ข่าว

'ธปท.'หนุนลดค่าต๋งโอนเงินข้ามเขต

'ธปท.'หนุนลดค่าต๋งโอนเงินข้ามเขต

19 มิ.ย. 2556

ธปท.หนุนสุดตัวแบงก์ลดค่าต๋งโอนเงินข้ามเขตผ่านออนไลน์ ชี้ปชช.ได้ประโยชน์เต็มๆ โดยเฉพาะสาวโรงงานที่ต้องโอนเงินกลับบ้าน และ SME ที่ต้องโอนจ่ายค่าสินค้า

 

                         นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีที่ธนาคารพาณิชย์เตรียมปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนเงินข้ามเขตผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในธนาคารเดียวกันลง ว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนได้ประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มสาวโรงงาน รวมไปถึงภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ต้องโอนเงินเพื่อชำระค่าสินค้าบริการอยู่เป็นประจำ ซึ่งการลดค่าธรรมเนียมนี้ จะนำไปสู่การใช้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น

                         ทั้งนี้ การตัดสินใจลดค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ของธนาคารพาณิชย์ ทำให้กระบวนการโอนเงินผ่านระบบดังกล่าวถือเป็นระบบที่มีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด เพราะการโอนเงินผ่านระบบอื่นๆ ล้วนแต่มีค่าธรรมเนียมประมาณ 15-19 บาท หรืออย่างการส่งเงินผ่านไปรษณีย์ก็มีค่าธรรมเนียมประมาณ 30 บาท นอกจากนี้ การตัดสินใจลดค่าธรรมเนียมการโอนเงินในส่วนนี้ลง น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ค่าธรรมเนียมส่วนอื่นๆ ในระยะต่อไป มีโอกาสปรับลดตามได้เช่นกัน แต่การจะเร่งให้ธนาคารพาณิชย์ปรับลดค่าธรรมเนียมส่วนอื่นลงตามด้วยนั้น คงต้องคำนึงถึงสภาพทางธุรกิจของทางธนาคารพาณิชย์ด้วย

                         "การลดค่าธรรมเนียมแบบนี้ คนได้ประโยชน์ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มสาวโรงงาน ที่เขาต้องโอนเงินกลับบ้าน แม้การลดจะดูไม่เยอะมาก แต่ถ้าคำนวณการลดจาก 15 บาท เหลือ 10 บาท ก็ลดลงไปกว่า 30% และอีกกลุ่มที่ได้ประโยชน์ คือ กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี” นายเกริกกล่าว

                         ส่วนกรณีที่ธนาคารพาณิชย์เพิ่มระดับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์นั้น น่าจะเป็นเรื่องดี เพราะเป็นการป้องกันตัวธนาคารพาณิชย์เอง และยังเป็นการป้องกันตัวลูกค้าที่มาขอใช้บริการด้วย แต่เข้าใจว่าเป็นการเพิ่มความเข้มงวดในส่วนของการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 ขึ้นไปมากกว่า ถ้าเป็นการซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรก โดยเฉพาะที่มีราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทลงมา ระดับความเข้มงวดยังคงอยู่ในภาวะปกติ

                         ด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลเศรษฐกิจในปัจจุบัน ยังไม่พบข้อบ่งชี้ใดๆ ที่น่าจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับลดลงไปมากกว่านี้ โดยขณะนี้เศรษฐกิจไทยเป็นภาวะที่เงินไหลออก ขณะเดียวกันประเทศอื่นในภูมิภาค ก็ไม่มีประเทศใดที่ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง

                         ทั้งนี้ การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ผ่านมา แม้จะทำให้ผลตอบแทนของพันธบัตรระยะสั้นปรับลดลงตาม แต่ผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาวกลับปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าตลาดการเงินเริ่มมองว่าดอกเบี้ยนโยบายไม่น่าจะปรับลดลงไปมากกว่านี้ ซึ่งการประชุม กนง. ครั้งถัดไป จำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด เพื่อนำมาใช้ในการตัดสินใจ

                         "ตอนนี้เงินไหลออก ไม่ค่อยมีประเทศอื่นลดดอกเบี้ยกันแล้ว และดอกเบี้ยของเราตอนนี้ค่อนข้างต่ำ ที่ผ่านมาเราได้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง แม้จะทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นปรับลงมา แต่ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาววิ่งขึ้น เป็นสัญญาณที่ตลาดมองว่า ดอกเบี้ยไม่น่าจะลงไปมากกว่านี้แล้ว และสภาพคล่องในระยะยาวก็อาจไม่ได้มีมากอย่างที่คิด" นายประสารกล่าว