
'จำนำข้าว'โดนใจชาวนา-ลดหนี้มีเงินออม
ศูนย์วิจัย ธ.ก.ส. โชว์ผลสำรวจพบเกษตรกร 93.7% พอใจโครงการรับจำนำข้าว มองช่วยลดปัญหานี้สิน แถมเงินออมเพิ่มขึ้น ชี้ข้อดีทำให้ขายข้าวได้ราคาสูงกว่าตลาด
นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ได้สำรวจความคิดเห็นของเกษตรกรในหัวข้อ “เงินออมของเกษตรกรและความคิดเห็นต่อโครงการรับจำนำข้าว” ระหว่างวันที่ 14 และ 17 มิถุนายน 2556 จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นเกษตรกรจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง พบว่า เกษตรกรมีเงินออมกับ ธ.ก.ส.เพิ่มขึ้น ซึ่งเงินออมของเกษตรกรส่วนใหญ่ได้มาจากการขายผลผลิตการเกษตร โดยเป็นเงินรายได้จากการจำนำข้าวคิดเป็น 82.6%
ทั้งนี้ เหตุผลที่เกษตรกรฝากเงินกับ ธ.ก.ส.เพราะเดินทางสะดวกหรือใกล้บ้าน และเป็นธนาคารที่มีความมั่นคง นอกจากนี้ พบว่าการที่เกษตรกรเข้าร่วมโครงการรัฐบาล อาทิ โครงการจำนำข้าวและพักชำระหนี้นั้น มีส่วนช่วยลดภาระหนี้สินทั้งในระบบ เช่น หนี้ของ ธ.ก.ส. และหนี้ผ่อนชำระรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และหนี้นอกระบบ คิดเป็น 97.8%
สำหรับความเห็นของเกษตรกรที่มีต่อโครงการรับจำนำข้าว พบว่า ข้อดีของการเข้าร่วมโครงการดังกล่าวคือ ขายข้าวได้ราคาสูงกว่าท้องตลาดมากที่สุดคิดเป็น 77.7% รองลงมา คือ มีรายได้เพิ่มขึ้นและมีเงินใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยสรุปเกษตรกรมีความพึงพอใจต่อโครงการรับจำนำข้าวคิดเป็น 93.7% เนื่องจากราคารับจำนำข้าวสูงกว่าราคาตลาดผู้ปลูกข้าวเป็นผู้ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง และแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดได้
“เกษตรกรได้รับผลตอบแทนจากการจำนำข้าวสูงกว่ากรณีที่นำข้าวไปขายให้แก่โรงสี เกษตรกรจึงมีความพึงพอใจต่อโครงการรับจำนำข้าวมาก โดยสรุปความพึงพอใจของเกษตรกรที่มีต่อโครงการรับจำนำข้าวในภาพรวมเห็นว่าดีมีประโยชน์” นายสมศักดิ์กล่าวและว่า ในระยะต่อไปหน่วยงานภาครัฐควรรณรงค์ให้เกษตรกรผลิตข้าวที่มีคุณภาพเพื่อรักษาตลาดส่งออกข้าวในระยะยาวด้วยการกำหนด “ราคานำ” สำหรับข้าวคุณภาพดีสูงกว่าปกติเพื่อกระตุ้นแรงจูงใจเกษตรกรให้ปลูกข้าวที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ผลสำรวจดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลของนายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่เปิดเผยในก่อนหน้านี้ว่า ช่วง2 ปีที่ผ่านมา ยอดเงินฝากจากเกษตรกรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเพิ่มขึ้นประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ยอดเงินฝากที่เคยอยู่ในระดับเฉลี่ย 1.2 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 1.8 แสนล้านบาท เป็นผลจากนโยบายรัฐบาลหลายด้าน ทั้งนโยบายการพักชำระหนี้ครัวเรือน ทำให้เกษตรกรมีเงินออมมากขึ้น รวมถึงนโยบายจำนำข้าวที่ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม
ทั้งนี้ยอดเงินฝากของธนาคารปัจจุบันมีประมาณ 1 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินฝากจากภาครัฐ 2 แสนล้านบาท เงินฝากจากเกษตรกร 2 แสนล้านบาท ที่เหลือเป็นเงินฝากจากประชาชนทั่วไป ภายในปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มยอดเงินฝากให้ได้ 8.2 หมื่นล้านบาท เชื่อว่าสามารถทำได้ เพราะ 2 เดือนนับจากสิ้นปีบัญชีเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา มียอดเงินฝากเพิ่มขึ้นแล้ว 4 พันล้านบาท



