องฟ้า เอื้องหลวง ล้านนา และหากเป็นภาษาจีนชื่อที่ส่งกันมามากส่วนใหญ่จะขึ้นต้นด้วยคำว่า “หลิน” เช่นหลินชุ่ย หลินหลินเป็นต้น

 นายธนภัทร พงษ์ภมร ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้มีประชาชนส่งชื่อเข้ามายังส่วนสัตว์ทั่วประเทศรวมถึงเชียงใหม่แล้วไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นชื่อ ส่วนชื่อที่ตนเองได้รับทราบและชื่นชอบเป็นการส่วนตัวว่า “ ไทไท ” เนื่องจากมีความหมายในภาษาจีนแปลว่ายิ่งใหญ่ และชื่อยังพ้องกับคำว่าไทย ซึ่งหมายถึงประเทศไทยและคนไทยอีกด้วย

 แพนด้าน้อยมีจุดดำขึ้นครบทุกจุดแล้ว

 นายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทย กล่าวว่า ลูกแพนด้ายังคงมีพัฒนาการที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่สังเกตพบว่าที่บริเวณขาหลังเริ่มเป็นสีดำชัดเจนขึ้น ทำให้เวลานี้ลูกแพนด้าตัวนี้มีสีดำขึ้นครบทุกจุดแล้ว เหลือเพียงการพัฒนาความเข้มของสีเท่านั้น

 ขณะที่ตาของลูกแพนด้าก็เริ่มมองเห็นเป็นขีดชัดขึ้น อีก 30-45 วัน เปลือกตาน่าจะเปิดได้ และหลังจากนั้นจึงจะค่อยๆ เริ่มมองเห็น ซึ่งช่วงนั้นมีความสำคัญมาก โดยจะต้องมีการปรับสภาพแสงสว่างให้เหมาะสม เพื่อให้ลูกแพนด้าสามารถปรับตัวได้อย่างไม่มีปัญหา

 ส่วนการทรงตัวของลูกแพนด้า หัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทย กล่าวว่า ในขณะนี้ลูกแพนด้า กำลังอยู่ในช่วงของการหัดพยุงตัวและทรงตัว โดยเฉพาะขาหน้าที่จะมีพัฒนาการเร็วกว่าขาหลัง ซึ่งอีกประมาณ 2-3 เดือน น่าจะเริ่มใช้ขาหน้าในการตะกุยได้ จากนั้นขาหลังจะค่อยๆ มีพัฒนาการตามจนสามารถคลานได้

  ขณะที่ “หลินฮุ่ย” แม่แพนด้า นายประเสริฐศักดิ์ กล่าวว่า จากเดิมที่จะกอดลูกไว้ในอ้อมกอดเกือบตลอดเวลา ขณะนี้เริ่มมีการปล่อยลูกเป็นช่วงนานมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนที่จะปล่อยลูกนานและบ่อยกว่าช่วงกลางวัน ซึ่งน่าจะเป็นเพราะเป็นช่วงที่มีความสงบเงียบมากกว่า และส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะลูกแพนด้าเริ่มมีขนาดตัวใหญ่ขึ้นแล้วนั่นเอง