
"เพื่อไทย"ชี้รถเมล์ฉาวสร้างความขัดแย้งพรรคร่วม
"เพื่อไทย" ชี้ รถเมล์ฉาว สร้างความขัดแย้งพรรคร่วม ปชป.ได้หน้า ภูมิใจไทยตกเป็นจำเลยสังคม
ที่รัฐสภา นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย แถลงว่า กรณีการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคันว่า แม้ขณะนี้นายกฯ จะมอบหมายให้บอร์ดสภาพัฒน์ฯ ไปดำเนินการเปรียบเทียบประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ แต่ที่ผ่านมาจากการให้ข่าวของนายกฯ หรือจะเป็นข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ ล้วนแต่เป็นข่าวที่ นายอภิสิทธิ์ มีคะแนนนำ โดยเฉพาะความไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการทุจริต คอร์รัปชั่น ที่พยายามฉีกตัวเองออกมาว่า ตัวเองทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่ขณะนี้พรรคภูมิใจกลับออกโฆษณาตามหนังสือพิมพ์เพื่อชี้แจงถึงความเหมาะสมในการเช่ารถ จนทำให้เกิดความขัดแย้งในการให้ความเห็น ทั้งที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ล้วนแต่แสดงถึงความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามก็รู้สึกเห็นใจพรรคภูมิใจไทย ที่กลายเป็นจำเลยสังคม ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ก็จะได้คะแนน แต่เชื่อว่าท้ายสุดแล้วนายกฯจะไม่ประกาศยุบสภาในเร็วๆ นี้ เพราะพรรคร่วมรัฐบาลยังมีผลประโยชน์ร่วมกันอยู่ โดยเฉพาะการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 และ พ.ร.ก.เงินกู้
นายวิชาญ กล่าวว่า การเช่ารถเมล์สามารถทำได้ แต่ก่อนที่จะเช่าควรคิดให้รอบคอบสักนิด ส่วนที่มีการอ้างว่า ไม่อยากให้ ขสมก.ขาดทุน หรือเพื่อปรับปรุง เป็นเพียงการกล่าวอ้างท่านั้น เพราะที่ผ่านมาก็มีการกล่าวอ้างเช่นนี้ตลอด และ ขสมก.ก็ขาดทุนทุกครั้ง สุดท้าย ขสมก.ก็คงจะเป็นแพะอีก ทั้งนี้มีผู้ใหญ่ใน ขสมก.บ่นกับตนว่า รู้สึกอึดอัดเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะการตั้งบอร์ดของสภาพัฒน์ฯ มาพิจารณาในโครงการต่างๆ ที่มีการสรรหามาจากนักการเมืองเพื่อเข้ามาหาผลประโยชน์กัน ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทย เตรียมที่จะตั้งคัทเอาท์ โฆษณาโครงการเช่ารถเมล์นั้น เสมือนเป็นการหาเสียง ชี้นำให้ประชาชนเกิดความสับสน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะเมื่อมาเป็นรัฐบาล เมื่อจะตัดสินใจทำอะไรต้องทนกระแสแรงเสียดทานต่างๆได้
นายวิชาญ กล่าวว่า กรณีที่นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ไปร่วมหาเสียงในการเลือกตั้งซ่อมเขต 3 จ.สกลนคร กับพรรคภูมิใจไทย นั้น เป็นที่ชัดเจนแล้วว่านายจุมพฏจะย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย เพราะได้ประกาศชัดด้วยตัวเองและได้สวมใส่เสื้อของพรรคภูมิใจไทยด้วย แต่พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้หวั่นไหว เนื่องจากขณะนี้มีข้อมูลว่า ส.ส.จากพรรคอื่น โดยเฉพาะกลุ่ม 40 ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ขณะนี้ไม่พอใจการทำงานภายในพรรคประชาธิปัตย์ ได้ติดต่อเข้ามาพูดคุยว่าอาจจะมีการย้ายพรรค แต่ขณะนี้ไม่สามารถเปิดเผยจำนวนได้ แต่บอกได้แต่เพียงว่าเป็น ส.ส.ที่มีความคุ้นเคยกัน และอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน
นายวิชาญ กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มส่งสัญญาณทางการเมืองออกมาแล้วว่าอาจจะเกิดการเลือกตั้งในอนาคตเพราะ ส.ส.เริ่มขยับย้ายสังกัดพรรคการเมือง ซึ่งคนเหล่านี้สามารถที่จะรับทราบความรู้เหตุการณ์ดี จึงเริ่มมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้น เพราะสุดท้ายหากรัฐบาลทดแรงกดดันจากพรรคร่วมไม่ไหวก็จะนำไปสู่การยุบสภาในที่สุด



