ข่าว

'บราซิล'ถอย!ไม่ขึ้นค่าโดยสารแล้ว

'บราซิล'ถอย!ไม่ขึ้นค่าโดยสารแล้ว

20 มิ.ย. 2556

นครริโอ เดอ จาเนโร ของบราซิลถอย ไม่ขึ้นค่ารถโดยสาร และรถไฟใต้ดินแล้ว

 

                         20 มิ.ย. 56  นายเอดูอาร์โด ปาอีส นายกเทศมนตรีนครริโอ เดอ จาเนโร ประกาศเมื่อวันพุธว่า การขึ้นค่าโดยสารรถประจำทางและรถไฟใต้ดิน ที่เป็นชนวนให้เกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทั่วประเทศ กำลังจะถูกยกเลิก แต่ดูเหมือนคำประกาศดังกล่าว จะไม่ได้ช่วยบรรเทาการประท้วงในริโอ เดอ จาเนโร ลงแต่อย่างใด

                         เมื่อวันพุธ โกลโบ ทีวี ของบราซิล ได้แพร่ภาพเครื่องกีดขวางของตำรวจ ถูกจุดไฟเผาในริโอ เดอ จาเนโร และตำรวจปราบจลาจล ได้เผชิญหน้ากับผู้ประท้วงบางส่วนและยิงกระสุนยางใส่พวกเขา ขณะที่ผู้ประท้วงบางกลุ่ม พยายามเอากระดาษจุดไฟใส่เข้าไปในรถประจำทางที่กำลังวิ่งอยู่ และทำให้รถหยุด

                         นายปาอีส ได้แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า การขึ้นค่าโดยสารอีก 20 เซ็นต์ ตามสกุลเงินของบราซิล หรือราว 3 บาทนั้น ตามแผนที่วางไว้ในเบื้องต้น กำหนดจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน แต่ยังไม่สามารถบังคับใช้ได้มาจนถึงขณะนี้ ซึ่งทั้งนายปาอีสและนายเจอรัลโด อัลค์มิน ผู้ว่าการรัฐเซา เปาโล ต่างก็ประกาศว่า จะไม่ขึ้นค่ารถประจำทางและรถไฟใต้ดินแล้ว

                         แม้ว่าการประท้วงจะมีสาเหตุมาจากความไม่พอใจการประกาศขึ้นค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะ แต่ดูเหมือนผู้ประท้วงจะก้าวข้ามประเด็นนี้ไปแล้ว และกลายเป็นความไม่พอใจอย่างรุนแรงทั้งในเรื่องการแบกรับภาษี , นักการเมืองคอร์รัปชั่น และคุณภาพการศึกษาที่ต่ำเช่นเดียวกับระบบการขนส่ง

                         ผู้ประท้วงได้โจมตีรัฐบาล ที่ใช้เงินกว่าพันล้านดอลล่าร์ ไปทุ่มให้กับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก และโอลิมปิค ในขณะที่ปล่อยปละละเลยความจำเป็นของประชาชนผู้ประท้วงยังยกสารพัดปัญหา เกี่ยวกับศักยภาพของประเทศในการจัดการด้านการรักษาความปลอดภัย ในฐานะเจ้าภาพจัดงานใหญ่ที่ได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของโลก รวมทั้งโอลิมปิก 2016 ที่ริโอ เดอ จาเนโร ด้วย

                         ประธานาธิบดีดิลม่า รูสเซฟฟ์ ได้พยายามจะบรรเทาความโกรธแค้นของสาธารณชน โดยระบุว่า พวกเขามีสิทธิ์ที่จะประท้วง แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการใช้คำพูด และไม่ได้ตั้งคณะกรรมการฉุกเฉินใดๆ ขึ้นมารับมือกับวิกฤติ หรือเสนอแนวคิดใหม่ๆ ใดๆ

 

 

------------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)