ข่าว

'ปู'ขู่เชือด'ทุจริตจำนำข้าว'ทั้งแพ่ง-วินัย

'ปู'ขู่เชือด'ทุจริตจำนำข้าว'ทั้งแพ่ง-วินัย

19 มิ.ย. 2556

'ยิ่งลักษณ์' สั่งผู้ว่าฯร่วมมือตำรวจตรวจสอบทุจริตจำนำข้าว ขู่เอาผิดทั้งแพ่ง-วินัย หากพบ ขรก.เปิดช่องให้เกิดคอรัปชั่น ชาวนาจ่อก่อม็อบค้านลดวงเงิน


           ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 15.00 น. วันที่ 19 มิ.ย.2556 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวมอบนโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ในระหว่างการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนและจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมด้วย ทั้งนี้ก่อนเริ่มเปิดสัมมนาบรรดาผู้ว่าฯหลายจังหวัด ได้ให้ความสนใจเข้าไปสอบถามนายบุญทรงถึงปัญหาโครงการรับจำนำข้าวกันจำนวนมาก ซึ่งนายบุญทรงก็พยายามชี้แจง

           จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้กล่าวมอบนโยบายในตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ผู้ว่าฯคงจะได้ยินข่าวลือทั้งที่ถูกต้องและไม่ถูกบ้างเป็นจำนวนมาก และได้ยินการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องต่าง ๆ จึงอยากถือโอกาสนี้สื่อสารข้อมูลให้ชัดเจนให้กับผู้ว่าฯ เพื่อให้นำไปชี้แจงในพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าว ที่คงจะได้ยินข่าวมาเยอะ และอาจมีความกังวลใจ เพราะหลายคนอาจจะเป็นห่วงว่าโครงการนี้ใช้งบประมาณสูงเกินไปหรือไม่ ขาดทุนมากแค่ไหน หรือมีปัญหาเรื่องของทุจริตคอรัปชั่น

           “โครงการนี้มีโจทย์ที่เรื่องของการช่วยเหลือประชาชนเป็นหลัก ว่าจะทำอย่างไรให้ราคาเป็นธรรมกับชาวนา แต่การรักษาวินัยการเงินการคลังก็เป็นโจทย์ที่รัฐบาลต้องทำเพื่อรักษาสมดุล  ดังนั้นวันนี้ ครม.จึงเห็นชอบกับมติของ กขช.ให้ปรับราคารับจำนำข้าวนาปรังในวันที่ 30 มิ.ย. ให้สอดคล้องกับกลไกตลาดบ้าง แต่ในอนาคตถ้าราคาตลาดโลกขึ้นก็ควรจะคืนให้กับชาวนาด้วย” นายกรัฐมนตรี กล่าวและว่า

           ส่วนขั้นตอนการทำงานอาจจะมีปัญหาในพื้นที่บ้างในเรื่องของทุจริตคอร์รัปชั่น ดังนั้นขอย้ำอีกครั้งว่าเราไม่ต้องการเห็นการทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นในขั้นตอนของการปฏิบัติงาน จึงขอฝากผู้ว่าฯทุกคนร่วมกันทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบขั้นตอนต่าง ๆให้เป็นไปอย่างโปร่งใส ไม่มีการทุจริตหรือการสวมสิทธิของข้าว หากพบจะต้องดำเนินการลงโทษทางวินัยและทางคดีด้วย รวมทั้งค่าปรับต่าง ๆ

               
ปลัดคลังชี้ลดจำนำข้าวเหตุปมฐานะการคลัง

           นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า กรณีที่รัฐบาลปรับเงื่อนไขในการรับจำนำข้าว โดยปรับลดราคาในการจำนำและจำกัดวงเงินในการรับจำนำ จะทำให้ภาระการคลังที่มีต่อนโยบายดังกล่าวดีขึ้นและอยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงการคลังก็ได้ชี้แจงในประเด็นผลกระทบต่อภาระการคลังจากนโยบายดังกล่าวตลอดมาว่า เป็นสิ่งที่กระทรวงการคลังกังวล จึงได้เสนอต่อรัฐบาล ที่สุดแล้วคณะรัฐมนตรีก็มีมติดังกล่าว

           “เราได้ชี้แจงตลอดว่า ไม่ว่าผลการปิดบัญชีโครงการเป็นอย่างไร เรื่องภาระคลังเป็นสิ่งที่เรากังวล จึงเสนอต่อรัฐบาล ที่สุดคณะรัฐมนตรีก็มีมติปรับลดราคาจำนำลงมา ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะจะไม่กระทบฐานะคลังระยะยาว ซึ่งการปรับลดราคาในทันที มาจากภาระการคลังเป็นสาเหตุสำคัญ”เขากล่าว

 

หอการค้าไทยจี้รัฐจำนำข้าวตามราคาตลาด

           นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  กล่าวในการแถลงข่าวจุดยืนหอการค้าไทยต่อต่อโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลร่วมกับนายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการ และนายกลินท์ สารสิน กรรมการเลขาธิการ ว่าหอการค้าไทย ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด โดยมีนายวิชัย รัศอัสกร เป็นประธาน  ขึ้นมาติดตาม โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ได้ทำข้อเสนอ 3 ข้อเพื่อยืนต่อนางสาวยิ่งลักษณ์เร็วๆนี้ ได้แก่ โดย
 
           1.ขอให้รัฐบาลรับจำนำข้าวในราคาตลาด และรับจำนำเฉพาะข้าวนาปีเท่านั้น รวมถึงต้องจำกัดปริมาณรับจำนำแต่ละครอบครัว รวมทั้งขอให้สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาประสิทธิภาพการปลูกและผลิตข้าว เช่น แหล่งน้ำ ปุ๋ย เป็นต้น  ซึ่งการกำหนดให้รับจำนำเฉพาะนาปีเพราะเป็นช่วงที่ชาวนาเกือบทั่วประเทศได้รับประโยชน์ขณะที่นาปรังจะมีเฉพาะชาวนาในพื้นที่ชลประเทศเท่านั้นที่ได้ประโยชน์
 
           2.ขอให้รัฐบาลจัดโซนนิ่งพื้นที่เพาะปลูกข้าวอย่างจริงจัง ซึ่งข้าวคุณภาพดีจะต้องมีราคารับจำนำแตกต่างจากข้างคุณภาพต่ำ และ 3.ขอให้มีการเร่งระบายข้าวสต็อกอย่างเปิดเผยและเป็นธรรม  โดยขอให้ยกเลิกการขายแบบลับๆ ให้แก่เอกชนที่มีความใกล้ชิด และให้เปิดประมูลเป็นการทั่วไป เพื่อให้มีการต่อรองราคาและไม่กระทบต่อราคาข้าวในตลาด

           “หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย อยากให้คณะกรรมการนโยบายข้าว หรือ กขช.ชี้แจงให้ชัดเจน ขอให้เปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนทั้งปริมาณข้าวที่รับจำนำ เงินที่ใช้ไป ผลกำไรขาดทุน รวมทั้งความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต” นายอิสระกล่าวและว่า

           เพราะหากผลกำไรขาดทุนที่แม้จริงที่ยังไม่มีความชัดเจน ทำให้หลายหน่วยงานไม่มั่นใจ เคลือบแลงสงสัย และการที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส (มูดี้ส์) ออกมาเตือนว่าผลขาดทุนจะมีจำนวนมาก ยิ่งทำให้น่าเป็นห่วง หากมีการลดเกรดประเทศไทย ทำให้ประเทศมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

           เมื่อถามว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงการจำนำข้าวส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาการคอรัปชั่นหรือไม่ นายวิชัยไม่ได้ตอบตรงๆ เพียงแต่บอกว่า ไม่มีข้อมูลในส่วนนี้ชัดเจน เมื่อถามต่อว่า หอการค้าเป็นแกนนำในการต่อต้านคอรัปชั่น แต่ไม่ได้ตรวจสอบการคอรัปชั่นในโครงการรับจำนำข้าวเลยหรือ นายวิชัยตอบว่า ในส่วนของการตรวจสอบเรื่องนี้ มีองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น ที่มีนายประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นประธาน ดูแลอยู่ เราแยกเวทีกันอยู่แล้ว รอให้ชุดนายประมนต์แถลงดีกว่า


ชาวนาส่อม็อบหลังรัฐลดราคารับจำนำข้าว

           นายสมศักดิ์ เลิศอนันต์ ประธานสภาเกษตรกร จ.พระนครศรีอยุธยา อุปนายกสมาคมชาวนาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายข้าวมีมติให้ลดราคารับจำนำเหลือตันละ 12,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. นี้เป็นต้นไป รวมทั้งกำหนดเพดานการรับจำนำข้าวว้าที่ครอบครัวละ 5 แสนบาท นั้น ได้ส่งผลให้ชาวนาใน จ.พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียงไม่พอใจอย่างมาก เนื่องจากการปรับลดราคาลงดังกล่าวจะทำให้รายได้ของเกษตรกลดลงตามไปด้วย ในขณะที่ต้นทุนการผลิตยังเท่าเดิม  การหารือเบื้องต้นเกษตรกรส่วนใหญ่มีความเข้าใจว่าโครงการของรัฐประสบปัญหาการขาดทุน แต่ปัญหานี้เกิดจากกระบวนการจัดการของรัฐ ที่มีการทุจริตในทุกกระบวนการ เริ่มตั้งแต่การนำข้าวมาเวียนขาย การนำเข้าข้าวจากต่างประเทศมาสวมสิทธิ์ ทั้งหมดนี้เกษตรกรไม่มีส่วนรู้เห็น แต่เมื่อโครงการไปไม่ไหว ทุกคนหันมาแก้โดยการลดราคาลง จึงเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง

           “เมื่อเช้า รัฐมนตรีบุญทรง ก็โทรมาหาว่าอยากให้ช่วยรัฐบาลด้วย แต่ผมไมได้รับปาก เพราะเป็นเรื่องที่เกินไปจริงๆ ท่านที่เป็นผู้วางนโยบายรัฐกำหนดเองทั้งหมด อยากให้เป็นแบบไหน อยากทำอะไรก็คิดเอาเอง ไม่ปรึกษาใคร พอมีปัญหาจะมาขอให้ยอมกันแต่ไม่คิดถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ผมก็ได้แต่รับฟังทั้ง 2 ฝ่าย ประสาทจะเสียอยู่แล้ว”นายสมศักดิ์ กล่าว

           นายสมาน ทัดเที่ยง ประธานเครือข่ายสมาพันธ์เกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การปรับลดราคารับจำนำข้าวมาที่ ตันละ 12,000 บาท เกษตรกรยอมรับได้ แต่อยากจะให้ปรับความชื้นเพิ่มขึ้นจาก 15% เป็น 20% ขึ้นไป และยืดหยุ่นการรับจำนำไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน เพราะขณะนี้เกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ยังเก็บเกี่ยวข้าวไม่หมด บางรายข้าวเพิ่งจะเริ่มแก่ แต่ถ้ารัฐบาลยืนยันแน่นอนว่าจะปรับลดราคาลงจริงขอให้มีการยืนยันเป็นตัวเลขที่ชัดเจน อธิบาย ชี้แจง มาตรการต่างๆให้เกษตรกรเข้าใจ    ขณะเดียวกันมาาตรการการจำกัดโควต้าการรับจำนำนั้น เกษตรกรไม่เห็นด้วย เนื่องจากเกษตรกรบางราย มีที่ทำนาหลายแปลง หากมีการกำหนดโควต้าการรับจำนำข้าวเกษตรกรหลายรายจะได้รับผลกระทบ

นครพนมเกษตรกรจะไปไปขายกับพ่อค้าแทน

           นายภักดีสยาม  พรหมอินทร์  ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดนครพนม  กล่าวว่า  การลดราคาจำนำข้าวจาก 15,000 บาท ต่อตัน เหลือ 12,000  บาท ต่อตัน  ถือเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ  สิ่งที่ตามมาคือ เกษตรกรต้องประสบปัญหาขาดทุน เนื่องจากเดิมในราคา 15,000 บาท เกษตรกรก็ประสบปัญหาในเรื่องมาตรฐานในการตรวจสอบคุณภาพของข้าว ก่อนรับจำนำ ทำให้ถูกหักเปอร์เซ็นต์ เหลือที่ประมาณ 10,000 - 12,000 บาท ต่อตัน แต่หากลดลงอีก จะทำให้ราคาข้าว ลดต่ำลงอีก เป็นการซ้ำเติมเกษตรกรขาดทุนรุนแรงยิ่งขึ้น  ทั้งที่ต้นทุนต่างปรับตัวสูงขึ้นทั้งค่าปุ๋ย ค่าน้ำมัน  "หลังจากลดราคาจำนำ สิ่งที่ตามมาคือ เกษตรกรจะหันไปขายให้กับพ่อค้าคนกลาง เนื่องจากไม่ต้องมีขั้นตอนยุ่งยาก และได้เงินสด ไม่ต้องรอ  รัฐบาลควรหาทางออกที่ดีกว่านี้  ให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรมากที่สุด

นครสวรค์ไม่คุ้มกับต้นทุนที่สูงขึ้น

           นางอุไร พวงชมพู่ ชาวนา  อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์   กล่าวว่า   การที่รัฐบาลปรับลดราคารับจำนำลงให้เหลือ 12,000 บาท  จะส่งผลให้ชาวนาเดือดร้อนทันที  เพราะในทางปฏิบัติราคาจำนำข้าวที่ควรจะได้ จะปรับลดลงไปมากกว่า 12,000  " การปรับลดราคารับจำนำข้าวเปลือกลงไม่ได้เป็นการช่วยชาวนา   เพราะทุกวันนี้เมื่อนำข้าวเปลือกไปขายในโครงการรับจำนำก็จะขายได้ 12,000 บาท จากราคารับจำนำที่ประกาศไว้ 15,000 บาท  ซึ่งชาวนาได้กำไรเพียงเล็กน้อยหรือเสมอตัวเท่านั้น เพราะค่าใช้จ่ายในการทำนาทุกอย่างปรับตัสูงขึ้น  แต่การที่จะมาลดราคาจำนำในรอบนี้จะสร้างปัญหาอย่างรุนแรง"นางอุไร กล่าว

           นางปัญจา  วงศาเนา  ชาวนา อำเภอเมือง  จังหวัดสกลนคร  กล่าวว่า ควรจะเพิ่มเป็นราคาตันละ  20,000 บาท   โดยคำนึงถึงปัจจัยของการผลิตที่สูงขึ้น  ทั้งค่าปุ๋ย ค่าแรงงานในภาคเกษตร ที่ล้วนแต่ปรับตัวสูงขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจ


อ่างทองจี้รัฐหาทางทางออกด้วยการควบคุมต้นทุน

           นายเลี่ยม พวงเนียม    ชาวนา  อำเภอวิเศษชัยชาญ  จังหวัดอ่างทอง  กล่าวว่า  การปรับราคารับจำลง  จะยิ่งสร้างปัญญาให้กับเกษตรกร เห็นว่าทางออกของเรื่องนี้ รัฐจะต้องเข้าไปควบคุมต้นทุนการทำนำทั้งระบบ  ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง หรือปัจจัยการผลิตอื่้นๆ ต้องหาทางลดราคาสิ่งเหล่านี้ลงมา เพราะตราบใดทื่ต้นทุนสูงขึ้น การปรับวงเงินจำนำผลกระทบก็จะมาอยู่กับเกษตรกร

           นายสุริยะ ชูวงค์  ชาวนา อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า ถ้าปรับราคาจำนำมาที่ 12,000  บาท สิ่งที่รัฐต้องทำอย่างเร่งด่วนก็คือ  การหาทางช่วยเกษตรกรให้ลดต้นทุนการผลิต เพื่อที่ส่วนต่างของรายได้จะอยู่ในระดับที่เพียงพอ ส่วนตัวเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลลดราคาการรับจำนำข้าว   เพราะที่ผ่านมารัฐบาลรับจำนำในราคาสูง ทำให้ข้าวไทยมีราคาสูงในตลาดโลก  ดังนั้นการลดราคารับจำนำลง จะทำให้ไทยขายข้าวแข่งกับผู้ค้ารายอื่นได้  รัฐไม่ต้องเสียงบประมาณเรื่องขาดทุนจากการรับจำนำข้าว


ราชบุรีหวั่นลดราคาจำนำทำให้เป็นหนี้เพิ่ม

           นายวลิต เจริญสมบัติ ผู้นำชาวนา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี   กล่าวว่า ที่ผ่านมาราคาจำนำข้าว   15,000 บาท  ถือว่าสร้างความพอใจกับเกษตรกรมาก และที่สำคัญรัฐบาลได้ประกาศนโยบายรับจำนำข้าวเป็นนโยบายสาธารณะ ที่สามารถทำได้และทำมาโดยตลอด  แต่มาขณะนี้กลับจะปรับลดราคาจำนำลงทำให้รับไม่ได้  การที่จะปรับเปลี่ยควรไปเริ่มต้นในปีใหม่ ซึ่งการปรับเปลี่ยนแบบรวดเร็วอย่างนี้ ชาวนาก็ปรับตัวไม่ทันเพราะลงทุนไปแล้ว ทั้งค่าปุ๋ยค่ายา และถ้าราคาผลผลิตที่ได้มาไม่คุ้มกับการลงทุน  ก็คงจะทำให้ชาวนาหลายต้องเป็นหนี้เพิ่มขึ้นมาอีก เพราะต้องไปกู้มาลงทุน


ธ.ก.ส.สำรวจชาวนา93%พอใจจำนำข้าว

           นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ได้สำรวจความคิดเห็นของเกษตรกรในหัวข้อ “เงินออมของเกษตรกรและความคิดเห็นต่อโครงการรับจำนำข้าว”ในระหว่างวันที่ 14 และ 17 มิถุนายน 2556 จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นเกษตรกรจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง พบว่า เกษตรกรมีเงินออมกับ ธ.ก.ส. เพิ่มขึ้น ซึ่งเงินออมของเกษตรกรส่วนใหญ่ได้มาจากการขายผลผลิตการเกษตร  โดยเป็นเงินรายได้จากการจำนำข้าวคิดเป็น 82.6%  ทั้งนี้ โดยสรุปเกษตรกรมีความพึงพอใจต่อโครงการรับจำนำข้าวคิดเป็น 93.7 % ด้วยเหตุผลดังนี้ ราคารับจำนำข้าวสูงกว่าราคาตลาดผู้ปลูกข้าวเป็นผู้ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง และแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดได้