
'กมธ.ตร.'ถกเดือด!ปม'เอกยุทธ'
'กมธ.ตำรวจ'ถกเดือดปม'เอกยุทธ' ผบช.น.ยันคลาย 13 ข้อสงสัยใน 7 วัน ขณะที่'ชูวิทย์'ฟันธง'ไอ้บอล' ผูกคอคาคุกหนีผิด ด้าน'เฉลิม'เชื่อสังคมไม่ไขว้เขวคดีอุ้มนักธุรกิจดัง
ด้านนายสุวัฒน์ กล่าวว่า การที่ตนเป็นทนายความของนายเอกยุทธนั้น เพราะนายเอกยุทธได้มาขอร้องให้ทำคดี ว.5 โฟร์ซีซั่น โดยตนได้ถามว่า มีปัญหากับใคร นายเอกยุทธได้ยืนยันว่า มีปัญหากับอดีตนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน พอมาคดีนี้ตนทราบเหตุการณ์หายตัวไป ทำให้คิดได้ในสิ่งแรกคือ จะทำอย่างไรให้ได้ตัวนายเอกยุทธโดยเร็วที่สุด เพราะหากช้าจะหมายถึงการเสียชีวิต ขณะที่ นายสันติภาพ เพ็งด้วง หรือบอล คนขับรถนายเอกยุทธก็รู้จักกับตนเป็นอย่างดี และหลังเกิดเหตุได้ตรวจสอบประวัตินายบอล พบว่า เคยชิงทรัพย์ร้านทอง และลงมือกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์หลายครั้ง อีกทั้งว่า นายสันติภาพเคยเป็นลูกน้อง ร.อ.มนัส พรหมเผ่า หรือผู้กองตุ๋ย และมาเป็นคนขับรถให้นายเอกยุทธเพียง 7 เดือน แต่เมื่อไล่ประเด็นแล้วก็ไม่เห็นว่า นายสันติภาพจะมีศักยภาพทำร้ายนายเอกยุทธได้ จึงพุ่งประเด็นไปที่เรื่องการเมือง เพราะนายเอกยุทธโพสต์ข้อความทางการเมือง
นายสุวัฒน์ กล่าวต่อว่า ตนสงสัย คือ คนร้ายต้องเป็นมืออาชีพ เพราะทราบรายละเอียดการเขียนเช็ค อีกทั้ง มีการนำฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิดที่บ้านพักนายเอกยุทธออกไป และสงสัยราคาค่าล้างรถ 4,900 บาทว่า คนเหล่านี้จะยอมจ่าย ซึ่งเป็นที่มาของความสงสัยที่อยากให้ตอบ เพราะที่บอกว่ามูลเหตุจูงใจมุ่งประสงค์ต่อทรัพย์ เหตุใดเอาพระสมเด็จ นาฬิกา โทรศัพท์มือถือ ไอแพด เงินสดในกระเป๋ามีเป็นแสนบาท กลับนำของมีค่าเหล่านี้ไปทิ้งน้ำ นอกจากนี้ ตนยังมีการแจ้งเบาะแสมายังตนว่า ในวันที่นายเอกยุทธไปรับประทานอาหารที่ร้านครัวกระแต ถ.ประดิพัทธ์ นั้น ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ลักษณะคล้ายทหารและตำรวจรวมตัวกันอยู่บริเวณปากซอยประดิพัทธ์ 17 โดยมีกล้องวงจรปิดของร้านรับแลกเปลี่ยนเงิน หากนำภาพจากกล้องดังกล่าวมาตรวจสอบก็จะรู้ว่า เป็นใคร อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคดีนี้ประสงค์ต่อชีวิต แต่เบี่ยงเบนเป็นชิงทรัพย์ และเชื่อว่าคนที่ทำไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน จึงฝากประเด็นไว้ ไม่มีเจตนาจะใส่ร้ายใคร และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำคดีนี้ให้เกิดความกระจ่าง เพราะหากมีความชัดเจนแล้วก็พร้อมจะรับผลการสอบสวน
ขณะที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ความสงสัยของนายสุวัฒน์ทั้ง 13 ข้อ เจ้าหน้าที่ตำรวจขอระยะเวลา 7 วันจะทำให้เกิดความกระจ่างในทุกประเด็น ซึ่งมีความพยายามตรวจสอบหลายประเด็นแล้ว และคดีนี้ถือเป็นคดีที่ใช้งบประมาณมากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ติดตามหาตัวนายเอกยุทธ
ด้านพ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสติ ผกก.สน.วังทองหลาง กล่าวว่า ในประเด็นชายฉกรรจ์ที่นายสุวัฒน์อ้างว่า ยืนอยู่หน้าซอยประดิพัทธ์17 นั้น ตนสั่งให้ชุดสืบสวนไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้ว ยืนยันว่า ไม่พบชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าว
ขณะที่นายฉลอง เรี่ยวแรง สส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ตนขออยากทราบเหตุผลว่า ทำไมนายสุวัฒน์ต้องตัดประเด็นอื่นออก และเชื่อมโยงประเด็นการเมือง จากประสบการณ์ของตนหากเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารอุ้มหาย ก็เชื่อว่า คงไม่เหลือร่องรอย ไม่เหลือซากให้ใครได้ดู จึงไม่อยากให้มุ่งไปเพียงประเด็นทางการเมืองเท่านั้น
นายสุวัฒน์ ตอบทันทีว่า ตนไม่ได้ตัดประเด็นอื่น แต่ประเด็นอื่นๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งสันนิษฐานไว้แล้ว จึงพูดในสิ่งที่ยังไม่มีใครพูด และนายเอกยุทธได้พูดกับตนก่อนหน้านี้กว่า 1 เดือนว่า ถ้าถูกอุ้มก็ให้รู้ว่าเป็นฝีมือใคร จึงนำสิ่งนี้มาบอกกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งยืนยันว่า คนที่วางแผนได้ประสงค์ต่อชีวิต โดยมีการวางแผน 2 ชั้น
ด้านพล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผบช.น. กล่าวว่า ที่มาของนายสันติภาพ หากมีความเกี่ยวโยงกับ ร.อ.มนัส จริง ตนจะเป็นผู้จับกุมเอง แต่จากการสืบสวนและตรวจสอบประวัตินายสันติภาพพบว่า เคยทำงานเป็นพนักงานขับรถ 5-6 บริษัท โดยมี 2 บริษัทใหญ่คือ บริษัท ดัชมิลล์ จำกัด และบริษัท จิมทอมป์สัน จำกัด โดยทำงานอยู่ที่บริษัท ดัชมิลล์ 1 ปี แต่ถูกไล่ออกเพราะเล่นการพนัน ส่วนข้อมูลการทำงานที่บริษัทจิมทอมป์สันนั้น อยู่ระหว่างการขอเอกสาร ซึ่งทั้ง 2 แห่ง นายสันติภาพได้สมัครงานผ่านทางเว็บไซต์หางาน เช่นเดียวกันกับการสมัครเป็นคนขับรถนายเอกยุทธ
ขณะที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า การที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ระบุว่าภายใน 7 วัน จะทำให้ข้อสงสัยของนายสุวัฒน์ 13 ข้อ มีความคลี่คลายนั้น ทำให้เชื่อว่าในวันที่ 6 นับจากนี้นายสันติภาพจะผูกคอตายในคุก
นายวัชระ เพชรทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซักถาม พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.ดส. ในฐานะหัวชุดจับกุมตัวนายสันติภาพว่า มีความเกี่ยวข้องกับคดีนี้ได้อย่างไร ทำให้ พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ ชี้แจงว่า หลังจากนายเอกยุทธหายตัวไป พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้เรียกประชุมและมอบให้ตนทำหน้าที่ตามหานายสันติภาพ ซึ่งได้รับข้อมูลจาก สน.วังทองหลาง ว่า มีภาพจากกล้องวงจรปิดพบรถของนายเอกยุทธผ่านบริเวณ จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้รับมอบหมายให้ติดตาม โดยรับผิดชอบพื้นที่ตั้งแต่ทางด่วนถนนพระราม 2 ถึง จ.สุราษฎร์ธานี โดยให้ลูกน้องประจำจุดต่างๆ เน้นตรวจสอบกล้องวงจรปิด จากร้านน้ำมันและร้านค้าสะดวกซื้อ วันรุ่งขึ้นก็ได้รับแจ้งว่า พบรถของนายเอกยุทธกำลังขับเข้ามายัง กทม. และจอดพักรถเพื่อปะยางในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ที่ จ.สมุทรสงคราม จึงเข้าจับกุมนายสันติภาพได้ในทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมาธิการฯ ซีกพรรคประชาธิปัตย์หลายคนได้ตั้งข้อสังเกตและแสดงความห่วงใยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะสังคมสนใจคดีนี้และจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งต้องตอบสังคมให้ได้ และเชื่อว่าหากตอบข้อสงสัยของนายสุวัฒน์ 13 ข้อได้ ก็จะทำให้เกิดความเชื่อถือเจ้าหน้าที่ตำรวจมากขึ้น ทั้งนี้ ไม่อยากให้มีการตั้งธงในการทำคดีไว้ก่อนล่วงหน้า ส่วนที่ระบุว่า จะคลี่คลายความสงสัยดังกล่าวภายใน 7 วันนั้น ไม่อยากให้มีการตั้งธงไว้ก่อนและให้มีความรอบคอบ
"เฉลิม"เชื่อสังคมไม่ไขว้เขวคดีอุ้มฆ่า"เอกยุทธ"
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งข้อสังเกตการไต่สวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในคดีอุ้มฆ่านายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังและเจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซด์เดอร์ว่า เวลาเชิญมาให้การทำไมไม่มา กลับไปบอกว่าคุกคาม สนุกกันจริงๆ ซึ่งคดีนายเอกยุทธเขาเสียชีวิตแล้ว มีคนรับสารภาพ มีของกลาง ประจักษ์พยาน พยานแวดล้อม ผู้ร่วมกระทำผิด ซึ่งทุกอย่างครบ แต่พรรคประชาธิปัตย์กลับบอกว่า ไม่น่าเชื่อถือ ส่วนที่บอกว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลังนั้น ตนคิดว่าสังคมและประชาชนจะไม่ไขว้เขว เพราะตำรวจยังไม่ได้ปิดคดี มีอะไรยังมาบอกได้ แต่การเมืองแน่ เพราะนายเอกยุทธเขาฝ่ายการเมือง ตอนคดีแชร์ชาร์เตอร์หมดอายุความนายเอกยุทธกลับมาเมืองไทย เขาเข้าไปพรรคการเมืองพรรคไหน นั่นผู้ต้องหาหนีคดีนะ ยังมีพรรคการเมืองบางพรรคเปิดประตูพรรครับฟังคำบรรยายสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจากนายเอกยุทธ แต่พรรคเพื่อไทยไม่รับหรอก เดินผ่านพรรคเขายังปัดรังควานเลย
"ภราดร" มั่นใจ "บิ๊กแจ๊ด" เคลียร์ปม "เอกยุทธ" ได้ เชื่อไม่กระทบรบ.
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีการสรุปสำนวนคดีการตายของนายเอกยุทธ ชื่อดังว่า เชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถคลี่คลายประเด็นและความเคลือบแคลงสงสัยได้ เพราะเมื่อพิจารณาจากหลักฐานแล้วเป็นเรื่องส่วนตัวและเกิดจากความโลภ แต่แน่นอนว่านายเอกยุทธ เป็นคนที่มีความเห็นอยู่ตรงข้ามกับรัฐบาล ดังนั้นเมื่อนายเอกยุทธเสียชีวิตจึงทำให้เกิดความแคลงใจ อย่างไรก็ยังเชื่อมือ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ว่าจะสามารถคลี่คลายประเด็นได้
เมื่อถามว่า การที่ตำรวจรีบปิดคดีจะเป็นผลเสียหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ตำรวจคงไม่รีบปิดคดี เมื่อถามว่าหากชี้แจงข้อสังสัยไม่ได้จะมีผลกระทบต่อรัฐบาลหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เนื้อหาคงจะไม่ถึงขนาดส่งผลกระเทือนกับรัฐบาลได้



