ข่าว

'มาร์ค'โวยลดราคาจำนำข้าวไม่ช่วยอะไร

'มาร์ค'โวยลดราคาจำนำข้าวไม่ช่วยอะไร

19 มิ.ย. 2556

'มาร์ค'โวยลดราคา'จำนำข้าว'ไม่ช่วยอะไร ถามหาความรับผิดชอบทางการเมือง ยันตัวเลขขาดทุนที่ 2.6 แสนล้าน พร้อมนำ'สุเทพ'พบดีเอสไอรับทราบข้อกล่าวหา 26 มิ.ย.นี้

               19 มิ.ย.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ สถานีโทรทัศน์บลูสกาย ชาแนล ถึงการที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) มีมติปรับลดราคาจำนำข้าวจาก 15,000 บาทต่อตัน เหลือ 12,000 บาทต่อตันว่า เรื่องนี้ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการลดการช่วยเหลือเกษตรกร แต่การลดจาก 15,000 บาทเป็น 12,000 บาทนั้น กระทบเกษตรกรเป็นหลัก ซึ่งเกษตรกรก็ท้วงติงเพราะเป็นห่วงว่าระบบการค้าขายข้าวจะพัง ราคา 12,000 บาท สูงกว่าราคาตลาดก็ยังไม่ได้แก้ปัญหา และยังเป็นระบบเดิมที่รัฐบาลรับซื้อข้าว และจะเป็นผู้ค้าขายเกือบเป็นรายเดียว ต้นทุนข้าวไทยยังสูงกว่าราคาตลาด ทั้งนี้การลดราคาทำให้เกษตรกรเสียประโยชน์กว่า 3,000 บาท แต่ระบบอย่างอื่นเหมือนเดิม ยกเว้นว่าจะจำกัดสิทธิ์รายใหญ่

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการที่นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ทักท้วงในที่ประชุม ครม.ว่าการปรับลดราคาอาจจะผิดกฎหมาย เพราะเป็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐบาลนั้น เห็นว่าในที่สุด ครม. ก็ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่ดี เพราะการที่แถลงตามนโยบายรัฐบาลแล้วปฏิบัติไม่ได้ ก็ต้องมาอธิบายกับสภา ซึ่งตนไม่ได้มองเรื่องกฎหมาย แต่มองเรื่องความรับผิดชอบทางการเมือง รวมทั้งรัฐบาลก็ได้แถลงไว้กับผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมดด้วย

                นายอภิสิทธิ์  ยังกล่าวถึงการเสนอตัวเลขขาดทุนโครงการให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) รับทราบเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า เรื่องนี้เป็นตัวเลขที่ปิดบัญชี เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ซึ่งเป็นความพยายามที่จะแสดงให้เห็นว่าตัวเลขของกระทรวงพาณิชย์แตกต่างกับตัวเลขของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ที่มี น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ซึ่งรายละเอียดการคำนวณข้าว คงเหลือในสต๊อกนั้น ตนอยากให้ทุกคนทราบว่า ใครน่าเชื่อถือกว่ากัน เพราะกระทรวงพาณิชย์ พูดง่ายๆว่า ถ้ามีข้าวเหลือในสต๊อกจะใช้ราคาที่ได้มา คำนวณว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ ซื้อมาเท่าไหร่และประเมินว่าเท่านั้น ดังนั้นตราบใดที่ข้าวอยู่ในสต๊อก กระทรวงพาณิชย์ก็ไม่ถือว่าขาดทุน ซึ่งคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ใช้ตัวเลขราคาต่ำสุดจาก 3 ตัวเลือก คือ 1.ราคาต้นทุน 2.ราคาประกาศว่าข้าวตอนนี้ราคาเท่าไหร่ และ3.ราคาเฉลี่ยที่อคส. หรือ อตก. ขายได้

                "ถ้าใช้สามัญสำนึกโดยเอาหลักเรื่องการทำและปิดบัญชี ก็มีความชัดเจนว่าตัวเลขของกระทรวงพาณิชย์ จะเอามาประเมินความเสียหายโครงการไม่ได้ ซึ่งอนุกรรมการปิดบัญชี เขาใช้หลักที่ตนคิดว่าใช้ได้ เป็นมาตรฐานที่ต้องพิจารณา แต่สรุปแล้วตัวเลขที่บอกว่าปีครึ่ง 3 ฤดูกาล ขาดทุน 2.21 แสนล้านบาท  และฤดูกาลปี 55/56 ที่ บอกว่าตัวเลขไม่นิ่ง เพราะว่ากระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงการคลังระบุยังมีตัวเลขแตกต่างกันว่า มูลค่าข้าวที่เหลือในสต๊อกเท่าไหร่ เพราะอ้างว่าปริมาณข้าวอาจจะแตกต่างกัน ขณะที่ เดือนพ.ค.56 กระทรวงพาณิชย์อ้างว่า ไปคำนวณตัวเลขที่ขาดทุน เหมือนกับว่าการขาดทุนจะลดลงนิดหน่อย ประมาณหมื่นล้านบาท แต่โดยสรุปถ้าเอาตัวเลข 3 ฤดูกาลมาบวกกัน ก็ยังอยู่ประมาณ 2 แสนกว่าล้านบาท นอกจากนี้ตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมดอกเบี้ยที่ต้องจัดงบประมาณให้ ธกส. ทำให้ยืนยันว่าตัวเลขขาดทุน 2.6 แสนล้านบาทยังอยู่เหมือนเดิม" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

 

 

พร้อมนำ"สุเทพ"พบดีเอสไอรับทราบข้อกล่าวหา 26 มิ.ย.นี้

                

               นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ดีเอสไอ มีหนังสือเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผลและพยายามฆ่าที่มีการสรุปสำนวนเพื่อส่งฟ้องอัยการแล้วว่า ตนและนายสุเทพ จะเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับอัยการจะพิจารณา ส่วนการฟ้องกลับเพิ่มเติมนั้น ทนายความของตนกำลังพิจารณาอยู่เนื่องจากมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม ทั้งนี้ ยังไม่ทราบว่าหลังจากนี้จะมีคดีจากดีเอสไอเพิ่มเติมอีกหรือไม่ แต่ในส่วนของตนยังมีคดีค้างในเรื่องเงินบริจาคน้ำท่วม และเงินบำรุงพรรค ทั้งนี้ ตนยืนยันว่า การดำเนินคดีของดีเอสไอในเรื่องนี้ดีเอสไอทำผิดกฎหมาย ซึ่งตนได้ใช้สิทธิฟ้องกลับดำเนินคดีอาญาไปแล้ว จึงขอให้อัยการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา โดยตนจะทำหนังสือขอความเป็นธรรมจากอัยการด้วย เพราะทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ดำเนินคดีกับตนนั้นไม่ถูกต้อง แต่ยังไม่คิดถึงขั้นว่าจะมีการฟ้องอัยการหรือไม่หากมีการรับไม้ต่อจากดีเอสไอในการส่งฟ้องตนและนายสุเทพ เพราะต้องพิจารณาการทำหน้าที่ของอัยการก่อนว่าเป็นอย่างไร

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การที่ดีเอสไออ้างว่า อัยการมีส่วนร่วมในการทำคดีมาตั้งแต่ต้นนั้นเห็นว่า เป็นไปตามกฎหมายที่อัยการเข้าไปร่วมในการสอบสวนแต่การสรุปสำนวนนั้นไม่ใช่ความเห็นของอัยการ ตนจึงหวังว่าอัยการจะให้ความเป็นธรรม และอยากให้สังคมได้พิจารณาในภาพรวมว่าในขณะที่ดีเอสไอดำเนินคดีกับตนและนายสุเทพ แต่พรรคเพื่อไทยกลับเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมสะท้อนให้เห็นว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้สนใจความจริงหรือความยุติธรรม เพียงแต่จะช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อีกทั้งยังปลุกระดมคนเสื้อแดงว่า ตนสั่งฆ่าประชาชน แต่ตนบอกว่าใครทำผิดอะไรต้องได้รับผิดตามนั้นโดยต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริง จึงอยากให้คนเสื้อแดงได้ฉุกคิดว่า ทำไมในขณะที่มีการกล่าวหาว่าตนสั่งฆ่าประชาชนแต่ตนไม่เคยเรียกร้องให้นิรโทษกรรมคนสั่งฆ่าประชาชน ในทางกลับกันบางคนอยากได้รับการนิรโทษกรรมจากคดีทุจริต พร้อมที่จะได้ประโยชน์ตรงนี้แลกกับการนิรโทษกรรมคนสั่งฆ่าประชาชนได้

               ผู้สื่อข่าวถามว่า คนเสื้อแดงสุรินทร์ ขู่ปิดล้อมเวทีผ่าความจริงที่จังหวัดสุรินทร์ ที่จะจัดในวันเสาร์ที่ 22 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกับคนที่จัดงานว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร แต่ตนยืนยันว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจใครทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีความเป็นห่วงว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะกระทบต่อการจัดเวทีของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ยังเชื่อว่าหากตำรวจเอาจริงกับการทำผิดกฎหมายเรื่องเหล่านี้จะไม่เกิด และขอย้ำว่าพฤติกรรมของคนในรัฐบาลนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย เวลาที่ผู้สนับสนุนตัวเองไปดำเนินการทำผิดกฎหมายข่มขู่คุกคามคนอื่นกลับไม่ห้ามปราม มิหนำซ้ำยังให้ท้ายหรือสนับสนุนด้วย ทั้งนี้มั่นใจว่าเวทีผ่าความจริงจะเดินหน้าต่อไปได้

               เมื่อถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ออกมากล่าวหาว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มต่าง ๆ ที่ต่อต้านรัฐบาลเป็นพวกเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หาก ร.ต.อ.เฉลิม อยากให้บ้านเมืองสงบก็ควรไปถอนกฎหมายของตัวเองและชวนเพื่อน ๆ ถอนกฎหมายออกจากสภาเรื่องก็จบ ไม่มีปัญหาอะไรเลย และเห็นว่าคำพูดของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่ระบุว่า การชุมนุมของกลุ่มหน้ากากขาวอาจมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นมีแต่จะทำให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มขึ้นไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรเลย ทั้งนี้ เห็นว่า ร.ต.อ.เฉลิมควรจะทำหน้าที่สั่งการให้ตำรวจปฏิบัติตามหน้าที่รักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด ใครที่ละเมิดสิทธิคนอื่น ทำผิดกฎหมาย ต้องดำเนินการให้เป็นตัวอย่าง แต่ในขณะนี้คนมีอำนาจรัฐกลับคุกคามคนที่เคลื่อนไหวตามรัฐธรรมนูญ

               เมื่อถามอีกว่า กรณีที่มีการปลด นายวันชัย สอนศิริ สว.สรรหา ออกจากการจัดรายการ สนามข่าว 101 ออกอากาศทางเอฟเอ็ม 101 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่กำลังจะไปออกรายการ 101 ซึ่งก็ยังไม่ทราบว่าจะจัดได้ถึงเมื่อไหร่ เพราะในรัฐบาลชุดนี้มีการแทรกแซงสื่อมวลชนรุนแรงมากขึ้น เป็นสิ่งที่ตนบอกว่าในขณะที่นายกรัฐมนตรีไปพูดกับต่างประเทศว่ารัฐบาลเป็นประชาธิปไตยแต่พฤติกรรมในประเทศทั้งการข่มขู่คุกคาม การจำกัดเสรีภาพฝ่ายตรงกันข้ามมีให้เห็นตลอดเวลา